“ในที่สุด... ก็เริ่มเล่นตามเกมสักทีนะ”
เสียงพึมพำของคินทร์ยังคงติดค้างอยู่ในโสตประสาทของทัพฟ้า เช่นเดียวกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่ทิ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงานสถาปนิก แต่ในเวลานี้ ความหงุดหงิดนั้นถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในอาณาจักรส่วนตัวของวิศวกรหนุ่ม... ห้องพักหลังคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มและกระดาษแปลนโครงสร้าง
ทัพฟ้าถอนหายใจเบาๆ ขณะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวโปรดของภูผา หลังจากอีกฝ่ายถูกเรียกตัวด่วนให้ลงไปเคลียร์ปัญหาหน้างานโครงสร้างตึก A ปัญหานั้นคงไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่อย่างนั้นคนบ้างานระดับภูผาคงไม่ยอมทิ้งให้เขาอยู่ลำพังในห้องนี้เด็ดขาด
สายตากลมโตคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของความเรียบง่ายแต่ดุดัน โต๊ะทำงานสะอาดสะอ้าน ชั้นวางหนังสือที่จัดเรียงตำราวิศวกรรมศาสตร์เล่มหนาเป็นระเบียบ... เรียกว่าไร้ร่องรอยความน่ารักหรือความฟุ้งเฟ้อใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งปลายนิ้วเรียวไปสะดุดเข้ากับลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะที่ปิดไม่สนิท มีกระดาษมุมหนึ่งโผล่อออกมาเหมือนจงใจยั่วเย้าความอยากรู้อยากเห็น
“ซ่อนอะไรไว้ ห้ามคนอื่นแตะเหรอ...” ทัพฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากตามนิสัยคนชอบท้าทาย
ในฐานะสถาปนิก... เขามักจะมองหาโครงสร้างที่ถูกซ่อนไว้เสมอ และในฐานะคนโปรด (ที่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองเป็น) ของภูผา เขามีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะรู้อะไรที่เจ้าของห้องจงใจปกปิด
มือเรียวดึงลิ้นชักออกมาช้าๆ เสียงไม้เสียดสีกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ ปรากฏว่าภายในนั้นไม่ได้มีเอกสารลับทางราชการหรือแปลนโปรเจกต์ร้อยล้านอย่างที่คาดคิด มีเพียงกล่องกระดาษสีน้ำตาลเรียบง่ายวางอยู่ใบเดียว ทัพฟ้าหยิบมันขึ้นมา เปิดฝาออกด้วยความระมัดระวัง และพบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
รูปถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ เกือบสิบใบถูกวางเรียงไว้อย่างดี
ทัพฟ้าหยิบรูปใบบนสุดขึ้นมาดู หัวใจในอกกระตุกวูบจนเผลอกลั้นหายใจ ภาพนั้นคือตัวเขาเองเมื่อสมัยปีหนึ่ง... ช่วงเวลาที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยด้วยทรงผมยุ่งเหยิง เสื้อนิสิตตัวโคร่ง และสีหน้าบึ้งตึงเพราะเพิ่งทะเลาะกับรุ่นพี่เรื่องการส่งงานสเกตช์
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ...
ประเด็นคือ มุมกล้องของภาพนี้ถูกถ่ายจากระยะไกล หลบอยู่หลังเสาโรงอาหารคณะสถาปัตย์ และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือเงาสลัวๆ ของผู้ชายไหล่กว้างในชุดช็อปวิศวะที่กำลังมองตรงมาที่เขา สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความดุร้ายอย่างที่ภูผามักแสดงออกเวลาเจอหน้ากันในปัจจุบัน แต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเอ็นดู และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะมองเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
ทัพฟ้ารีบพลิกดูรูปใบถัดไป... ภาพเขาตอนกำลังฟุบหลับคาโต๊ะสมอลล์ทอล์ก ภาพเขาตอนถือชานมไข่มุกทำหน้าหงุดหงิดใส่มีน และภาพเขาในวันรับรางวัลโปรเจกต์ดีเด่นปีสอง ทุกรูปล้วนถูกบันทึกผ่านเลนส์ของคนคนเดียวกัน คนที่ทำเป็นเก๊กใส่เขามาตลอดสี่ปี คนที่ปากแข็งบอกว่า ‘รำคาญ’ แต่กลับเก็บทุกช่วงเวลาของเขาไว้ในลิ้นชักที่มิดชิดที่สุด
“ไอ้พี่ภูผา...” เสียงพึมพำหลุดจากริมฝีปากบางเบา ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ
ไอ้หมาโบ้หน้าตาย ปากร้าย ใจยักษ์คนนั้น... แอบมองเขามาตั้งแต่ตอนไหนกันวะ?
“ทำอะไร?”
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูกะทันหัน จนทัพฟ้าสะดุ้งสุดตัว ทำรูปโพลารอยด์ในมือร่วงหล่นลงบนพื้นกระจายเกลื่อน
ภูผายืนอยู่ตรงนั้น เสื้อช็อปสีเข้มมีคราบฝุ่นปูนเปื้อนเล็กน้อยจากการหน้างาน เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาสองชั้นหลบในคมกริบกวาดมองสภาพบนโต๊ะและรูปถ่ายที่เกลื่อนกลาดบนพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สันกรามคมจะขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
ภูผาไม่ได้โกรธ... แต่ดวงตาคู่นั้นกำลังฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เป็นครั้งแรกที่ทัพฟ้าได้เห็นผู้ชายที่นิ่งสนิทราวกับหินผาคนนี้แสดงอาการ ‘ทำตัวไม่ถูก’ ออกมาอย่างชัดเจน
“อ๋อ...” ทัพฟ้าสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติ ความตื่นเต้นเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจตามสไตล์คนแพ้ไม่เป็น เขาก้มลงเก็บรูปถ่ายใบบนสุดขึ้นมา ชูขึ้นระดับสายตาแล้วเอียงคอมองเจ้าของห้องด้วยแววตาท้าทาย “สถาปัตยกรรมชิ้นนี้น่าสนใจมากเลยนะพี่ภูผา... แอบถ่ายเก่งกว่าช่างภาพมืออาชีพซะอีก เก็บไว้เป็นความลับตั้งนาน... ไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอครับ ว่าทำไมในนี้ถึงมีแต่หน้าผมเต็มไปหมด?”
ภูผาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ทัพฟ้าต้องถอยหลังจนสะโพกชนติดขอบโต๊ะทำงาน ไร้ทางหนี
มือหนาคว้าข้อมือเรียวไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี แต่แรงบีบนั้นสั่นน้อยๆ จนทัพฟ้ารับรู้ได้ถึงความปั่นป่วนในใจของอีกฝ่าย
“นาย...” ภูผากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สันจมูกโด่งคมขยับเข้าใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปาก “นายไม่มีสิทธิ์รื้อของคนอื่นนะทัพฟ้า”
“อ้าว? แต่พี่ไม่มีสิทธิ์เก็บรูปผมไว้เงียบๆ โดยไม่ยอมสารภาพเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” ทัพฟ้าสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ไร้ความเกรงกลัว “หรือว่า... ที่ปากแข็งใส่ผมมาตลอดหลายปีเนี่ย เพราะความจริงแล้วแอบชอบผมจนตัวสั่นมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วล่ะสิ?”
คำถามพุ่งตรงชนิดไม่มีกั๊ก ทำให้ภูผาชะงักงัน ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่ลงอย่างจนมุม ความลับที่พยายามซ่อนไว้ใต้ก้นลิ้นชักถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงแดดโดยไม่มีทางปฏิเสธ
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม...” เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดไรฟัน ภูผาก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว “ถ้ารู้แล้ว... นายจะรับผิดชอบความรู้สึกที่ฉันเก็บไว้มาสี่ปีเต็มยังไงล่ะ ทัพฟ้า”
หัวใจของทัพฟ้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง คำพูดห้วนๆ แต่จริงจังจนน่ากลัวทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไดอะล็อกท้าทายที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำพังเมื่อปลายนิ้วอุ่นของภูผาเอื้อมมาแตะที่คางเรียว บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่มีกั๊กอีกต่อไป
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและเดินหน้าไปพร้อมกับความซึนของพี่ภูผานะคะ!
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 20
ความลับในลิ้นชัก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!