กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต ทัพฟ้ากระชับกระเป๋าเอกสารในมือแน่น ขณะที่ดวงตากลมโตมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่กระดากหูและกระดากใจจนแทบอยากจะวาร์ปหายตัวไปเสียเดี๋ยวนี้
“ตายจริง ลูกฟ้า! แม่ลืมหยิบกระเป๋าเงิน— อุ๊ย!”
เสียงอุทานที่จงใจดัดให้ฟังดูตกอกตกใจจนเกินจริงดังขึ้นจากคุณหญิงนภา แม่ของภูผา ซึ่งยืนอยู่ตรงธรณีประตูห้องรับรองแขกพิเศษของบริษัท สถาปัตยกรรมชื่อดัง ในมือของท่านถือกระเป๋าแบรนด์เนมใบโต แต่สายตาคมกริบราวกับเรดาร์กำลังกวาดมองร่างโปร่งของทัพฟ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินค่า
ทัพฟ้ายกมือไหว้ตามมารยาทอันดีงามที่ถูกอบรมมา แม้ว่าในใจจะนึกอยากกรอกตา Avoid ไปถึงดาวอังคารก็ตาม “สวัสดีครับ… เอ๊ย สวัสดีค่ะ คุณหญิง” เกือบหลุดปากพูดภาษาผู้ชายออกไปเสียแล้ว ดีนะที่เบรกกรามทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงเสียฟอร์มแย่
“อืม หน้าตาก็สะสวยดีนี่ ถึงว่าล่ะ… ถึงได้คอยตามติดลูกชายฉันแจไม่ยอมห่าง” คุณหญิงนภาวางมาตรผู้ดีเก่าด้วยการเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองแก้วกาแฟในมือทัพฟ้าก่อนจะแค่นجเสียงเบาๆ ในลำคอ “แต่ก็นั่นแหละนะ คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทะเยอทะยานเข้ามาอยู่ในที่ที่สูงเกินเอื้อมได้… เธอว่าจริงไหมล่ะ หนูฟ้า”
คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ต้องลับมีดทำให้ทัพฟ้าแค่นยิ้มมุมปาก ความปากเก่งและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเริ่มทำงานทันที สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งไม่ได้ถอยร่น กลับก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนคุณหญิงต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความแปลกใจ
“ค่ะ หนูฟ้าก็คิดว่าคนเราเลือกได้จริง ๆ นั่นแหละค่ะ” ทัพฟ้าตอบเสียงใส รอยยิ้มหวานหยดแต่แฝงด้วยความคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “เลือกได้ว่าจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ หรือจะทำตัวเป็น… เอ่อ คนแก่ที่ว่างงานจนต้องมาตามก้าวก่ายชีวิตลูกชายตัวเองที่มีวุฒิภาวะมากพอจะเลือกคู่ชีวิตด้วยตัวเองแล้วค่ะ”
“นี่เธอ!” คุณหญิงนภาหน้าตื่นด้วยความโกรธ เลือดขึ้นหน้าจนผิวขาวๆ แดงก่ำ “กล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!”
“รู้ค่ะ เป็นคุณแม่ของภูผาไงคะ ถึงได้พยายามพูดด้วยความสุภาพที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้แล้วนะเนี่ย” ทัพฟ้าลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจจะแอบลุ้นระทึกว่าถ้าภูผาโผล่มาตอนนี้ หัวใจของวิศวกรหนุ่มคงได้วายเฉียบพลันเพราะความหัวรั้นของเขากับแม่แน่ๆ
และราวกับรู้ใจ…
“แม่ครับ/ฟ้า”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ประสานกันขึ้นพร้อมกับแรงโอบกระชับที่เอวคอดทำให้ทัพฟ้านิ่งค้างไปเสี้ยววินาที กลิ่นกายคุ้นเคยของภูผาที่ผสมผสานกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศพัดเข้าปะทะจมูก ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับคุณหญิงนภาอย่างปกป้อง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาสสีเข้มดุจเสือดาวจ้องมองมารดาตัวเองด้วยแววตาที่แข็งกร้าวชนิดที่ทัพฟ้าไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณแม่มาทำอะไรที่นี่ครับ” ภูผาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่กดต่ำจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
“ภู! แกพูดกับแม่แบบนี้เหรอ หัดใช้คำพูดคำจาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ห๊ะ! เพราะเด็กคนนี้ใช่ไหมที่มันเป่าหูแกจนก้าวร้าวใส่ฉัน!” คุณหญิงนภาชี้หน้าทัพฟ้าที่ยืนอยู่ด้านหลังไหล่กว้างของภูผา
“อย่ามาโทษฟ้าครับ” ภูผาขยับตัวบังทัพฟ้าไว้มิดชิด มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวของคนตัวเล็กมาบีบไว้แน่น ยิ่งบีบแน่นเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผ่านความร้อนรุ่มและความกังวลมาให้อีกฝ่ายรับรู้เท่านั้น “ฟ้าเขาพูดความจริงทุกอย่าง แม่ต่างหากที่ล้ำเส้นเกินไปแล้ว เรื่องงานของผม ผมจัดการเองได้ และเรื่องแต่งงาน… ผมก็มีคนในใจอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องให้แม่หาผู้หญิงหน้าไหนมาให้ทั้งนั้น”
“แกจะปฏิเสธหนูนิชา ลูกสาวท่านรัฐมนตรี เพื่อเด็กผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้นะเหรอ!” คุณหญิงกรีดเสียงด้วยความเหลืออด “ตระกูลเราหน้าตาทางสังคมเสียหายหมดสิถ้าข่าวออกไปว่าทายาทคนเดียวของตระกูลไปคว้าผู้ชายมาเป็นภรรยา!”
“ถ้าตระกูลเรามันแคร์หน้าตามากกว่าความสุขของผม งั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องรักษาหน้าตาบ้าบอพวกนั้นไว้หรอกครับ!” ภูผากระแทกเสียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แรงบีบที่มือของทัพฟ้ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนเริ่มเจ็บ แต่ทัพฟ้ากลับรู้สึกอุ่นวาบไปถึงขั้วหัวใจอย่างประหลาด
นี่น่ะเหรอ… หมาโบ้ปากร้ายที่ชอบทำหน้าตายใส่เขาทุกวัน ตอนนี้กลับแปลงร่างเป็นสิงโตหนุ่มพร้อมขย้ำทุกคนที่กล้ามาทำร้ายเขาเสียแล้ว
ทัพฟ้ายกมืออีกข้างขึ้นแตะแขนแกร่งของภูผาเบาๆ ส่งสัญญาณเตือนว่าพอได้แล้ว แต่สายตาคมกริบของคนตัวสูงกลับก้มลงมองเขาด้วยความอ่อนโยนชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับมารดาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
“ผมจะบอกแม่ไว้ตรงนี้เลยนะครับ ว่าชีวิตนี้ผมจะแต่งงานกับทัพฟ้าคนเดียวเท่านั้น ถ้าแม่ไม่ยอมรับ ก็ไม่ต้องมาเจอหน้าผมอีก!”
สิ้นคำประกาศิตราวกับฟ้าผ่ากลางสำนักงาน คุณหญิงนภากรีดร้องออกมาด้วยความบันดาลโทสะ มือเรียวสั่นเทาชี้หน้าลูกชาย “แก… แกกล้าตัดแม่ตัดพ่อเพื่อมันเหรออีภูผา!”
“ผมไม่ได้ตัดแม่ครับ แต่แม่ต่างหากที่กำลังจะตัดลูกชายตัวเองออกจากชีวิต ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผม” ภูผาตอบกลับเสียงกร้าว เด็ดขาดและไร้เยื่อใย
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทัพฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งซาบซึ้ง ตกใจ และกังวลกับผลกระทบที่จะตามมา ความรักของพวกเขามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ ยิ่งก้าวเดินต่อไปข้างหน้า อุปสรรคชิ้นใหญ่ก็ยิ่งโถมเข้ามาท้าทายความอดทนมากขึ้นเรื่อยๆ
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังชะงักงันกับคำพูดตัดเยื่อใยของภูผา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างสูงโปรดของรุ่นพี่สถาปัตย์เก่าที่ทัพฟ้าคุ้นเคยดีก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงประตู
“อ้าว บรรยากาศมาคุจังเลยนะครับ… ขอโทษทีที่ผมเข้ามาขัดจังหวะครอบครัวเขาคุยกัน พอดีผมเอาเอกสารสำคัญมาส่งให้ ‘ว่าที่ภรรยา’ ของผมเซ็นน่ะครับ”
คินทร์ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ทัพฟ้า ดวงตาเจ้าเล่ห์กวาดมองภูผาที่กำลังโอบกอดทัพฟ้าไว้ด้วยสายตาท้าทาย ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือให้ดูชัดๆ
“พอดีคุณพ่อของผมกับคุณอา (แม่ของภูผา) เขาเพิ่งเซ็นสัญญาหมั้นหมายระหว่างผมกับฟ้าไว้เรียบร้อยแล้วล่ะครับ… ภูผา น้องฟ้าคงไม่ได้บอกนายใช่ไหม?”
ทัพฟ้านิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนในพริบตาเดียวเมื่อได้ยินประโยคที่ทำลายความสุขทั้งหมดลงตรงหน้า
หวังว่ารี้ดเดอร์ของหมอกไม้ไผ่จะยังทนหายใจไหวกับปมระอุตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 30
อุปสรรคชิ้นใหญ่
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!