วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 14

ประชดด้วยการหายตัว

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงแก้วค็อกเทลกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง แข่งกับเสียงเบสหนักหน่วงที่กระแทกกระทั้นอกจนจังหวะการเต้นของหัวใจแทบจะรวนเร แต่ถึงกระนั้น ทัพฟ้าก็ยังรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับความเงียบงันกวนประสาทของใครบางคนที่คณะวิศวะฯ "ไหนบอกว่ามาคลายเครียดไงวะฟ้า ทำไมหน้าบึ้งยิ่งกว่าโดนบังคับให้แก้แบบโปรเจกต์จบปีสี่ล่ะเพื่อน" มีนชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ พลางยื่นแก้วสีอำพันให้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนใบหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าพ่อคุณกำลังสนุกสนานกับสถานการณ์ "กูไม่ได้หน้าบึ้ง" ทัพฟ้าปฏิเสธเสียงแข็ง กระดกแอลกอฮอล์รสชาติขมปร่าเข้าคอไปรวดเดียวหมดแก้ว เพื่อหวังจะล้างภาพใบหน้าบึ้งตึงและคำพูดใจร้ายของภูผาที่ยังติดอยู่ในหัวออกไปให้หมด *“ถ้าคิดว่าการประชดมันช่วยให้เธอฉลาดขึ้น ก็ลองดู... แต่จำไว้ว่าฉันไม่ใช่คนใจดีพอจะวิ่งตามใครไปทั่ว”* ประโยคทุเรศๆ นั่นยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท มันเป็นคำพูดของภูผาเมื่อช่วงบ่าย หลังจากที่ทัพฟ้าเผลอหลุดปากท้าทายเรื่องจะไปเที่ยวกลางคืนกับกลุ่มเพื่อนสถาปัตย์ฯ แทนที่จะอยู่ติวหนังสือสอบโครงสร้างกับอีกฝ่ายตามนัดหมาย และแทนที่ร่างสูงจะรั้งไว้ด้วยความห่วงใยตามประสาคนรัก (ที่ปากแข็งเป็นหิน) เจ้าวิศوةหน้าตายกลับพยักหน้ารับหน้าตาเฉยแถมยังพ่นคำพูดกวนประสาทใส่เสียอย่างนั้น ให้ตายสิ! คนอย่างทัพฟ้าเคยยอมก้มหัวให้ใครที่ไหนกันล่ะ ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกจะท้าทาย เขาก็พร้อมจะจัดให้ชุดใหญ่ ไฟกะพริบแบบไม่มีถอยเหมือนกัน! "ไม่ได้หน้าบึ้งแต่กัดฟันกรอดจนกรามจะแตกอยู่แล้วมั้งนั่น" มีนหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปมองกลุ่มเพื่อนๆ ที่กำลังแดנסกันอย่างสนุกสนานบนฟลอร์ "ว่าแต่... คินทร์ทักมาตามตื๊ออีกแล้วนะ มึงจะไม่เปิดใจให้รุ่นพี่เขานิดนึงจริงๆ เหรอวะ ดีกรีอดีตเดือนคณะ ทุ่มเทเบอร์นั้น ยอมเป็นหมา 24 ชั่วโมงเลยนะเว้ย" ชื่อของคินทร์ลอยเข้าหูพร้อมๆ กับที่หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะสั่นครืด คินทร์คือศัตรูหัวใจตัวฉกาจที่ภูผาเกลียดขี้หน้าเข้าไส้ และนั่นแหละคือเหตุผลชั้นดีที่ทำให้ทัพฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ทว่านิ้วเรียวยังไม่ทันได้แตะกดอ่านข้อความ ทันใดนั้นหน้าจอก็สว่างวาบด้วยสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่คุ้นเคย—*ภูผา* ทัพฟ้าจ้องมองหน้าจอที่โชว์ชื่อนั้นนิ่งๆ ความรู้สึกตีรันกันมั่วสุมในอก ทั้งสะใจ โกรธ ขัดเคือง และลึกๆ แล้ว... มีความคาดหวังโง่ๆ ซ่อนอยู่ อยากรู้เหมือนกันว่าคนปากแข็งอย่างมัน จะทนฟอร์มจัดได้สักกี่น้ำ! นิ้วเรียวปัดปฏิเสธสายเรียกเข้านั้นทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโยนโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะท่ามกลางเสียงเพลงอึกทึก ทัพฟ้าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ กลับมาปั้นหน้าเชิดใส่เพื่อนสนิท "ไปห้องน้ำก่อนนะ" บรรยากาศด้านนอกโซนปาร์ตี้ค่อนข้างเงียบสงบและอับชื้น ทัพฟ้ากวาดน้ำเย็นล้างหน้าเพื่อเรียกสติ หยดน้ำเกาะพราวบนแพขนตางอนและกรอบหน้าคมคาย ภาพสะท้อนในกระจกเงาสะท้อนความเหนื่อยล้าในแววตาออกมาอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่าไม่แคร์ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่มีเสียงแจ้งเตือน ติ๊ง! เสียงข้อความเข้าทำให้ทัพต้ารีบควAโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ รอยยิ้มสมเพชตัวเองผุดขึ้นที่มุมปากทันทีที่เห็นว่าเป็นข้อความจากคินทร์ ไม่ใช่จากคนที่เขารอคอย *‘ฟ้าครับ อยู่ไหนเหรอ พี่เลิกงานแล้ว แวะไปหาแถวนั้นดีกว่า’* ทัพฟ้าถอนหายใจยาวเหยียด กำโทรศัพท์ในมือแน่นด้วยความหงุดหงิด ประชดมาไกลถึงนี่ ทำไมมันถึงยังนิ่งสนิทขนาดนั้นวะ ภูผาใจคอจะปล่อยให้เขาหลุดมือไปจริงๆ หรือไง หรือที่ผ่านมาความรู้สึกที่อีกฝ่ายแสดงออกมันเป็นแค่เรื่องโกหกทั้งหมด? ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนต้องยกมือขึ้นกดนวดขมับ ทัพฟ้าตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับคินทร์ไปสั้นๆ ว่าตนนั่งอยู่ร้านไหน เผื่อว่าความวุ่นวายของรุ่นพี่คนนี้จะช่วยกลบเกลื่อนความหงุดหงิดในใจลงได้บ้างอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากโซนห้องน้ำเพื่อกลับไปหาเพื่อน เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ดังขึ้นจากด้านหลังกลับทำให้ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน "เก่งนักนะ... กล้าดียังไงถึงปิดเครื่องหนีแล้วบล็อกเบอร์ฉัน?" สัมผัสอุ่นจัดที่บีบกระชับรอบข้อแขนทำเอาทัพฟ้ารู้สึกชาไปทั้งแถบ กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกปะปนกับกลิ่นไอความเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะเข้าจมูก ทัพฟ้าหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา ดวงตาคมกริบของภูผายามนี้มืดสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บ่งบอกถึงโทสะที่ถูกกดทับไว้จนถึงขีดสุด เสื้อเชิ้ตสีดำยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทางอย่างเร่งรีบ และที่สำคัญที่สุด... แววตาของหมาโบ้ตัวยักษ์ที่เคยฉายความเย็นชาใส่เขาเมื่อตอนบ่าย ตอนนี้มันกลับลุกโชนไปด้วยไฟหึงหวงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "ปล่อยนะ..." ทัพฟ้าพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่แรงบีบกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนเนื้อตัวเริ่มเจ็บ "ปล่อยให้เธอมานั่งอ่อยผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ?" ภูผาก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของทัพฟ้าชนเข้ากับผนังห้องน้ำเย็นเฉียบ ร่างสูงก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่เฉียบคมและอันตรายจนน่ากลัว "คิดว่าหนีมาเที่ยวประชดแล้วฉันจะตามง้อเหรอทัพฟ้า... ฝันไปเถอะ" "เออ! รู้แล้วก็ปล่อยสิโว้ย! อยากมาทำไม ไม่ได้เชิญสักหน่อย!" ทัพฟ้าเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุตู้igอก "ในเมื่อนายบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ ก็ต่างคนต่างอยู่ส- อื้อ!" คำพูดท้าทายทั้งหมดถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี ภูผาไม่ได้แค่จูบเพื่อสั่งสอน แต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของที่ดุดันและร้อนแรงจนทัพฟ้ารู้สึกหายใจไม่ทัน มือหนาช้อนล็อกท้ายทอยเขาไว้มั่นไม่ให้หนีไปไหน ขณะที่ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากของเขาอย่างเอาแต่ใจ ปลุกเร้าทุกอณูความรู้สึกให้ปั่นป่วนจนสมองขาวโพลนไปหมด รสจูบที่ทั้งโกรธ ทั้งหึง และคลั่งรักในเวลาเดียวกัน ทำให้ทัพฟ้ารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่อีกฝ่ายเป็นคนควบคุม "ถ้านายกล้าเดินออกไปหาไอ้คินทร์..." ภูผาผละริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากแนบชิดติดกับหน้าผากของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของทัพฟ้าอย่างคาดคั้นและจริงจัง "ฉันจะอุ้มเธอกลับห้องแล้วไม่ปล่อยให้ออกมาเจอใครอีกเลย... จำไว้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งรักแบบซึนๆ ของนายวิศวะคนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%