"ถ้าพวกเธอยังคิดว่าเวทมนตร์ธาตุแสงมีประโยชน์แค่การส่องทางเดินในห้องใต้ดินหรือกำจัดคราบราดำบนผนังหินอ่อนของหอพักล่ะก็... ฉันแนะนำให้ไปลงทะเบียนเรียนสาขาแม่บ้านฝึกหัดที่ตึกสามแทนที่จะมานั่งหายใจทิ้งขว้างในห้องบรรยายของฉันนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไอเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางฤดูใบไม้ร่วงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงหินทรงโดมขนาดใหญ่ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกเวทมนตร์ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นจางๆ ของสมุนไพรคาโมมายล์ ศาสตราจารย์เอเลนาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากตำราปกหนังมังกรหนาเตอะที่วางอยู่บนแท่นบรรยาย ทว่าแรงกดดันมหาศาลจากมานาอันบริสุทธิ์รอบตัวเธอกลับทำให้เหล่านักศึกษาปีหนึ่งในชุดคลุมสีเทาเข้มถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าส่งเสียงกระซิบกระซาบ แม้แต่ลีโอที่ปกติมักจะมีเรื่องมาพูดคุยกระเซ้าเย้าแหย่คริสอยู่เสมอก็ยังนั่งหลังตรงแน่ว ดวงตาสสีฟ้าใสเบิกกว้างด้วยความประหม่า
คริสนั่งอยู่แถวเกือบกลางห้อง นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนสมุดบันทึกเวทมนตร์เพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มเร่งเร้า สำหรับเขาแล้ว วิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณไม่ใช่เพียงวิชาท่องจำเพื่อเก็บหน่วยกิต แต่มันคือคลังข้อมูลขนาดมหึมาที่เชื่อมโยงกลไกของ "ระบบ" ที่เขากำลังเผชิญอยู่
[ ตรวจพบสภาพแวดล้อม: ห้องบรรยายประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณ (ระดับการป้องกันมานา: สูง) ]
[ เงื่อนไขพิเศษ: ศาสตราจารย์เอเลนา มหาบัณฑิตผู้เชี่ยวชาญศาสตร์เวทบรรพกาลกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของท่าน ]
[ คำเตือน: อัตราการดูดซับอนุภาคแสงในห้องนี้ต่ำกว่าปกติ 42% การใช้เวทมนตร์จำเป็นต้องอาศัยการคำนวณที่แม่นยำยิ่งขึ้น ]
เสียงแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของคริส เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ระบบไม่ได้ระบุว่าเอเลนาอันตราย แต่สัญชาตญาณของนักเวทผู้เคยผ่านความเป็นความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนบอกเขาว่า อาจารย์สาวผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่ตำแหน่งผู้สอนวิชาทฤษฎี
"ในยุคสงครามมหามนต์เมื่อสามร้อยปีก่อน" เอเลนาก้าวเดินช้าๆ ลงมาจากแท่นบรรยาย รองเท้าหนังสีดำกระทบพื้นหินเกิดเสียงก้องกังวานเป็นจังหวะ เธอสวมแว่นกรอบเงินบางเฉียบที่ขับเน้นดวงตาสีเทาคมกริบให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น "นักเวทธาตุแสงไม่ได้ถูกมองว่าเป็น 'เครื่องมือทำความสะอาด' อย่างที่พวกเธอถูกกรอกหูมาจากสถาบันชั้นต้น..."
เธอหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะแถวที่สาม—แถวที่คริสและลีนั่งอยู่พอดี
กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยเข้าจมูก คริสเงยหน้าขึ้นสบตากับศาสตราจารย์สาวโดยไม่หลบเลี่ยง ดวงตาของเอเลนาไม่ได้มองที่ใบหน้าของเขา แต่มันมองทะลุผ่านหัวไหล่ของเขา ราวกับกำลังเพ่งมองบางสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านมานา
"แสง... ไม่ใช่ความอบอุ่นเสมอไป" เอเลนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าทุกคำกลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนลิ่มหัวใจ "ในอดีต แสงที่บริสุทธิ์ที่สุดคืออาวุธที่แหลมคมที่สุด มันสามารถตัดผ่านมิติ หลอมละลายเกราะเวทที่แข็งแกร่งที่สุด และแผดเผาจิตวิญญาณจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า... แต่ก็น่าเสียดาย ที่ความรู้เหล่านั้นสูญหายไปพร้อมกับมหาสงคราม"
เอเลนาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของเธอโน้มเข้ามาใกล้คริสจนเขาสามารถสังเกตเห็นประกายสีเงินระยิบระยับที่ซ่อนอยู่ภายในม่านตาของเธอได้ชัดเจน
"เธอชื่ออะไรนะพ่อหนุ่ม... เด็กใหม่ที่ใช้เวทธาตุแสงจุดตะเกียงในหอพักเมื่อสัปดาห์ก่อนจนระบบของตึกเกือบระเบิดน่ะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องเรียนทันที สายตาทุกคู่พุ่งตรงมาที่คริสราวกับลูกศรนับร้อยดอก ลีโอข้างกายถึงกับแอบใช้ศอกสะกิดแขนคริสเบาๆ ด้วยความตกใจ
"ผมชื่อคริสครับ ศาสตราจารย์" คริสตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างควบคุมได้ยาก "และผมไม่ได้ทำตะเกียงระเบิดครับ... แค่ปรับความหนาแน่นของอนุภาคแสงให้สูงเกินขีดจำกัดมาตรฐานของโรงเรียนไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
คำตอบที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยแต่สุภาพเรียบร้อยทำให้มุมปากของเอเลนากระตุกขึ้นเล็กน้อย—เป็นรอยยิ้มเพียงเสี้ยววินาทีที่แทบมองไม่เห็น
"อ้อ... นิดหน่อยอย่างนั้นหรือ" เอเลนากลับตัวยืนตรง ชายผ้าคลุมยาวสะบัดตามการเคลื่อนไหว "งั้นถ้าฉันบอกให้เธอพิสูจน์ให้เพื่อนร่วมชั้นดูหน่อยว่า 'แสง' ที่เธอถือนักหนานั้น ทำอะไรได้มากกว่าการปัดกวาดห้อง เธอจะทำอย่างไร... คริส?"
[ ภารกิจเร่งด่วน: การทดสอบต่อหน้าธารกำนัลจากศาสตราจารย์เอเลนา ]
[ เงื่อนไข: แสดงการควบคุมเวทธาตุแสงขั้นสูงโดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริม ภายในเวลาจำกัด ]
[ รางวัล: ปลดล็อกข้อมูลประวัติศาสตร์ลับระดับ 2 และความไว้วางใจจากศาสตราจารย์เอเลนา (+15) ]
[ บทลงโทษหากล้มเหลว: ถูกหักคะแนนพฤติกรรม 20 แต้ม และถูกสั่งทำความสะอาดหอสมุดใต้ดินเป็นเวลาหนึ่งเดือน ]
หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในสายตา คริสแอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ สถานการณ์นี้ไม่ได้เกินความคาดหมายเสียทีเดียว เขารู้ดีว่าเอเลนากำลังทดสอบว่าข่าวลือเกี่ยวกับเด็กปีหนึ่งที่ใช้เวทแสงแปลกประหลาดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือแค่เรื่องเหลวไหล
ลีโอส่งเสียงกระซิบเบาๆ ด้วยความกังวล "เฮ้... คริส นายไหวแน่นะ ห้องนี้มานาเบาบางจะตาย..."
คริสไม่ตอบเพื่อนสนิท เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น ท่าทีที่นิ่งสงบเกินวัยทำให้แววตาของเอเลนาฉายแววสนใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"ศาสตราจารย์ต้องการให้ผมแสดงให้ดูในระดับไหนครับ?" คริสเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มสุภาพ "ระดับที่ทำให้ตำราประวัติศาสตร์หน้าเก่าๆ ต้องเขียนใหม่... หรือเอาแค่พอให้ห้องนี้สว่างพอที่จะมองเห็นฝุ่นละอองบนโต๊ะทำงานของอาจารย์ดีล่ะครับ?"
สิ้นคำพูดของคริส อุณหภูมิภายในห้องเรียนประวัติศาสตร์โบราณก็ลดฮวบลงทันที บรรยากาศรอบตัวเด็กหนุ่มเริ่มบิดเบี้ยวจากคลื่นความร้อนที่อัดแน่นจนมองเห็นเป็นภาพลวงตา อนุภาคแสงสีทองเรืองรองเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วชี้ของเขาโดยไม่มีการร่ายคาถาบทใดๆ ทั้งสิ้น
เอเลนาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่ถูกบีบอัดให้อยู่ในจุดเล็กๆ
"น่าสนใจ..." เอเลนาพึมพำเบาๆ รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าของเธอจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด "งั้นก็แสดงให้ฉันเห็นสิ... ว่าแสงของเธอมันสว่างพอที่จะส่องทะลุความมืดมิดในอดีตได้จริงหรือเปล่า"
คริสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสสีนิลของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีทองเจิดจ้าในเสี้ยววินาที
ทว่า ในขณะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะปลดปล่อยพลังงานทั้งหมด เสียงกริ่งเตือนภัยเวทมนตร์ระดับสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกเรียน พร้อมกับที่ประตูบานใหญ่ของห้องบรรยายถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยรุ่นพี่ปีสามผู้รับผิดชอบหอสังเกตการณ์
"ศาสตราจารย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" รุ่นพี่คนนั้นหอบหายใจรุนแรง ใบหน้าซีดเผือด "มีสิ่งแปลกปลอมขนาดมหึมาทะลุผ่านเขตอาคมป้องกันชั้นนอกเข้ามาที่สนามฝึกซ้อมทิศเหนือ... และมันกำลังปล่อยคลื่นมานาสีดำสนิทที่กินพลังเวททุกชนิดในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร!"
เอเลนาหันขวับไปมองที่ประตูทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา
เธอกวาดสายตากลับมามองคริสที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ โดยที่ปลายนิ้วยังมีประกายแสงสีทองระยิบระยับเต้นระบำอยู่ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เอเลนาก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่ทำให้เธอหัวใจกระตุกวูบ
รอบตัวของคริส ไม่มีอนุภาคแสงธรรมชาติใดๆ ถูกดึงมาใช้เลยแม้แต่น้อย... แต่พลังงานที่เขากำลังควบคุมอยู่ กลับถูกดึงออกมาจาก **"รอยแยกสีดำ"** ที่ปรากฏขึ้นชั่วขณะในอากาศว่างเปล่าข้างตัวเขา ซึ่งเป็นรอยแยกแบบเดียวกับที่บันทึกโบราณระบุว่าเป็นของ "ภัยพิบัติยุคบรรพกาล" ที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย
คริสลดมือลงช้าๆ พลางหันไปมองหน้าลีโอและเอเลนาด้วยแววตาที่สงบนิ่งผิดปกติ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กหนุ่มปีหนึ่งทั่วไป
"ดูท่าทาง... คาบเรียนประวัติศาสตร์วันนี้ คงจะภาคปฏิบัติเร็วกว่ากำหนดสินะครับ ศาสตราจารย์"
— เซเลสเทียละอองเวท —
บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง•ตอนที่ 3
ห้องเรียนประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าเบื่อ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!