"ถ้าพวกนายยังจัดการวงจรมานาตรงจุดศูนย์กลางไม่ได้ภายในสามวินาทีนี้ การแข่งขันประจำปีรอบคัดเลือกคงกลายเป็นเวทีประจานความเซ่อซ่าของเราแทนที่จะเป็นการคว้าชัยชนะนะคะ"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดเวทมนตร์เขตสาม กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกเวทมนตร์ลอยอบอวลปะปนกับไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงวงจรเวทมนตร์จำลองบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ คริสขยับแว่นตาขอบทองเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวสะบัดปลายปากกาขนนกเพื่อเขียนอักขระเสริมความเสถียรลงไปบนแผ่นศิลาชนวนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามไรผมของเด็กหนุ่ม
"โธ่ คริส อย่าเพิ่งกดดันกันสิครับ การคำนวณทิศทางกระแสลมในพื้นที่จำกัดแบบนี้มันต้องใช้ความละเมียดละไมนะ ไม่ใช่สักแต่จะเร่งเร้า" ลีโอส่งเสียงโอดครวญพลางใช้มือปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าของเพื่อนสนิทสายลุยคนนี้กลับไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย สองมือของลีโอตวัดสร้างกระแสลมบริสุทธิ์อัดแน่นขนาดเท่ากำปั้น พยายามประคองแกนมานาธาตุลมไม่ให้หลุดออกจากวงโคจรที่คริสเพิ่งร้อยเรียงขึ้นมา
นี่คือการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันประจำปี—มหกรรมประลองเวทมนตร์ระดับชั้นปีที่ไม่ได้วัดกันแค่พลังทำลายล้างดิบๆ แต่เป็นการทดสอบการประยุกต์ใช้ทฤษฎีเวทมนตร์ การทำงานเป็นทีม และการบริหารจัดการทรัพยากรมานาภายใต้เงื่อนไขเวลาอันจำกัด ซึ่งสำหรับคริส เด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น "ผู้ใช้เวทแสงชั้นต่ำที่มีดีแค่ขัดถูพื้นห้อง" การแข่งขันครั้งนี้คือโอกาสเดียวที่จะพิสูจน์ให้สถาบันแห่งนี้ได้เห็นว่า เวทธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้องอย่างที่ใครๆ สบประมาท
"ไม่ใช่แค่ความละเมียดละไมค่ะ ลีโอ แต่คือความแม่นยำระดับเสี้ยววินาที ถ้าแกนมานาธาตุลมของนายผสานเข้ากับแสงสะท้อนของฉันไม่ได้ตามองศาที่คำนวณไว้ แรงดันย้อนกลับจะทำให้แผงวงจรนี้ระเบิดใส่หน้าพวกเรา และฉันไม่อยากเสียเวลามานั่งทำความสะอาดเขม่าควันพวกนี้รอบที่สามของวันนี้นะคะ" คริสเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาสีไพลินจดจ้องตัวเลขแสดงผลพลังงานที่วิ่งพล่านบนหน้าจอผลึกมานาอย่างไม่วางตา
บรรยากาศรอบตัวพวกเขามีความกดดันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นระบบ โลกแฟนตาซีแห่งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์ โครงสร้าง และเหตุผลทางเวทมนตร์ที่ซับซ้อน คริสในฐานะผู้ใช้เวทธาตุแสงจึงต้องทำความเข้าใจทั้งฟิสิกส์ของแสง การหักเห และการแทรกสอดของคลื่นมานา เพื่อเปลี่ยนธาตุแสงที่คนมองว่าอ่อนแอ ให้กลายเป็นเครื่องมือคำนวณและสนับสนุนที่ทรงพลังที่สุดในทีม
"เอาล่ะ... สาม สอง หนึ่ง ปล่อย!"
พริบตาที่คริสออกคำสั่ง ลีโอปลดปล่อยกระแสลมพุ่งเข้าชนแกนกลางอย่างแม่นยำ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงสว่างวาบสีทองนวลก็พุ่งออกจากปลายปากกาของคริส มันไม่ใช่แสงเพื่อการโจมตี แต่เป็น "เวทโครงสร้างแสงสะท้อน (Prism Ray Grid)" ที่ทำหน้าที่หักเหและกระจายแรงกระแทกของลมให้กระจายออกเป็นวงกว้างอย่างสมดุล เสียง *ฮัม* เบาๆ ดังขึ้นจากแผงวงจร ก่อนที่แสงสีฟ้าครามจะนิ่งสนิท แสดงถึงความสำเร็จในการประสานธาตุ
ลีโอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงพนักเก้าอี้ด้วยความโล่งอก "ให้ตายเถอะ คริส นายคำนวณมุมหักเหแบบนั้นในหัวได้ยังไงวะเนี่ย? ฉันเกือบคิดว่ามือจะขาดกระเด็นไปแล้วซะอีก"
"ถ้านายใช้เวลาอ่านตำราทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐานสักครึ่งหนึ่งของเวลาที่นายใช้ไปกับการนอนกลางวัน นายก็จะทำได้เหมือนกันค่ะ" คริสตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาจดบันทึกค่าความเสถียรที่เพิ่งวัดได้
ท่ามกลางความเงียบที่กลับคืนมา เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นวางตำราโบราณ กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรและหมึกเวทมนตร์ชั้นสูงลอยมาแตะจมูก คริสและลีโอชะงักทันทีโดยไม่ต้องนัดหมาย ทั้งคู่หันไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน
ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทขอบดิ้นเงินยืนพิงชั้นหนังสือ ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความลึกลับน่าค้นหา ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองแผงวงจรเวทมนตร์ที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ศาสตราจารย์เอเลนา—อาจารย์สาวผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณ ผู้ซึ่งมักจะปรากฏตัวในเวลาที่คาดไม่ถึงเสมอ
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่คะ สำหรับเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม 'เสี่ยงตกชั้น' เมื่อเดือนก่อน" น้ำเสียงนุ่มลึกแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น เอเลนาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทีละน้อย สายตาคมกริบมองสำรวจร่องรอยการใช้อักขระเวทแสงของคริสอย่างพิจารณา "การใช้เวทโครงสร้างแสงสะท้อนเพื่อควบคุมแรงดันลม... เป็นความคิดที่ฉลาด แต่เธอกำลังมองข้ามจุดสำคัญไปอย่างหนึ่งค่ะ คริส"
คริสขยับตัวลุกขึ้นยืนตรงโดยอัตโนมัติ ความเคารพและสัญชาตญาณเตือนภัยบอกให้เขารับฟังทุกคำพูดของอาจารย์สาวคนนี้ "จุดสำคัญเหรอครับ... ศาสตราจารย์หมายถึงความผัน ศาสตราจารย์หมายถึงความผันผวนของมานาช่วงเปลี่ยนผ่านหรือเปล่าครับ?" คริสเผลอหลุดปากใช้คำพูดแบบเป็นทางการทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้
เอเลนาปรายตามองเล็กน้อย มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบมองไม่เห็น "ไม่ใช่แค่ความผันผวนค่ะ... แต่คือ 'ต้นทุน' ของเวทมนตร์ที่เธอต้องจ่าย" อาจารย์สาวเอื้อมมือเรียวขาวแตะลงบนแผงวงจรเบาๆ ทันใดนั้น อักขระแสงที่คริสเพิ่งเขียนขึ้นก็สطว่างวาบขึ้นด้วยสีม่วงเข้ม เผยให้เห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในแกนผลึก ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า "เวทแสงของเธอมีความแม่นยำสูงมากก็จริง แต่มันดึงพลังงานชีวิตส่วนเกินมาใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาโดยที่เธอไม่รู้ตัว ถ้าใช้แบบนี้ต่อเนื่องกันเกินสิบนาทีในสถานการณ์จริง... แขนข้างขวาของเธอจะสูญเสียการควบคุมไปชั่วคราวเพราะอาการมานาตีกลับค่ะ"
ความเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง คริสเงยหน้ามองอาจารย์สาวด้วยความตกใจ การวิเคราะห์ของเอเลนารวดเร็วและแม่นยำจนน่ากลัว มันคือจุดบอดที่ตำราเรียนทุกเล่มในห้องสมุดนี้ไม่เคยระบุไว้
"แล้วเราควรแก้ไขยังไงดีคะ... ศาสตราจารย์?" คริสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาสีไพลินจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาของอีกฝ่าย ค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่หลังม่านความลับ
เอเลนายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำของหอคอยเวทมนตร์ก็ดังขึ้น *กริ๊งงง-* พร้อมกับแสงไฟสีแดงกะพริบที่หน้าประตูห้องสมุด ข้อมูลตัวอักษรสีทองเรืองแสงลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ เป็นระบบประกาศอัตโนมัติของสถาบันที่แจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการแข่งขันประจำปี
[ประกาศจากคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน: เปลี่ยนแปลงสนามทดสอบรอบคัดเลือก จาก 'ลานประลองปิด' เป็น 'เขาวงกตพฤกษามายา (Illusion Labyrinth)' - ระดับความยาก: A]
[เงื่อนไขพิเศษ: แต่ละกลุ่มต้องมีสมาชิกครบ 3 คน และต้องเลือก 'เส้นทางจำกัด' ภายใน 10 นาทีก่อนประตูจะปิดถาวร]
ลีโอเบิกตากว้าง "เขาวงกตพฤกษามายาเรอะ! นั่นมันสนามทดสอบของปีสองนี่นา ทำไมพวกเราถึงต้องไปเจออะไรแบบนั้นตั้งแต่รอบคัดเลือกด้วยล่ะ?!"
คริสขมวดคิ้วแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาวงกตพฤกษามายาเต็มไปด้วยกับดักภาพลวงตาและสัตว์เวทธาตุพืชที่ดูดกลืนมานา การมีสมาชิกแค่สองคนอย่างเขาและลีโอเท่ากับทำผิดเงื่อนไขพิเศษ และการที่ประกาศนี้ดังขึ้นทันทีหลังจากที่เอเลนากล่าวเตือนเรื่องจุดบอดของเวทแสง... มันช่างบังเอิญจนน่าสงสัย
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ของห้องสมุดก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าฝ่าความหน-าวเย็นเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู ร่างของเด็กสาวปีหนึ่งอีกคน—ผู้ใช้เวทธาตุวารีที่มักจะปลีกตัวโดดเดี่ยวเสมอ—ก้าวเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษภารกิจในมือ ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นมองตรงมาที่คริสด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แฝงความตื่นตระหนกไว้ลึกๆ
"ฉันขอเข้าร่วมกลุ่มกับพวกนายด้วย... ถ้าไม่อยากตกรอบตั้งแต่วินาทีแรก" เสียงเรียบๆ ของเธอดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
คริสสบตากับเด็กสาวผู้มาใหม่ สลับกับมองหน้าลีโอ และหันกลับไปหาศาสตราจารย์เอเลนาที่ยืนกอดอกอมยิ้มบางๆ อยู่มุมห้อง
ก่อนที่คริสจะทันได้เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธ หน้าจอระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ลอยอยู่กลางอากาศก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พร้อมกับเสียงก้องกังวานในหัวที่ไม่ได้มาจากระบบของโรงเรียน—
[ตรวจพบการแทรกแซงจากภายนอก...
ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: ภารกิจระดับ SSS 'เงาแห่งอดีตในเขาวงกตมายา']
[คำเตือน: หากสมาชิกคนที่สามไม่ผ่านการทดสอบภายใน 30 วินาที... ตัวตนของคริสจะถูกลบออกจากบันทึกของสถาบันตลอดกาล]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับคริสในตอนนี้นะคะ!
บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง•ตอนที่ 12
แผนการกลุ่มและการแบ่งหน้าที่
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!