เสียงแก้วกาแฟกระแทกกระทบโต๊ะหินอ่อนในสวนหย่อมหลังคณะไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่ความเงียบงันที่ตามมาหลังประโยคสนทนานั้นต่างหากที่หนักอึ้งราวกับมีใครเอาคอนกรีตผสมเสร็จมาเททับลงกลางอกของทัพฟ้า
"ยังไงยายหนูคนนั้นก็ไม่มีทางคู่ควรกับลูกหรอกนะตาผา... แม่หาคนที่ดีกว่า เพียบพร้อมกว่า และสมฐานะตระกูลเราไว้รอท่าแล้ว"
ทัพฟ้ายืนแข็งทื่ออยู่หลังพุ่มเข็มดัดตัดแต่งเรียบร้อย สมองที่เคยแล่นฉับไวและปากที่มักจะมีคำตอบโต้คมคายกลับด้านชาจนขาวโพลนในพริบตาเดียว ปลายเลือดยังคงอุ่นซ่านจากสัมผัสของภูผาที่เพิ่งผละออกไปเมื่อสิบนาทีមុนตอนที่เขาแอบหลบมาสูดอากาศ ทว่าความอบอุ่นเหล่านั้นกลับถูกแช่แข็งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดของมารดาฝ่ายชาย—คุณหญิงรำไพ
นี่สินะ... เหตุผลที่ช่วงหลังมานี้ภูผามักจะหลบตาเวลาพูดถึงอนาคต นี่สินะ... ความลับที่วิศวกรหนุ่มหน้าตายผู้ปากร้ายแต่ใจคลั่งรักพยายามปกปิดไว้ไม่ให้เขาต้องมารับรู้
"ผมเลือกเองครับแม่" เสียงทุ้มต่ำของภูผาตอบกลับทันควัน ไร้ซึ่งความลังเล น้ำเสียงเจือความดุดันที่มักใช้ประกาศอาณาเขตใส่ทุกคนที่เข้าใกล้ทัพฟ้า "แล้วผมก็ไม่ได้ต้องการคนเพียบพร้อมอะไร... ผมต้องการแค่ฟ้าคนเดียว"
"อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะภูผา!" คุณหญิงรำไพตวาดยะเยือก "ลูกเป็นถึงทายาทวิศวกรรมโยธาสายตรง จะเอาผู้ชายด้วยกันแถมยังเป็นแค่สถาปนิกปากจัดคนหนึ่งมาเป็นสะใภ้ใหญ่ได้อย่างไร สังคมจะมองยังไง ผู้ใหญ่ทางฝั่งคุณหญิงพรรณรายเขาเตรียมลูกสาวไว้ให้หมดแล้ว อาทิตย์หน้าหนingพิมพ์เขากลับมาจากอังกฤษ เราจะไปทานข้าวกัน"
ทัพฟ้ายกมือขึ้นกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
*สะใภ้ใหญ่... คุณหนูพิมพ์เขียว...*
คำเหล่านี้ดังก้องอยู่ในหัว วนซ้ำไปซ้ำมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ความเจ็บแปลบวิ่งพล่านไปตามเส้นประสาท ไม่ใช่เพราะเขากลัวคำดูถูกของคุณหญิงรำไพ แต่เป็นเพราะเขากลัว... กลัวว่าภูผาจะต้องลำบากใจ กลัวว่าความรักที่พวกเขาสร้างมาด้วยการกัดฟันฝ่าสายตาคนรอบข้าง จะต้องพังทลายลงด้วยกำแพงที่เรียกว่า "ชาติตระกูล"
"ผมไม่ไป" ภูผายืนกราน เสียงกรามขบเข้าหากันจนสันนูนเด่นชัด "แล้วผมก็บอกแม่ไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าไม่ใช่ฟ้า ผมก็ไม่เอาใครทั้งนั้น"
"แกกล้าขัดคำสั่งแม่เหรอภูผา!"
ทัพฟ้าไม่อยากฟังต่ออีกแล้ว เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก อากาศรอบตัวกลายเป็นพิษที่กัดกินปอด ร่างโปร่งหมุนตัวกลับอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อเดินหนีจากตรงนั้น แต่ความรีบร้อนทำให้ข้อเท้าไปสะดุดเข้ากับขอบกระถางดินเผาโดยไม่ตั้งใจ
*กริ๊ก!*
เสียงเศษกิ่งไม้หักดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงตวาดกร้าวของคุณหญิงรำไพดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาประชิดพุ่มไม้ ทัพฟ้าเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขากลั้นหายใจเมื่อพุ่มไม้ถูกแหวกออกด้วยมือของหญิงสูงวัย
ดวงตาคมกริบของคุณหญิงรำไพเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ส่วนภูผาที่เดินตามมาติดๆ ถึงกับหน้าถอดสี ดวงตาคู่คมที่เคยนิ่งสงบฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"ฟ้า..." ภูผาหลุดปากเรียกชื่อคนตัวเล็ก เสียงสั่นพร่าอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน
ทัพฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนรัก รอยยิ้มบางเบาที่ฝืนปั้นแต่งขึ้นมานั้นช่างดูน่าเวทนาเสียยิ่งกว่าการร้องไห้ สำหรับคนอย่างทัพฟ้าแล้ว ความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การถูกเกลียด แต่คือการรู้ว่าตัวเองกำลังเป็น "ภาระ" ให้คนที่เขารักต้องหนักใจ
"บังเอิญจังนะครับ..." ทัพฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือที่ปลายเสียงเล็กน้อย "ผมแค่วางแผนจะมาเดินเล่นรับลมหลังคณะ... ไม่คิดว่าจะได้ฟังละครฉากใหญ่ขนาดนี้"
"ทัพฟ้า ฟังฉันก่อน..." ภูผาก้าวเข้าไปหาหมายจะคว้ามือเรียวมากุมไว้เหมือนทุกที แต่ทัพฟ้ากลับเบี่ยงตัวหลบ ปล่อยให้ช่องว่างระหว่างพวกเขากว้างขึ้น
"ฟังอะไรล่ะครับภูผา ฟังว่าคุณกำลังจะไปดูตัวกับคุณหนูพิมพ์เขียวอะไรนั่นตามคำสั่งคุณแม่เหรอ?" ทัพฟ้าเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส แต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความถือดีอย่างถึงที่สุด "หรือฟังว่าตัวตนของผมมันเป็นได้แค่ความสนุกชั่วคราวของคุณ ที่สุดท้ายก็ต้องหลีกทางให้ผู้หญิงเพียบพร้อมตามสมควรแก่ประเพณี"
"ไม่ใช่แบบนั้น!" ภูผาคำรามลั่น ความหงุดหงิดระ-คนร้อนรนพุ่งทะยานถึงขีดสุด มือหนาคว้าข้อมือทัพฟ้าไว้แน่นชนิดที่ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด "อย่าพูดจาแบบนี้... ฟ้าก็รู้ว่าฉันมีแกแค่คนเดียว!"
"แล้วไงล่ะครับ?" ทัพฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองผ่านร่างสูงไปสบตากับคุณหญิงรำไพที่ยืนกอดอกมองด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "ความรักของคุณมันกินได้เหรอภูผา? ความรักของคุณมันเอาไปตบหน้าสังคมชั้นสูงของคุณแม่คุณได้หรือเปล่า?"
"พอสักที!" คุณหญิงรำไพแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาเหยียดหยามมองสำรวจทัพฟ้าตั้งแต่หัวจรดเท้า "เธอได้ยินหมดแล้วก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ เด็กหนุ่มที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรกับตระกูลเราทั้งนั้น ถ้าเธอยังรักตัวเองและยังมีศักดิ์ศรีหลงเหลืออยู่บ้าง ก็ควรจะไสหัวออกไปจากชีวิตลูกชายฉันซะ"
คำพูดนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน ทัพฟ้ารู้สึกชาไปทั่วทั้งร่าง มือที่ถูกภูผากำไว้เริ่มเย็นเฉียบ ทว่าริมฝีปากบางกลับคลี่ยิ้มหยันออกมาได้อย่างน่าประหลาด
"ศักดิ์ศรีเหรอครับคุณหญิง?" ทัพฟ้าหันกลับไปสบตาผู้มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะร้าวรานจนแทบแตกสละเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย "ผมมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ไปแย่งของใคร และก็มีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ทนอยู่ตรงนี้ให้ใครมาเหยียบย่ำราคาความเป็นมนุษย์หรอกครับ"
พูดจบ ทัพฟ้าก็ออกแรงสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมของภูผาอย่างเด็ดเดี่ยว แม้ว่าแรงดึงรั้งนั้นจะเกือบทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้นก็ตาม
"ฟ้า!" ภูผาร้องเรียกเสียงดังลั่น ท่าทางร้อนรนราวกับคนสติแตก วิศวกรหนุ่มผู้เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อเห็นแผ่นหลังบางกำลังก้าวเดินห่างออกไป
"ถ้าแกก้าวตามมันไปแม้แต่ก้าวเดียว ภูผา..." คุณหญิงรำไพเอ่ยเสียงเฉียบขาด ยืนขวางทางเดินไว้พร้อมประกาศิตขั้นเด็ดขาด "ก็จำหน้าแม่คนนี้ไว้ให้ดี เพราะแกจะไม่ได้เห็นฉันอีกตลอดชีวิต!"
เท้าแกร่งที่กำลังจะก้าวตามคนรักหยุดชะงักกึกในทันที ร่างสูงใหญ่ยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความกตัญญูและภาระหน้าที่
ทัพฟ้าที่เดินพ้นมุมพุ่มไม้มาไกลพอสมควร หยุดยืนพิงผนังตึกอิฐมอญเปลือยของคณะสถาปัตย์ เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้หลุดลอดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
ความเงียบงันในยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้ารelentless หนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ทัพฟ้าเงยหน้าขึ้นด้วยความหวังอันริบหรี่ คิดว่าเป็นภูผาที่ยอมสลัดทุกอย่างเพื่อตามง้อเขา
ทว่า... ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่ภูผา
คินทร์ยืนกอดอก ยิ้มมุมปากด้วยแววตาพราวระยับที่ซ่อนความสมเพชเวทนาและประกายความเจ้าเล่ห์เอาไว้ครบถ้วน ในมือถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอที่เพิ่งกดบันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อครู่เสร็จหมาดๆ
"ไงครับสถาปนิกคนเก่ง..." คินทร์โน้มตัวลงกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของทัพฟ้าด้วยน้ำเสียงเยเย้ยถถัน "โดนหมาบ้านทิ้งซะแล้วสินะแบบนี้... สนใจเปลี่ยนมาซบไหล่รุ่นพี่คนนี้แทนไหมล่ะ? รับรองว่าฉันจะดูแลนายดีกว่าไอ้วิศวกรหน้าตายคนนั้นแน่นอน"
ทัพฟ้านิ่งอึ้ง สมองที่กำลังสับสนวุ่นวายถูกกระชากกลับมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักว่าคินทร์กำลังเห็นทุกอย่าง และกำลังใช้ความอ่อนแอของเขาเป็นเครื่องมือ
และในจังหวะที่ทัพฟ้ากำลังจะเงื้อมมือขึ้นตạtหน้าคนฉวยโอกาสนั้นเอง...
เงาร่างสูงใหญ่ของภูผาที่หลุดพ้นจากการควบคุมของคุณหญิงรำไพ ก็พุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อของคินทร์ด้วยความเร็วแสง หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่กรามของรุ่นพี่ตัวแสบทันทีจนเลือดกบปาก!
"มึงกล้าดียังไงมาแตะต้องเมียกู!" ภูผาคำรามลั่น ดวงตาสดใสแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวขั้นสุด พร้อมกับที่บรรยากาศรอบตัวระอุเดือดขึ้นในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของ "หมอกไม้ไผ่" ในทุกๆ ตอนนะคะ
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 31
ข่าวร้ายที่ทำให้ช็อก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!