“ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ก็เชิญไสหัวกลับไปทางเดิมเถอะครับ”
ภูผาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาแข็งกร้าวชนิดที่พร้อมจะมีเรื่องได้ทุกเมื่อ “เพราะดูท่าทาง... พื้นที่ตรงนี้ มันจะไม่มีที่ว่างให้คนหน้าด้านเข้ามาสอดหรอกนะ”
ทัพฟ้าที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์ในสตูดิโอออกแบบชั่วคราวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มมุมปาก ความมั่นใจของเขามักจะถูกหยิบมาใช้เป็นเกราะกำบังเสมอ แต่ดูเหมือนวันนี้เกราะนั้นจะเริ่มร้าวเพราะแรงกดดันจากวิศวกรหนุ่มที่ยืนถมึงทึงอยู่ข้างๆ
“ภูผา ใจเย็นก่อน” ทัพฟ้ากระซิบเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องมองไปยัง ‘ลูกค้าหนุ่ม’ ที่กำลังยืนทำหน้าเหรอหราอยู่กลางห้อง “คุณวินครับ... เดี๋ยวผมขอตัวไปจัดการธุระข้างนอกแป๊บหนึ่ง รบกวนคุณดูแบบตรงส่วนโครงสร้างหลักไปก่อนนะ ถ้าสงสัยตรงไหน เดี๋ยวผมกลับมาอธิบายต่อ”
ทัพฟ้าคลี่ยิ้ม—ยิ้มที่ทำให้คนมองต้องใจสั่น ยิ้มที่ดูเป็นมิตรและเป็นธรรมชาติจนภูผาแทบจะทนดูไม่ไหว มือหนาของวิศวกรหนุ่มเอื้อมไปคว้าข้อมือคนตัวบางไว้แน่นจนอีกฝ่ายต้องนิ่วหน้า
“ไปไหน” ภูผาถาม เสียงเข้มจัดดวงตาสีเข้มวูบไหวด้วยความไม่พอใจที่ยากจะปกปิด
“ก็ไปข้างนอกไงครับ” ทัพฟ้าเลิกคิ้วมองมือที่ถูกกุมไว้ “ปล่อยก่อน คนเขามอง”
“ก็ให้มองไปสิ” ภูผาตอบกลับโดยไม่สนใจสายตาลูกค้า “คนของฉัน... ใครจะมองก็มองไป แต่ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง หรือแม้แต่จะมาทำให้เสียเวลาด้วยรอยยิ้มแบบนั้น”
“เป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย” ทัพฟ้าสะบัดข้อมือออกแม้จะไม่แรงนัก “เขาก็แค่ลูกค้า คุณจะมาหึงไม่เข้าเรื่องแบบนี้ไม่ได้นะ เรากำลังทำงาน”
“ทำงานหรือเปิดโอกาสให้หมาแถวไหนไม่รู้มาจีบ” ภูผาหรี่ตามองทัพฟ้าอย่างคาดคั้น ความรู้สึกหวงก้างที่เขาพยายามกดเอาไว้พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ “จำไว้นะทัพฟ้า... ต่อให้วันนี้คุณจะยิ้มให้ใคร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์ทำตัวเป็นโสดในพื้นที่ของผม”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ลูกค้าหนุ่มที่ชื่อวินขยับแว่นสายตาด้วยความประหม่าก่อนจะเอ่ยขึ้น “เอ่อ... ถ้าผมมาผิดจังหวะ ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ ไว้ค่อยนัดคุยเรื่องแบบใหม่วันหลัง”
ทัพฟ้ากำลังจะหันไปปฏิเสธ แต่ภูผากลับก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มแผ่รังสีคุกคามจนอีกฝ่ายต้องรีบก้าวถอยหลัง
“ดีครับ ที่ยังรู้จักกาลเทศะ” ภูผาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “เชิญทางออกทางเดิมเลยครับ ไม่ต้องกลับมาอีกถ้าไม่จำเป็น... อ้อ แล้วก็ไม่ต้องถามหาทัพฟ้าที่ไหนทั้งนั้น เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะยุ่งมาก... จนไม่มีเวลาให้คนนอกอย่างคุณ”
“ภูผา!” ทัพฟ้าขึ้นเสียงใส่ความเอาแต่ใจของคนตรงหน้า ทว่าภูผากลับทำเพียงหันมามองเขาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนทัพฟ้าต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปเสียเอง
หลังจากที่ลูกค้าหนุ่มเดินพ้นประตูออกไปอย่างรวดเร็ว ห้องทั้งห้องก็เหลือเพียงความเงียบและแรงปะทะทางอารมณ์ที่ยังค้างคา ทัพฟ้าหันมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของความวุ่นวาย
“คุณทำแบบนี้มันเกินไปนะ” ทัพฟ้าจิ้มอกอีกฝ่าย “เขาเป็นลูกค้าวีไอพี โปรเจกต์นี้สำคัญกับสถาปนิกตัวเล็กๆ แบบผมแค่ไหนคุณก็รู้”
“ผมรู้...” ภูผาตอบเสียงอ่อนลง แต่ยังคงความดื้อรั้นไว้เต็มเปี่ยม “แต่ผมไม่ชอบ... ผมไม่ชอบตอนที่คุณยิ้มให้เขา เหมือนกับว่ารอยยิ้มนั้นมันมีไว้แบ่งปันให้คนอื่นได้ง่ายๆ ทั้งที่จริงๆ แล้ว...”
“จริงๆ แล้วอะไร?” ทัพฟ้าถาม แววตาท้าทาย
ภูผาขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าอกแกร่งแนบชิดกับอกบาง กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของภูผาทำเอาทัพฟ้าใจเต้นรัว มือหนาเอื้อมไปสัมผัสกรอบหน้าของทัพฟ้าอย่างแผ่วเบา ต่างจากท่าทางดิบเถื่อนเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“รอยยิ้มนั้น... ผมอยากให้มันเป็นของผมคนเดียว”
คำสารภาพแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก ทำให้ทัพฟ้าชะงักงัน คำพูดร้ายๆ ที่เคยใช้โต้ตอบหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าสู่หัวใจ ทัพฟ้ามองลึกเข้าไปในดวงตาของภูผาที่กำลังสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่แท้จริง
“คุณมันก็แค่คนเผด็จการ” ทัพฟ้าพึมพำ แต่กลับไม่ได้ผลักไสออกไป กลับกัน เขากลับขยับตัวเข้าใกล้มากกว่าเดิม
“เผด็จการเฉพาะกับสิ่งที่หวงที่สุดเท่านั้นแหละ” ภูผากระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดกันจนทัพฟ้าต้องหลับตาลงรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทว่า... เสียงเคาะประตูห้องสตูดิโอดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับการเปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
“ไอ้ทัพ! กูเอาเอกสารที่มึงฝากเช็กมาให้... อุ๊ย! กูมาขัดจังหวะอะไรใครหรือเปล่าเนี่ย?”
มีนยืนถือแฟ้มเอกสารค้างไว้หน้าประตู สายตาชำเลืองมองภาพตรงหน้าที่เกือบจะ ‘เกินเลย’ ไปแล้ว ทั้งคู่ผละออกจากกันแทบจะทันที ใบหน้าของทัพฟ้าขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ภูผาหันไปถลึงตาใส่ผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด
“มึงมาทำไมตอนนี้ มีน!” ภูผาเค้นเสียงถาม
“อ้าว ก็เห็นมึงทิ้งข้อความไว้ว่ารีบ! แล้วนี่... นี่อะไร?” มีนทำหน้ากวนประสาท “ทำไมหน้าแดงกันทั้งคู่เลยล่ะครับ เพื่อนรัก? หรือว่าวิศวกรคนซึมแถวนี้เขากำลังจะเปลี่ยนโหมดเป็น ‘หมาโบ้คลั่งรัก’ เต็มตัวแล้ว?”
ภูผาไม่ตอบ แต่กลับคว้าข้อมือทัพฟ้าแล้วดึงให้เดินตามออกไปโดยไม่หันกลับมามอง “ไปหาที่คุยกันต่อ... ในที่ที่ไม่มีก้างขวางคอ”
ทัพฟ้าได้แต่เดินตามแรงดึงนั้นไป แววตาสั่นไหวด้วยความเขินอายปนความรู้สึกบางอย่างที่พองโตอยู่ในอก โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่า... ที่หน้าประตูสตูดิโอ เงาร่างหนึ่งของใครบางคนที่ยืนแอบมองอยู่ตั้งแต่ต้น ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปภาพของทั้งคู่ไว้อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
“ในที่สุด... ก็เริ่มเล่นตามเกมสักทีนะ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มจะเกินคำว่าเพื่อนของทั้งคู่นะคะ หมอกไม้ไผ่สัญญาว่าจะรีบมาต่อในตอนหน้าให้เร็วที่สุดค่ะ!
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 19
รอยยิ้มที่ไม่อยากแบ่งใคร
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!