"พี่คินทร์... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?"
เสียงทัพฟ้าที่ดูจะแผ่วลงไปถนัดตาทำเอาภูผาที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะเขียนแบบอยู่ใกล้ๆ ถึงกับชะงัก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาไม่คุ้นจมูกลอยปะทะเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นกลิ่นที่น่ารำคาญพอๆ กับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของชายร่างสูงโปร่งในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนของเขา
"เพิ่งถึงเมื่อวานครับ พอดีมีโปรเจกต์ต้องทำร่วมกับคณะสถาปัตย์ เลยแวะมาหาคนรู้จักหน่อย... ไม่คิดว่าจะเจอเราที่นี่ ทัพฟ้า"
คินทร์จงใจเน้นชื่อคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนฟัง นิ้วเรียวยาวของเขายกขึ้นเสยผมอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาที่มองทัพฟ้าไม่ได้มีความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องธรรมดา แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังจดจ้อง 'ของรัก' ที่เคยทำหายไปแล้วบังเอิญมาเจออีกครั้ง
ภูผาขยับตัวก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างสูงใหญ่ที่ดูดุดันในชุดช็อปวิศวะสีเข้มขวางกั้นระหว่างคนทั้งคู่ทันที เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แรงกดดันจากรัศมีรอบตัวที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศในห้องสตูดิโอเงียบกริบลงถนัดตา
"รุ่นพี่สถาปัตย์เหรอครับ?" ภูผาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบจนเย็นเยือก แต่ดวงตาคมกริบนั้นจ้องเขม็งไปที่คินทร์โดยไม่หลบเลี่ยง "ที่นี่พื้นที่ส่วนตัวของคนทำงาน ถ้าไม่มีธุระด่วนอะไร ก็เชิญข้างนอกครับ"
"ภูผา!" ทัพฟ้าปรามเสียงดุ แต่ภูผาไม่แม้แต่จะปรายตามามอง เขาเอาแต่จ้องหน้าผู้มาเยือนอย่างหาเรื่อง
คินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขารู้จักภูผาดีพอสมควรจากชื่อเสียงในคณะวิศวะฯ ไม่ใช่แค่เพราะความเก่ง แต่เพราะความ 'หวงก้าง' ที่ร่ำลือกันจนน่าหมั่นไส้ "ผมคินทร์ครับ อดีตประธานรุ่นสถาปัตย์ ไม่ทราบว่าคุณคือ...?"
"เป็นคนที่จะไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับทัพฟ้า" ภูผาตอบสวนทันควัน ก่อนจะหันไปคว้าข้อมือคนตัวเล็กกว่าให้เข้ามาใกล้ตัวจนแผ่นหลังของทัพฟ้าแนบชิดกับอกแกร่ง "ไปหาอะไรกินกันเถอะ ผมหิวแล้ว"
"เดี๋ยวสิภูผา! ฉันยังคุยกับพี่เขาไม่จบเลยนะ" ทัพฟ้าพยายามสะบัดมือออก แต่สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เกาะกุมเขานั้นแน่นหนาและหนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธได้
"คุยจบแล้ว" ภูผาสวนกลับด้วยใบหน้าตายด้าน แต่ดวงตานั้นวาวโรจน์ด้วยความหึงหวง "หรือถ้ายังอยากคุย ก็ให้เขาตามไปคุยที่โต๊ะอาหาร... ซึ่งผมไม่แนะนำ"
คินทร์มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบฉายแววท้าทาย เขาก้าวเข้ามาใกล้ทัพฟ้าอีกหนึ่งก้าวจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว "เย็นนี้ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะปรึกษาทัพฟ้าหน่อย เรื่องงานที่ค้างไว้... ถ้าทัพฟ้าสะดวก ผมรอที่คาเฟ่หน้าคณะตอนหกโมงนะครับ"
ภูผาขบกรามจนสันกรามขึ้นนูนชัด มือหนาบีบไหล่ทัพฟ้าแน่นขึ้นจนคนถูกจับต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รับรู้ได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของวิศวะหนุ่ม
"ไม่ต้องไป" ภูผาสั่งเสียงต่ำ
ทัพฟ้าเงยหน้ามองภูผาที่กำลังแสดงอาการ 'หมาหวงก้าง' ออกนอกหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งตื่นเต้น และลึกๆ ในใจมันกลับมีความสุขอย่างประหลาดที่ได้เห็นคนเย็นชาคนนี้หลุดอาการเสียสูตร
"ถ้าฉันอยากไปล่ะ?" ทัพฟ้าลองหยั่งเชิง ปากเก่งสวนกลับทันที
ภูผาก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาเกือบชิดกับขมับของทัพฟ้า ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหูจนคนตัวเล็กขนลุกซู่ "ถ้าไป... คืนนี้ก็เตรียมตัวรับโทษที่หอผมได้เลย"
เสียงกระซิบที่ฟังดูเหมือนคำขู่ แต่กลับแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้ทัพฟ้าหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหู คินทร์ที่มองดูเหตุการณ์อยู่ตลอดถึงกับหุบยิ้มลง แววตาสั่นไหวด้วยความไม่พอใจที่เห็นความสนิทสนมเกินเลยของคนทั้งคู่
"ดูท่าทางทัพฟ้าจะยุ่งมากนะครับ งั้นผมไม่กวนแล้ว" คินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป แต่ก่อนจะลับตาไป เขายังหันกลับมาทิ้งท้าย "แต่ผมเชื่อว่า... ของที่เคยเป็นของผม ยังไงมันก็ต้องกลับมาเป็นของผมอยู่ดี"
ประโยคนั้นดังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ภูผาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่แววตาที่เขามองตามหลังคินทร์ไปนั้นบอกชัดเจนว่าอีกฝ่ายเพิ่งประกาศสงครามกับเขาอย่างเป็นทางการ
"ปล่อยได้แล้ว" ทัพฟ้าพยายามดันอกแกร่งออก แต่ภูผากลับกอดเอวเขาไว้แน่นกว่าเดิม
"ยังไม่จบ" ภูผากดเสียงต่ำ สายตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของทัพฟ้าจนคนถูกจ้องต้องหลบสายตา "คนแบบนั้น... อย่าให้ผมเห็นว่าเธอไปยุ่งด้วยอีก เข้าใจไหม?"
"แล้วนายเป็นใครมาสั่งฉัน?"
"ก็เป็นคนที่ต้องทำให้เธอจำใส่หัวไว้ว่า... ใครคือคนของใคร" ภูผาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเฉียดกัน ทัพฟ้าหายใจติดขัด จังหวะหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทัพฟ้ากำลังเต้นระรัวและเตรียมจะตอบโต้ด้วยประโยคคมคายอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของทัพฟ้าก็ดังขึ้นเสียก่อน เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
ข้อความบนหน้าจอปรากฏเพียงสั้นๆ ว่า: *'พี่เจอหลักฐานเรื่องครอบครัวเราแล้ว อยู่ที่คอนโด... อย่าให้ไอ้วิศวะนั่นมาขวางทางเราอีก'*
ภูผาขมวดคิ้วมองอาการที่เปลี่ยนไปฉับพลันของทัพฟ้า "ใครส่งมา?"
ทัพฟ้าเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความวิตก เขาเงยหน้ามองภูผาที่กำลังจดจ้องด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเก็บโทรศัพท์ลงอย่างรวดเร็ว
"ไม่มีอะไร... แค่เรื่องงาน" ทัพฟ้าตอบเสียงสั่น
ภูผานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าข้อมือคนตัวเล็กแล้วลากออกไปจากห้องโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง "งั้นไปกับผม เดี๋ยวนี้"
"จะไปไหน!"
"ไปหอผม... เพราะดูท่าทางเธอจะเก็บความลับไม่อยู่แล้ว และผมจะไม่ยอมให้เธอไปหาไอ้คนนั้นเพียงลำพังเด็ดขาด!"
ประตูห้องสตูดิโอปิดลงดังปัง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยผ่านหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งทัพฟ้าลืมทิ้งไว้บนโต๊ะเขียนแบบ... ข้อความนั้นไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือคำขู่ที่กำลังจะทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มจะก่อตัวขึ้นของเขาทั้งสองคน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความรักของภูผาและทัพฟ้ามาจนถึงตอนนี้นะคะ ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ!
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 10
ศัตรูหัวใจปรากฏตัว
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!