“ถ้าพี่ยังเดินตามมาวุ่นวายไม่เลิก ฉันจะแจ้งความข้อหาคุกคามสิทธิส่วนบุคคลนะคะพี่คินทร์”
เสียงหวานใสที่เคยรื่นหู บัดนี้กลับแข็งกร้าวและเย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ทัพฟ้าก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงโปรดของคินทร์เคลื่อนเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังบางเกือบแนบติดกับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบของห้องสันทนาการหลังคณะสถาปัตย์ ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและดื้อรั้น ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจที่พุ่งทะยานจนแทบจะระเบิด
คินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวลงอย่างไม่ี่แยแส รุ่นพี่หนุ่มยื่นมือข้างหนึ่งไปยันกำแพงกั้นทางหนีของคนตัวเล็กไว้ กักขังทัพฟ้าไว้ในพื้นที่วงแขนอย่างจงใจ สายตาคู่คมกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนอย่างถือวิสาสะ
“ดุจังนะทัพ... แต่ก่อนไม่เห็นเคยปากร้ายใส่พี่แบบนี้เลยนี่นา หรือตั้งแต่มีเจ้าวิศวกรหน้าตายคนนั้นคอยตามรับตามส่ง ปีกกล้าขาแข็งขึ้นเยอะเลยนะเรา” คินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ย ทว่าประกายตาในความมืดสลัวกลับเต็มไปด้วยความกระหายอยากเอาชนะ “คิดเหรอว่ามันจะปกป้องนายได้ตลอดรอดฝั่ง เรื่องโปรเจกต์ประกวดแบบอาคารสาธารณะนั่น... ถ้าไม่มีเส้นสายของพี่ นายคิดว่าตัวเองจะฝ่าด่านอรหันต์ของคณะกรรมการมาได้เหรอทัพฟ้า”
คำพูดนั้นจี้ใจดำของทัพฟ้าเข้าอย่างจัง มือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยโทสะที่ถูกจุดติด ทัพฟ้ารู้ดีว่าโปรเจกต์นี้สำคัญกับอนาคตของตัวเองแค่ไหน และเขาก็ทุ่มเทมันด้วยหยาดเหงื่อทุกหยด ไม่ใช่เพราะเส้นสายบ้าบออะไรที่คินทร์กำลังพยายามยัดเยียดให้
“พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยนะคะ! ผลงานนั่นมาจากฝีมือฉันล้วนๆ อย่าเอาความคิดสกปรกมาเปื้อนงานของฉัน!” ทัพฟ้าสวนกลับทันควัน เสียงหวานตวาดแว้ดด้วยความเหลืออด พร้อมกับเงื้อมือขึ้นเตรียมผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง
ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะได้สัมผัสกับอกเสื้อของรุ่นพี่ตัวดี ร่างของคินทร์กลับถูกกระชากถอยหลังอย่างแรงด้วยพลังมหาศาลจากด้านหลัง ชนิดที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว
*ตุบ!*
ร่างสูงของคินทร์เซถลาไปชนกับโต๊ะไม้กลางห้องจนข้าวของกระจัดกระจาย เสียงอุทานด้วยความตกใจยังไม่ทันหลุดจากปากดี เจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวะสีเข้มที่คุ้นตาดีก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวคินทร์ในเสี้ยววินาที
ภูผาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่มุมปากของคินทร์เต็มแรงจนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น กลิ่นอายคาวเลือดและบรรยากาศดิบเถื่อนแผ่พุ่งออกมาจากตัววิศวกรหนุ่มจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดตวัดมองคู่กรณีที่กำลังยกมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปากด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ถ้าไม่อยากให้มือฉันหักกระดูกนายเป็นท่อนๆ ไสหัวออกไปจากตึกนี้ซะ” ภูผาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนคินทร์ที่ตั้งท่าจะสวนกลับถึงกับชะงัก เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ซึ่งความปรานีคู่นั้น ภูผาเวลานี้เหมือนเสือร้ายที่กำลังหวงอาณาเขต ไม่มีเหตุผล ไม่มีบทสนทนา มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่พร้อมจะขยี้ใครก็ตามที่กล้าแตะต้อง ‘คนของตัวเอง’
คินทร์กัดฟันกรอด ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ส่งสายอาฆาตมาที่ภูผาก่อนจะปรายตามามองทัพฟ้าที่ยืนนิ่งอึ้ง แล้วจึงยอมเดินเลี่ยงออกไปจากห้องสันทนาการเงียบๆ เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วว่าการปะทะตรงๆ กับหมาบ้าอย่างภูผาในตอนนี้มีแต่จะเสียกับเสีย
สิ้นเสียงฝีเท้าที่เดินลับหายไป ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทันที
ทัพฟ้ายืนกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ ร่างบางหันไปมองหน้าวิศวกรหนุ่มที่ยืนหายใจหอบฮืด ไหล่กว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่ยังคุกรุ่น เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงเล็กน้อยระกรอบหน้าคมคาย ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
ให้ตายเถอะ... ปกติก็ปากร้ายใส่ตลอดแท้ๆ แต่พอเห็นท่าทางหวงก้างแบบนี้แล้ว มันทำให้หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะเสียได้
“มองอะไร หน้าฉันมีรอยร้าวรึไง” ภูผาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างตามสไตล์ แสร้งทำเป็นเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างแนบเนียน
“เปล่าค่ะ... แค่แปลกใจว่าหมาแถวนี้แถวนี้หูไวเหลือเกิน วิ่งตามกลิ่นมาได้ทันเวลาพอดีเป๊ะเลยนะ” ทัพฟ้าเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วกวนประสาทกลับไปทันทีตามนิสัยปากเก่งที่ไม่เคยยอมใคร แม้ว่าข้างในจะแอบโล่งใจจนแทบทรุดก็ตาม
ภูผาหันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังมียืนยันความปากดีใส่หน้าเขาได้ไม่เว้นแต่ละวัน ดวงตาคมกวาดสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพื่อเช็กความเรียบร้อย เมื่อเห็นว่าไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บใดๆ ริมฝีปากหนาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงและเย็นชาดังเดิม
“ปากเก่งให้มันตลอดเถอะทัพฟ้า ถ้าวันไหนฉันมาไม่ทันแล้วนายพลาดท่าขึ้นมาจริงๆ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนจับนายล่ามโซ่ขังไว้ในห้องไม่ให้ไปไหนเลยคอยดู” ภูผาขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าหมั่นไส้ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวทัพฟ้าทีละก้าว จนคนตัวเล็กต้องถอยร่นจนแผ่นหลังชนติดผนังอีกรอบ
“นี่! พูดจาบ้าอะไรเนี่ย ใครจะไปยอมให้นายทำแบบนั้นกัน!” ทัพฟ้าโวยวาย หน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับภูผาลดลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อจากการออกแรงชกเมื่อครู่ ยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิง
“ไม่ได้ขอร้องให้ยอม... แต่นี่คือประกาศ” ภูผายื่นมือหนาไปทาบกับผนังด้านข้าง กักตัวทัพฟ้าไว้อย่างเบ็ดเสร็จ ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูขาวสะอาดจนคนตัวเล็กสะ้านไปทั้งร่าง “และนายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วย”
“ทำไมฉันจะปฏิเสธไม่ได้! นายเป็นใคร ถึงมาออกคำสั่งกับฉันฮะ!”
“เป็นคนที่ถือไพ่เหนือกว่านายทุกอย่าง... และเป็นคนเดียวที่จะช่วยให้นายรอดพ้นจากเงื้อมมือไอ้คินทร์ได้แบบถาวร” ภูผาผละใบหน้ากลับมาสบตาตรงๆ ดวงตาคมก้าวร้าวลดระดับความแข็งกร้าวลงเหลือเพียงความจริงจังและเว้าวอนลึกซึ้งที่หาดูได้ยาก
ทัพฟ้านิ่งงันไป ประกายตาไหวระริก “นายหมายความว่ายังไง...”
ภูผายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้วิศวกรหนุ่มดูร้ายกาจและทรงเสน่ห์จนน่ากลัวในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกรงกรอบหน้าของทัพฟ้าอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะโดนผิวแก้มทำให้ทัพฟ้าลืมหายใจไปชั่วขณะ
“ข้อตกลงง่ายๆ... มาเป็นแฟนหลอกๆ กับฉันซะ แล้วฉันจะจัดการเคลียร์ปัญหาทุกอย่างของนายให้จบในสัปดาห์นี้”
ทัพฟ้าเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงกับข้อเสนอที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า “หา?! นายบ้าไปแล้วเหรอภูผา! จู่ๆ จะให้ฉันไปเป็นแฟนกับนายเนี่ยนะ เพื่ออะไรไม่ทราบ!”
“เพื่อความปลอดภัยของนาย... และเพื่อความสงบสุขในหัวใจของฉันเอง” ภูผาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากบาง สัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรดแก้มสร่างซ่านความวาบหวามไปทั่วสรรพang “คิดดูให้ดีนะทัพฟ้า นายเหลือเวลาตัดสินใจไม่มากแล้ว เพราะไอ้รุ่นพี่ตัวดีของนาย มันกำลังวางแผนเล่นงานนายรอบใหม่... และมีเพียงฉันคนนี้เท่านั้น ที่จะปกป้องนายจากมันได้”
หัวใจของทัพฟ้าเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความสับสนและความหวั่นไหวตีรวนกันจนยุ่งเหยิงในอก สมองสั่งให้ปฏิเสธคำพูดบ้าบอนั่นทันที แต่สายตาจริงจังและอ้อมแขนที่โอบล้อมรอบตัวไว้อย่างมั่นคงกลับทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
ในจังหวะที่ทัพฟ้ากำลังอ้าปากจะเอ่ยคำปฏิเสธปฏิเสธออกไปเพื่อรักษาฟอร์ม
เสียงฝีเท้าก้าวหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกห้องสันทนาการก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“ไอ้ผา! ทัพฟ้า! พวกมึงอยู่ในนั้นรึเปล่า... แย่แล้ววะ! อาจารย์ภาควิชาเรียกตัวด่วนเรื่องโปรเจกต์ประกวด แล้วไอ้คินทร์มัน...”
เสียงตะโกนกระหืดกระหอบของมีนที่ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับการผลักบานประตูเปิดออก ทำให้ร่างทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันอยู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟลวก
ทัพฟ้าหันไปมองมีนที่ยืนหน้าตาตื่นอยู่ที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาสบตากับภูผาที่ยืนตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอย่างชัดเจน
ดวงตาคมกริบของภูผาจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโต ราวกับกำลังกดดันให้คนตัวเล็กต้องรีบตัดสินใจเดี๋ยวนี้
“ว่าไง... จะรับข้อตกลงของฉันดีๆ หรือจะให้ฉันอุ้มพาดบ่าออกไปคุยกันข้างนอกทีเดียวเลย” ภูผากระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ขณะที่เสียงเรียกของมีนดังไล่หลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ...
***
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่ภูผากับน้องทัพฟ้านะคะ! เลิฟยูว์ค่า 💖
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 17
ข้อตกลงลับฉบับคนคลั่งรัก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!