วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 9

ตื่นมาเจอหน้าเธอ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถอยไป... ก่อนที่แขนฉันจะหักเพราะคนนิสัยเสียอย่างนาย" เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าด้วยความงัวเงียของทัพฟ้าดังขึ้นทันทีที่เขาลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองกำลังกอด ‘ก้อนหิน’ ขนาดใหญ่ที่มีลมหายใจสม่ำเสมอ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่ติดอยู่บนปกเสื้อเชิ้ตสีเทาที่ยับยู่ยี่นั้นเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเขาไม่ได้ฝันไป ความร้อนจากร่างกายของภูผาถ่ายเทผ่านเสื้อยืดบางเบาเข้ามาจนเขารู้สึกเหมือนปรอทในตัวจะแตก ภูผาไม่ได้ถอยตามคำสั่ง ร่างสูงใหญ่ที่ยังคงหลับตาพริ้มกลับกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบเอวเขาให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายคางสากๆ ถูไถกับกลุ่มผมของเขาอย่างถือวิสาสะ "เงียบหน่อยน่า... นายเป็นคนปีนขึ้นมานอนบนอกฉันเองนะ ทัพฟ้า" "ไอ้ภู! อย่ามาใส่ร้าย ปล่อย!" ทัพฟ้าดีดตัวขึ้นทันที แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ภูผาลืมตาขึ้นมามองด้วยสายตานิ่งเรียบ แต่ทว่าในแววตาสีเข้มคู่นั้นกลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้คนถูกจ้องต้องเสหลบไปมองทางอื่น เหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวเหมือนหนังม้วนเก่าที่ฉายซ้ำ ภาพของ ‘คินทร์’ ที่ยืนอึ้งอยู่หน้าห้องพักของภูผาในตอนที่เขากำลังเมาจนแทบไม่มีสติยังคงทิ้งร่องรอยความกระอักกระอ่วนเอาไว้ คินทร์ไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองเขาด้วยสายตาที่ทัพฟ้าเกลียดที่สุด—สายตาที่มองเหมือนเขากำลังทำของเล่นราคาแพงของใครบางคนพัง "ถ้าจะมานอนค้างเพราะกลัวเพื่อนเก่าคนนั้นรำคาญใจ คราวหลังบอกกันตรงๆ ไม่ต้องมาเนียนเมาใส่" ภูผาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง มือหนาเสยผมที่ปรกหน้าอย่างลวกๆ ท่าทีนั้นดูเย็นชาจนทัพฟ้าใจกระตุก "ฉันไม่ได้กลัว" ทัพฟ้าตอบเสียงแข็ง ดันตัวเองลงจากเตียงด้วยท่าทางที่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก "แล้วก็นะ... ไอ้เรื่องเมื่อคืนที่คินทร์เห็นน่ะ นายไม่ต้องมาโยนความรับผิดชอบให้ฉันคนเดียว ในเมื่อนายเป็นคนลากฉันเข้ามาในห้องนี้เอง" "ลากเหรอ?" ภูผาเลิกคิ้ว ปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มเย็นชา "จำไม่ได้เหรอว่าใครกันแน่ที่เกาะแขนฉันไม่ยอมปล่อยตอนอยู่ลานจอดรถ บอกว่า 'อย่าทิ้งให้ฉันอยู่กับไอ้รุ่นพี่นั่นเลยนะ ภูผา...'" ทัพฟ้าชะงักไปชั่วครู่ ใบหน้าที่เคยซีดเผือดกลับแดงก่ำลามไปถึงใบหู "โกหก! ฉันไม่เคยพูดอะไรทุเรศแบบนั้น!" "ปากดีเหมือนเดิม" ภูผาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ดูแข็งแรงสมส่วนของวิศวกรหนุ่มในชุดนอนกางเกงขายาวตัวเดียวทำเอาทัพฟ้าต้องเบนสายตาไปทางอื่นอย่างประหม่า "ความจริงฉันน่าจะปล่อยให้นายยืนกอดขาหมอนั่นอยู่ตรงนั้น จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปากเสียๆ ของนายในตอนเช้า" ทัพฟ้าแค่นหัวเราะ "ถ้างั้นก็เชิญไปตามหมอนั่นกลับมาสิ! จะมานั่งหน้ายักษ์ใส่ฉันทำไม? อ้อ... ลืมไป นายคงยังไม่ลืมหรอกนะว่าใครเป็นคนทำลายโปรเจกต์ของคณะเราเมื่อปีก่อน" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ความหงุดหงิดที่เคยแฝงอยู่ในบทสนทนาแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่มองเห็นได้ชัด ภูผาสาวเท้าเข้าหาคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว กักขังทัพฟ้าไว้กับผนังห้องด้วยแขนทั้งสองข้าง กลิ่นอายของความดุดันที่ภูผามักจะเก็บงำไว้ถูกปล่อยออกมาจนทัพฟ้าสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "เรื่องงานฉันไม่เคยเอามาปนกับเรื่องส่วนตัว ทัพฟ้า" ภูผาก้มลงมากระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไปเป็นความทุ้มต่ำที่สั่นประสาท "แต่นายกำลังทำให้ฉันโมโห... ที่กล้าพูดชื่อไอ้เวรนั่นในห้องของฉัน ในวันที่ฉันอุตส่าห์ใจดีให้ที่ซุกหัวนอน" "ใจดีเหรอ? หึ... นายเรียกการขังฉันไว้ในห้องแบบนี้ว่าใจดีงั้นเหรอ ภูผา?" ทัพฟ้าสวนกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก แต่เขาก็ไม่ยอมก้มหัวให้ แววตาดื้อรั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย "ถ้าไม่เรียกว่าใจดี จะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ... อยากลองให้ฉันทำอะไรที่มันมากกว่าการให้นอนเฉยๆ ไหม?" ภูผาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขาสัมผัสกับแก้มเนียน ทัพฟ้ากลั้นหายใจ ร่างกายแข็งทื่อในจังหวะที่มือหนาเอื้อมมาเชยคางเขาไว้ นิ้วโป้งของภูผาไล้ไปตามริมฝีปากล่างของทัพฟ้าแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงกว่าคำพูดนับพันคำ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นรัวๆ แทรกบรรยากาศที่กำลังจะแตกสลาย ทัพฟ้าผลักอกภูผาออกอย่างแรงก่อนจะหันไปทางประตูด้วยความตกใจ ขณะที่ภูผาถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย เขาเดินไปกระชากประตูออกอย่างแรงจนบานประตูแทบหลุดจากวงกบ "มีอะไรวะ!" ภูผาตะคอกเสียงกร้าว "เฮ้ยใจเย็นไอ้ภู! ฉันเอง!" มีนยืนหอบแฮกอยู่หน้าห้อง แววตาสั่นระริกของเพื่อนสนิทบอกให้รู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่กว่าที่คิด "ไอ้คินทร์มันไม่ได้มาคนเดียว... มันมาพร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วตอนนี้มันกำลังฟ้องว่าพวกมึง... เอ้อ... พวกมึงสองคนมีปัญหาเรื่องทุจริตโปรเจกต์งานดีไซน์ที่ส่งไปเมื่อวานนี้!" ทัพฟ้าที่ยืนอยู่ด้านหลังภูผาหน้าถอดสีทันที ภูผาหันกลับมามองเขา สายตาที่เคยโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทที่น่ากลัวกว่าเดิม "ทุจริต?" ภูผาทวนคำ ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก "ดูท่าไอ้รุ่นพี่ของนายมันไม่ได้อยากแค่จะทวงที่ในใจคืนแล้วล่ะทัพฟ้า... มันกะจะถอนรากถอนโคนเราสองคนเลย" ฝ่ามือของทัพฟ้าเย็นเฉียบเมื่อตระหนักได้ว่าเรื่องราวที่ควรจะเป็นแค่ความสัมพันธ์ส่วนตัว กำลังถูกดึงเข้าสู่เกมการเมืองในคณะที่เขาไม่มีทางชนะได้โดยลำพัง ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของพวกเขาทั้งสองคนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ หมอกไม้ไผ่
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%