หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะเขียนแบบยังคงสว่างวาบ ข้อความจากคินทร์ยังเด่นหราฟ้องสายตา ทัพฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ความเยືือกเย็นแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความน่ารำคาญใจที่ถูกคนพรรค์นั้นตามรังควานไม่เลิกรา นิ้วเรียวกำลังจะเอื้อมไปคว้ามันขึ้นมาคว่ำหน้าลง ทว่าเร็วกว่านั้น... มือหนาของใครอีกคนกลับควัดคว้าสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นไปถือไว้เสียเอง
"ยุ่ง."
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันดังขึ้นโดยไม่ต้องเดาว่าเป็นใคร ภูผายืนค้ำหัวเขาอยู่ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวะยับยู่ยี่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงประตูสตูดิโอที่ปิดลงดังปังเมื่อครู่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่บรรยากาศรอบตัวตอนนี้กลับอึดอัดยิ่งกว่าห้องอบซาวน่า
ทัพฟ้าเงยหน้าขึ้น สบตาคู่คมที่ดุดันราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ นัยน์ตาของวิศวกรหนุ่มคู่นั้นไม่ได้มีแววหยอกล้อเหมือนเวลาปกติ แต่มันลุกโชนไปด้วยความหงุดหงิดระคนหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนแต่ไม่เคยเนียนเลยสักครั้ง
"คืนมานะภูผา นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน" ทัพฟ้าเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมหลบสายตา ถึงแม้ว่าไหล่กว้างของอีกฝ่ายจะบังแสงไฟในห้องจนเขารู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในพื้นที่แคบๆ ก็ตาม "นายไม่มีสิทธิ์มาเช็คมือถือฉัน"
"ไม่มีสิทธิ์?" ภูผาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอฟังดูน่ากลัวชะมัด วิศวกรหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาอีกหนึ่งก้าว บีบพื้นที่จนสถาปนิกตัวแสบต้องเอนหลังติดพนักเก้าอี้เขียนแบบ "แล้วไอ้เวรที่ส่งข้อความมาขู่จะรื้อฟื้นเรื่องเก่า มันมีสิทธิ์มากกว่ากูตรงไหน ทัพฟ้า?"
"มันก็เรื่องของฉันกับรุ่นพี่คินทร์ นายเดือดร้อนอะไรด้วยเล่า!" ทัพฟ้าเถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อใบหน้าคมคายนั้นโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ลอยวนอยู่ปลายจมูกจนสติกระเจิง
"กูเดือดร้อนเพราะอะไร มึงยังต้องให้กูแปลไทยเป็นไทยให้อีกเหรอ?"
ภูผากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างเอาเรื่อง มือข้างที่ถือมือถือของทัพฟ้าวางกระแทกลงบนโต๊ะดังปัง ก่อนที่มืออีกข้างจะคว้าข้อมือเรียวแล้วออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาด บังคับให้ร่างเพรียวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"เฮ้ย เจ็บนะ! จะพาไปไหนวะ" ทัพฟ้าสะบัดข้อมือแต่ไม่หลุด ยื้อยุดกันอยู่สองสามทิณก่อนที่ภูผาจะลากเขาเดินดุ่มๆ ไปที่มุมอับสายตาหลังชั้นวางแปลนพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ มุมห้องนั้นค่อนข้างมืดและเงียบสงบ ไม่มีใครมองเห็น และที่สำคัญคือมันแคบพอที่จะทำให้คนตัวโตกว่าใช้ร่างกายกำยำกักขังเขาไว้ตรงกลางระหว่างกำแพงกับแผงอกแกร่ง
พรึบ!
ภูผาวางมือยันกำแพงกั้นทางหนีไว้ทั้งสองข้าง กักตัวทัพฟ้าไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มแนบชิดติดผนังเย็นเฉียบ แต่ไอร้อนจากร่างของวิศวกรหนุ่มกลับแผ่ซ่านเข้ามาจนแทบหลอมละลาย
"ฟังนะทัพฟ้า..." ภูผากดเสียงต่ำลงจนน่ากลัว ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากจนทัพฟ้าต้องเม้มปากแน่นโดยอัตโนมัติ "กูไม่รู้ว่ามึงกับไอ้คินทร์เคยมีอดีตบ้าบออะไรกันมาก่อน และกู 'ไม่สนใจ' ด้วย"
"ถ้าไม่สนใจแล้วนายจะมาทำแบบนี้ทำไม..." ทัพฟ้ากระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันระดับพรีเมียมของคนตรงหน้า
"เพราะตอนนี้มึงอยู่ในการดูแลของกู!" ภูผาตัดบท น้ำเสียงจริงจังและทรงพลังจนคนฟังสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "จำใส่สมองไว้เลยนะทัพฟ้า... อย่าให้กูเห็นว่ามึง0เดินกลับไปหาไอ้เวรนั่น หรือเปิดโอกาสให้มันเข้ามาใกล้Mึงในระยะประชิดอีกแม้แต่ก้าวเดียว ถ้ามันกล้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก คนแรกที่จะซัดหน้ามันให้คว่ำคือกู ไม่ใช่เพราะมันทำลายงานของมึง... แต่เพราะมันทำให้มึงไขว้เขว"
ทัพฟ้าเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพล คำพูดดิบเถื่อนแต่จริงใจจนทะลุปรอทแบบนั้นมันคืออะไรกันวะ ทำไมไอ้หมาบ้าวิศวะนี่ถึงชอบทำให้เขาเสียอาการอยู่เรื่อย
"นาย... นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน หึงหรือไง?" ทัพฟ้ายังคงกัดฟันสู้ ทำเป็นปากเก่งกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก ทั้งที่แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด
ภูผาไม่ตอบคำถามทันที นัยน์ตาสีเข้มไหววับวูบหนึ่ง เขาก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมจนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มเพียงไม่กี่เซนติเมตร ทัพฟ้ากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของวิศวกรหนุ่มเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่คางมน บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล
"เออ... หึง"
เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งทำเอาทัพฟ้าสมองดับวูบ
"และถ้ามึงยังดื้อดึงไปยุ่งกับมันอีก..." ภูผาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองเรียวปากพะคาบก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ ด้วยแววตาดุดันที่แฝงประกายคลั่งรักแบบสุดขั้ว "กูจะจูบมึงตรงนี้... จนกว่ามึงจะลืมชื่อมันไปเลย, ทัพฟ้า"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งรักแบบซึนๆ ของวิศวกรใจร้อนกับสถาปนิกปากแข็งคนนี้นะคะ
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 11
ประกาศิตจากวิศวกรซึน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!