“ถ้ายังเดินก้าวขาผิดจังหวะอีกก้าวเดียว ฉันจะจับคุณโยนลงไปให้รถบรรทุกปูนข้างล่างเคี้ยวเล่นแทนหินคลุกนะคะสถาปนิกทัพฟ้า”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ ทัพฟ้าชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเหยียบลงบนเศษเหล็กข้ออ้อยที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นคอนกรีตเปลือย เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเลือดหมูที่ตอนนี้เปรอะฝุ่นปูนขาวบางเบa หมวกนิรภัยสีขาวใบเก่งสวมอยู่บนหัวทุย ทำให้ใบหน้าคมคายดุๆ นั้นดูดุดันขึ้นเป็นกอง—แต่สิ่งที่ดุดันยิ่งกว่าคือสายตาคมกริบที่กำลังมองเขาด้วยความระอาปนเอ็นดูแบบเนียนๆ
“ปากร้ายแบบนี้ ระวังตอนแก่ไม่มีใครเอาคือนะครับคุณวิศวะภูผา” ทัพฟ้าลอยหน้าลอยตาตอบ ยักคิ้วกวนประสาทใส่คนตัวโตกว่าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าในใจจะแอบสะดุ้งวาบกับระยะห่างที่มันใกล้เกินความจำเป็นเมื่อภูผาขยับเข้ามาประชิดเพื่อดึงแขนเขาให้พ้นจากโซนอันตราย
ไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงบ่ายแก่ๆ แดดร่มลมตกก็จริง แต่ไอร้อนจากพื้นคอนกรีตและฝุ่นละอองยังคงคุกรุ่น ทัพฟ้าถูกลากตัวมาตรวจหน้างานกะทันหันด้วยข้ออ้างเรื่อง ‘แบบโครงสร้างขัดแย้งกับงานดีไซน์’ ซึ่งพอดูเข้าจริงๆ แล้ว... มันแทบไม่มีอะไรผิดพลาดเลยสักนิด นอกจากความตั้งใจของวิศวกรหน้าตายบางคนที่อยากหาเรื่องดึงตัวสถาปนิกปากเก่งอย่างเขาออกมาสูดอากาศนอกคณะ
“ปากดีแบบนี้ คืนนี้คงต้องให้เดินตรวจไซต์งานรอบเก็บรายละเอียดคนเดียวถึงเที่ยงคืนแล้วล่ะมั้ง” ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มกวาดมองสำรวจชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับ The Sleeve และกางเกงสแลคเข้ารูปของทัพฟ้าด้วยความไม่สบอารมณ์ “แต่งตัวซะหล่อ นึกว่ามาเดินแฟชั่นวีค ไม่ได้มาลุยฝุ่น”
“ก็ใครบอกให้ผมมาด่วนล่ะครับคุณภูผา นึกว่าตึกจะถล่มซะอีก” ทัพฟ้ากระชับกระเป๋าเอกสารในมือแน่น แกล้งเบี่ยงตัวหลบสายตาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าแดดเมืองไทย “แล้วก็นะ... เลิกจับแขนผมสักที คนงานเขามองกันหมดแล้ว”
“ปล่อยให้มองไปสิ จะได้รู้ว่าวิศวกรคุมงานเขามีเจ้าของแล้ว”
คำพูดหน้าตายแต่มาพร้อมรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจทำเอาทัพฟ้าสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าขาวๆ ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบก้าวหนีไปยืนเกาะระเบียงกันตกที่มองเห็นวิวแม่น้ำกว้างใหญ่ เพื่อซ่อนอาการรวนเรในอก
ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้ขยันทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อย ตั้งแต่เหตุการณ์คืนนั้น ภูผาก็ยิ่งรุกหนักขึ้นแบบเนียนๆ ไม่มีคำบอกรักหวานเลี่ยน ไม่มีดอกไม้ช่อโต มีแต่การกระทำกวนประสาทที่แฝงความห่วงใยจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้มันช่างชวนให้คิดไกลเสียเหลือเกิน ลมแม่น้ำพัดโชยกลิ่นไอความชื้นปะปนกับกลิ่นฝุ่นซีเมนต์ แสงสีส้มอมแดงของดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับฉากในซีรีส์โรแมนติกชั้นดี—ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คือไซต์งานก่อสร้างที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักรและเหล็กเส้นนะ
“มองอะไร หน้าผมมีปูนติดอยู่รึไง”
เสียงทุ้มกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวตามมาประชิดด้านหลัง ทัพต้ารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้างที่ทาบทับลงมาเบาๆ แม้จะมีเสื้อช็อปคั่นกลาง แต่ความใกล้ชิดนี้มันก็ทำเอาประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว
“ถอยไปเลยนะภูผา ร้อน!” ทัพฟ้าแกล้งโวยวาย ขยับตัวหนีแต่ก็ถูกมือหนาคว้าข้อมือไว้เบาๆ ไม่ให้ล้มไปสะดุดอะไรอีก
“ร้อนอะไร ลมเย็นจะตาย... หรือว่าร้อนอย่างอื่น” ภูผายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะเฉียดแก้มใส ดวงตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความพอใจ “เขินเหรอครับสถาปนิก”
“ใครเขิน! ฝุ่นมันเข้าตาต่างหากเล่า!” ทัพฟ้าเถียงคอเป็นเอ็น รีบยกมือขึ้นขยี้ตาแก้เก้อ แต่กลับโดนมือใหญ่คว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน
“อย่าขยี้ เดี๋ยวตาก็อักเสบหรอก ตัวก็แค่นี้ ทำไมดื้อชะมัด” น้ำเสียงที่เอ็ดเบาๆ นั้นไม่ได้มีความดุจริงจังเลยสักนิด กลับเจือความอ่อนโยนที่ภูผามักจะซ่อนไว้ใต้มาดนิ่งขรึมเสมอ ปลายนิ้วโป้งสากระคายเคعبเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มของทัพฟ้า ปัดเศษฝุ่นจางๆ ออกให้อย่างทะนุถนอม
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ทัพฟ้าชะงักค้าง สบตากับนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของตัวเองอยู่ข้างใน ความเงียบสงบก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจรอบข้าง เคมีที่ประทุเงียบๆ ระหว่างพวกเขามันชัดเจนเสียจนไม่ต้องมีคำพูดใดๆ อธิบาย ภูผาไม่ใช่คนหวาน แต่สัมผัสอุ่นจัดที่ข้างแก้มกับสายตาที่มองมาแบบคลั่งรักเงียบๆ นี่แหละที่ทำเอาคนปากเก่งอย่างทัพฟ้าไปไม่เป็นทุกที
“คุณนี่นะ...” ทัพฟ้าพึมพำเสียงแผ่วเบา หัวใจเต้นรำระส่ำไม่เป็นจังหวะ “ชอบทำตัว... เอาแต่ใจอยู่เรื่อยเลย”
“ก็รู้ว่าคนเอาแต่ใจคนนี้แพ้ทางคุณคนเดียวรึเปล่าล่ะ” ภูผายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นที ทำเอาคนมองใจกระตุกวูบ “กลับกันเถอะ เลิกงานแล้ว เดี๋ยวพาไปกินอะไรอร่อยๆ... ถือเป็นเดทแรกของเรา ดีไหม?”
“ใครเขาตกลงจะเดทกับคุณกัน...” ทัพฟ้าพึมพำเสียงเบาหวิว พยายามซ่อนรอยยิ้มที่มุมปากอย่างสุดชีวิต แต่ความแดงที่ลามเลียไปถึงใบหูนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพ่ายแพ้ราบคาบ
“ไม่ปฏิเสธแปลว่าตกลงครับ” ภูผาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถือวิสาสะสอดนิ้วประสานเข้ากับมือเรียวของทัพฟ้าแน่น แล้วออกแรงจูงให้เดินลงจากตึกไปด้วยกัน ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่กำลังอัสดงและบรรยากาศอบอวลที่เปลี่ยนไซต์งานดิบเถื่อนให้กลายเป็นพื้นที่สีชมพูไปโดยปริยาย
ทัพฟ้าเม้มปากแน่น เหล่ตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของวิศวกรหนุ่มที่เดินนำอยู่ก้าวหนึ่ง ปลายนิ้วที่เกี่ยวกันไว้มันอุ่นวาบจนส่งผลมาถึงหัวใจ ความรู้สึกแปลกใหม่ที่พPยายามหลบ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นประตูทางออกโซนด้านหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ก็ทำให้บรรยากาศสีชมพูเมื่อครู่แตกกระเจิงในพริบตา
“อ้าว... ทัพฟ้า! บังเอิญจัง นึกว่าใคร ที่แท้ก็มาตรวจงานกับแฟนเด็กนี่เองเหรอครับเนี่ย”
ร่างสูงโปรดของ **คินทร์** รุ่นพี่สถาปัตย์เก่าก้าวออกมาจากมุมเสาปูน พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ ดวงตาส่อแววคุกคามชัดเจน รอยประสานมือของทัพฟ้าและภูผาถูกสายตานั้นมองตรงมาด้วยความเย้ยหยัน
ภูผาชะงักก้าวเท้าทันที บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอุ่นละมุนละไมเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและคุกรุ่นในเสี้ยววินาที สันกรามของวิศวกรหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีเข้มหันขวับกลับไปจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดزيเหมือนเสือหิวที่ถูกขัดจังหวะเวลาล่าเหยื่อ
ทัพฟ้ารู้สึกได้ถึงแรงบีบที่กระชับแน่นขึ้นที่มือ ร่างสูงข้างกายขยับก้าวมาบังตัวเขาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณของการแสดงความเป็นเจ้าของ
“พี่คินทร์... มาทำอะไรที่นี่ครับ” ทัพฟ้าขมวดคิ้วถามเสียงเรียบ พยายามดึงมือตัวเองออกจากการกุมของภูผา แต่กลับโดนภูผารั้งไว้แน่นกว่าเดิม
“พี่ผ่านมาแถวนี้พอดี... แล้วก็บังเอิญได้ยินว่าโปรเจกต์นี้มีปัญหา เลยแวะมาดูเผื่อช่วยอะไร ‘คนเก่าคนแก่’ แถวนี้ได้บ้าง” คินทร์ยิ้มกริ่ม สายตาคมกริบกวาดมองภูผาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีท้าทาย “ว่าแต่วิศวกรคุมงานแถวนี้ เขาดูแลเด็กในคาถาดีจนต้องมาเดินตามจิกถึงไซต์งานเลยเหรอครับเนี่ย?”
บรรยากาศนิ่งงันลงในทันที ภูผาแค่นยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดคินทร์ด้วยท่าทีคุกคามโดยไม่รักษามารยาทรุ่นพี่รุ่นน้องอีกต่อไป
“ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ก็เชิญไสหัวกลับไปทางเดิมเถอะครับ” ภูผาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาแข็งกร้าวชนิดที่พร้อมจะมีเรื่องได้ทุกเมื่อ “เพราะดูท่าทาง... พื้นที่ตรงนี้ มันจะไม่มีที่ว่างให้คนหน้าด้านเข้ามาสอดหรอกนะ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความละมุนและคอยหมั่นไส้ความซึนของพี่ภูผาไปด้วยกันนะคะ!
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 18
เดทแรกที่ไม่ใช่เดท
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!