เบสิคของความวุ่นวายในคืนวันศุกร์ ไม่ใช่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดค่ะ แต่คือการที่คนเรามักเลือกเดินกลับไปหาหลุมพรางเดิมๆ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าขาข้างหนึ่งเคยตกลงไปจนเกือบเอาตัวไม่รอด
“พี่คินทร์บอกแล้วไงว่าน้องฟ้าควรอยู่ข้างๆ พี่... ไม่ใช่ไอ้หน้าตายวิศวะคนนั้น”
เสียงทุ้มต่ำของคินทร์ดังแทรกผ่านจังหวะบีทกระแทกกระทั้นของเพลงบลูส์อิเล็กทรอนิกส์ในมุมอับของโซนวีไอพี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้ทัพฟ้ารู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ คือปลายนิ้วเรียวของรุ่นพี่ตัวสูงที่กำลังถือวิสาสะเกลี่ยปอยผมออกจากกรอบหน้าของเขาอย่างถือวิសาสะ
ทัพฟ้าเบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยေ့หยันชัดเจน มือเรียวยกแก้ววิสกี้ออนเดอะร็อกขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความรำคาญ “พี่คินทร์พูดมากเกินไปแล้วนะคะ... หรือว่าความจำเสื่อมไปแล้วว่าเรา ‘จบกัน’ ไปตั้งแต่สามปีก่อน”
“สามปีมันก็แค่ตัวเลข ทัพฟ้า... แต่ความรู้สึกของพี่ที่มีให้น้องฟ้าไม่เคยเปลี่ยน” คินทร์ยิ้มมุมปาก ขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มชนเข้ากับพนักโซฟาหนังสีเข้ม “นายคิดจริงๆ เหรอว่าไอ้เด็กวิศวะสายซึนคนนั้นจะปกป้องนายจากโลกเบื้องหลังของตระกูลได้? มันก็แค่หมาป่าในคราบวิศวกรที่วันๆ เอาแต่คำนวณโครงสร้างสะพาน จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายกำลังจะพังทลายอยู่แล้ว”
คำพูดนั้นจี้ใจดำทัพฟ้าเข้าอย่างจัง มือที่ถือแก้วชะงักค้าง รอยยิ้มเยาะหยันบนเรียวปากบางเลือนหายไปชั่วขณะ
นั่นสินะ... ภูผาก็เป็นแค่ผู้ชายปากแข็งคนหนึ่งที่เอาแต่ตีหน้าตายใส่เขา แอบหวงในมุมมืดแต่ไม่เคยพูดคำว่ารักออกมาให้ชัดเจนสักครั้ง แล้วทำไมเขาต้องมานั่งรอความชัดเจนจากคนแบบนั้นด้วยเล่า?
“ถึงภูผาจะงี่เง่า... แต่มันก็ไม่เคยทิ้งผมไปตอนที่ผมไม่มีใครเหมือนที่พี่ทำ” ทัพฟ้าเชิดหน้าขึ้น ดวงตาดอกไม้ไผ่พราวระยับด้วยความท้าทาย “ถอยไปค่ะมีน เอ้ย... หมายถึงพี่คินทร์ อย่ามาล้ำเส้น”
“ถ้าพี่ยังอยากจะล้ำเส้นกว่านี้ล่ะ?” คินทร์โน้มใบหน้าลงมาหมายจะฉวยโอกาสในจังหวะที่ทัพฟ้าเผลอ
*เพล้ง!*
เสียงแก้วค็อกเทลบนโต๊ะข้างโซฟากระแทกกับขอบกระจกแตกกระจายจนน้ำกระเซ็นเปื้อนพื้น ไม่ใช่ฝีมือของพวกเขา แต่เป็นแรงกระแทกจากบุคคลที่สามที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนทัพฟ้ายังไม่ทันตั้งตัว
ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปวิศวกรรมสีเข้มเข้มยับยู่ยี่เพราะแรงปะทะจากการเดินทางฝ่าฝูงชนเข้ามา ดวงตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปที่คินทร์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวของ ‘ภูผา’ จนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
“ถอยมือสกปรกของมึงออกไปจากตัวเมียกู”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นไม่ได้ดังมาก แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจการกดดันที่ทำให้คินทร์ถึงกับชะงักและผละถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
ทัพฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ระคนประหลาดใจ “ภูผา... นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
วิศวกรหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกวาดมองสำรวจเรือนร่างของคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ทัพฟ้าเคยเห็นมา มันไม่ใช่แค่ความหึงหวง แต่มันคือความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกักไว้จนถึงขีดสุด ลมหายใจของภูผากระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
“ฉันเตือนเธอแล้วนะทัพฟ้า...” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอีกครั้ง ภูผาก้าวเข้าไปประชิดตัวสถาปนิกหนุ่ม บีบข้อศอกเรียวแน่นพอประมาณแต่ไม่ยอมให้ขัดขืน “บอกให้อยู่ในห้องดีๆ ทำไมถึงดื้อด้านวิ่งออกมาให้ไอ้สวะนี่มันแตะเนื้อต้องตัวหะ?”
“ปล่อยนะ! นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!” ทัพฟ้าสะบัดแขนออกแต่ไม่เป็นผล แรงของภูผายามโกรธนั้นมหาศาลเสียจนน่าตกใจ ความอีโก้สูงและนิสัยสู้คนทำให้เขาเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน “ฉันจะมาที่ไหน กับใคร มันก็เรื่องของฉัน นายเป็นแค่... แค่เพื่อนร่วมห้อง ไม่ใช่พ่อ!”
“เออ! เป็นแค่เพื่อนร่วมห้อง!” ภูผายิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “งั้นในฐานะ ‘เพื่อนร่วมห้อง’ ฉันมีหน้าที่ลากเธอกลับไปลงโทษในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง!”
สิ้นคำพูดนั้น ทัพฟ้ายังไม่ทันได้อ้าปากเถียงต่อ ภูผาก็ใช้แขนแข็งแรงดังเหล็กกล้าช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็วราวกับกระสอบทราย ท่ามกลางเสียงหวีดร้องตกใจของคนรอบข้างในโซนวีไอพี คินทร์พยายามจะพุ่งเข้ามาขวาง “เฮ้ยไอ้ภู! ปล่อยตัวน้องเขานะเว้ย!”
ภูผาหันไปปรายตามองคินทร์ด้วยสายตาดุร้ายที่ทำให้อีกฝ่ายผะแผ่วลงทันที “ถ้าไม่อยากให้หน้าหล่อๆ ของมึงเละคามือฉัน... ก็ไสหัวไปซะ”
“ภูผา! ไอ้บ้า ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้คนมองหมดแล้วนะ!” ทัพฟ้ารัวกำปั้นทุบลงบนแผ่นหลังกว้างของวิศวกรหนุ่มด้วยความอับอาย หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธและ... ความเขินที่ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายคุ้นเคยและไออุ่นจากตัวอีกฝ่าย
แต่มีหรือที่หมาป่าในร่างวิศวะจะสนใจเสียงโวยวายนั้น?
ภูผาสกาวก้าวเดินฝ่าฝูงชนออกจากผับเสียงดังอึกทึกตรงไปยังลานจอดรถอย่างไร้ความปรานี แรงเหวี่ยงตอนที่ยัดร่างของทัพฟ้าเข้าไปในเบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตคันหรูนั้นนุ่มนวลกว่าที่คิด แต่สีหน้าของคนตัวโตตอนที่กระแทกประตูรถปิดลงแล้วเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ ช่างน่ากลัวเสียจนทัพฟ้ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังติดอยู่ในกรงเล็บของเสือร้ายที่รอเวลาขย้ำ
ประตูดัง *คลิก* ล็อคอัตโนมัติ
ภายในรถยนต์ที่ปิดทึบ เงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของภูผาที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ดวงตาคมกริบหันมาจ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกทำหน้าพยศอยู่ข้างๆ ความเงียบที่กดดันยิ่งกว่าเสียงเพลงในผับเมื่อครู่กำลังทำให้ทัพฟ้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“นาย... นายจะทำอะไร?” ทัพฟ้าถามเสียงสั่นนิดๆ แม้จะพยายามรักษาฟอร์มความปากเก่งเอาไว้
ภูผาไม่ตอบ เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกก่อนจะขยับเข้ามาคร่อมกักขังร่างของทัพฟ้าไว้ระหว่างพนักพิงเบาะกับแผ่นอกกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง กลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางปะปนกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวของวิศวกรหนุ่ม
“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม... ว่าถ้าเธอกล้าก้าวขาออกจากห้องไปหาไอ้คินทร์อีกก้าวเดียว ฉันจะทำอะไรบ้าง?”
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำเอาทัพฟ้าขนลุกซู่ไปทั้งร่าง หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก เมื่อใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ที่ถูกกดทับไว้ด้วยความหึงหวงอย่างน่ากลัว
“นาย... นายมันบ้า...” ทัพฟ้าพึมพำเสียงแผ่ว เบี่ยงสายตาหนีริมฝีปากที่จ่ออยู่ห่างกันแค่คืบ
“ใช่... ฉันมันบ้า” ภูผาพึมพำเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมมาจับคางมนให้หันกลับมาสบตา ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากบวมเจ่ออย่างทะนุถนอมขัดกับแววตาดุดัน “และคืนนี้... ฉันจะทำให้เธอลืมชื่อไอ้คินทร์ไปเลย... ทัพฟ้า”
ทัพฟ้ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงประท้วงใดๆ ออกมา ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างด้วยความดุดันและเรียกร้อง จนสถาปนิกหนุ่มแทบหลอมละลายคามือ
- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งรักของยัยตัวแสบกับวิศวกรคนซึมของเราในตอนนี้นะคะ -
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 15
ตามล่าตัวแสบถึงผับ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!