วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 12

เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กลิ่นกาแฟดำที่เยิ้มเย็นชืดอยู่ในแก้วกระดาษบนโต๊ะเขียนแบบ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมในห้องโปรเจกต์สถาปัตย์ยามตีสองครึ่งนี้ดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ประโยคคาดโทษที่เพิ่งหลุดออกจากริมฝีปากของวิศวกรหนุ่มยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทัพฟ้ายืนตัวแข็งทื่อ ปลายลิ้นสัมผัสรับรสขื่นๆ ของความตกใจที่แล่นพล่านไปทั่วโพรงปาก ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววดื้อรั้นมาตลอดตอนนี้กลับกะพริบถี่อย่างเสียจังหวะ เมื่อเงาของร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาไม่ได้เป็นเพียงแค่การขู่ขวัญ แต่มันคือการคุกคามทางความรู้สึกที่ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง "ไอ้... ไอ้บ้าผา ถอยไปเลยนะ มึงจะบ้าเหรอ" ทัพฟ้าเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่กว้างที่บล็อกทางหนีไว้อย่างแน่นหนาด้วยสองมือ แต่คนตัวโตกว่ากลับปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มตอกลึก ไหล่ลาดกว้างขวางนั่นเบียดเข้าใกล้จนรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าคอตตอนบางเบา ภูผาไม่ถอย แถมยังโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนเข้ากับสันจมูกของคนปากเก่ง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นแม้แต่น้อย มีแต่ประกายความดุดันที่หลอมละลายจนกลายเป็นความดื้อรั้นเอาแต่ใจ... แบบที่คนอย่างทัพฟ้าไม่เคยรับมือไหว "กูไม่ได้บ้า" เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากลำคอแหบพร่า มันใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปาก "และกูไม่ได้พูดเล่นด้วย ทัพฟ้า... มึงคิดว่ากูทนดูไอ้คินทร์มันมาวนเวียนอยู่รอบตัวมึงได้นานแค่ไหนวะ?" หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ ปากที่เคยต่อคำเก่งกาจกลับเม้มเข้าหากันสนิท ความโกรธที่ควรจะลุกโชนถูกความวับวแวมในแววตาอีกฝ่ายแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามแข่งกับเสียงแอร์เก่าๆ ในห้อง "เรื่องของมึงสิ ใครใช้ให้มึงมาทน..." "เออ เรื่องของกู" ภูผาตัดบทอย่างไร้ความปรานี ฝ่ามือหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะเขียนแบบขยับขึ้นมา เลื่อนมาทาบเข้าที่เอวสอบของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ แรงบีบกระชับเบาๆ ทำเอาทัพฟ้ารู้สึกเหมือนกระแสไฟอ่อนๆ แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง "ในเมื่อมึงมันดื้อด้านนัก... ก็ลองดูว่าระหว่างปากกับสมองของมึง อันไหนมันจะจำคำเตือนของกูได้ดีกว่ากัน" สิ้นคำพูดนั้น ภูผาก็ไม่เปิดโอกาสให้คนใต้ร่างได้อ้าปากเถียงอีกต่อไป ใบหน้าคมคายโน้มลงมาปิดกั้นช่องว่างทั้งหมด ทัพฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณสั่งให้เบือนหน้าหนี แต่รวดเร็วกว่านั้นคือปลายนิ้วแข็งแรงที่เอื้อมมาตรึงท้ายทอยของเขาไว้ บังคับให้รับสัมผัสร้อนผ่าวที่แนบทับลงมาอย่างอุกอาจและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่แค่การลงทัณฑ์ตามคำขู่ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างไร้ยางอาย ริมฝีปากหยักลึกบดคลึงลงมาด้วยความเร่าร้อนที่ซ่อนเร้นมานาน ปลายลิ้นร้อนจัดแทรกซึมผ่านกลีบปากที่เผยอค้างด้วยความตกใจเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปรานี ทัพฟ้าสมองขาวโพลน มือที่เคยใช้ผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อบริเวณอกเสื้ออีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว แรงดึงดูดมหาศาลทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึง ร่างกายที่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่างทำให้รับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะของกันและกัน เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เวลาหยุดเดิน ทัพฟ้ารู้สึกเหมือนอากาศในปอดถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง ร่างกายอ่อนยวบยาบจนต้องทิ้งน้ำหนักพิงไปกับแผงอกกว้างของคนตรงหน้าอย่างจำยอม เมื่อภูผายอมถอนริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย ทัพฟ้าก็หอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู ดวงตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกปนหงุดหงิดที่ตัวเองพ่ายแพ้อย่างราบคาบ "ไอ้... ไอ้สารเลวผา..." ทัพฟ้ากัดริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อย น้ำเสียงที่พยายามจะให้ดุดันกลับสั่นพร่าจนหมดความน่าเกรงขาม "มึง... มึงฉวยโอกาส!" "ถ้าไม่ทำแบบนี้ มึงก็คงไม่ยอมหุบปากแล้วฟังภาษาคนหรอก" ภูผายังคงตีหน้าตาย แต่ดวงตาคู่คมกลับพราวระยับด้วยความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด นิ้วโป้งหนาเกลี่ยไล้เบาๆ บนมุมปากที่เปื้อนรอยจูบอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับความปากร้ายเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "จำไว้... ถ้ายังมีครั้งหน้า กูจะจูบให้หนักกว่านี้แน่" ทัพฟ้าปัดมือนั้นออกอย่างแรง รีบถอยหลังกรูดจนสะโพไปชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ เสียงแฟ้มเอกสารร่วงหล่นลงพื้นดังโครมครามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง "ไสหัวไปเลยนะมึง!" สถาปนิกหนุ่มชี้หน้าคาดโทษ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด "งานการไม่ต้องทำมันแล้ว! ออกไปจากห้องกูเดี๋ยวนี้เลยไอ้หมาบ้า!" ภูผาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังกวาดตามองสภาพกระเซอะกระเซิงของคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาคลั่งรักที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจปิด The Edge ความเอ็นดูนี้มิด วิศวกรหนุ่มยักไหล่กว้างอย่างไม่แคร์สื่อ ก่อนจะก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างตามความต้องการ "โอเคๆ กูถอยแล้ว" ภูผายกมือขึ้นระดับอก ยอมถอยทัพชั่วคราวตามมารยาท "แต่แปลนโครงสร้างตรงส่วนนั้น... พรุ่งนี้เช้ากูจะตรวจดูใหม่อีกรอบ ถ้ายังคำนวณผิดพลาดแบบนี้อีก เตรียมตัวโดนทำโทษซ้ำได้เลยนะ, ทัพฟ้า" พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องโปรเจกต์ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ทิ้งให้ทัพฟ้ายืนหอบหายใจแรงอยู่ลำพังท่ามกลางกองเอกสารรกเร้า ทัพฟ้ายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเต้นโครมครามไม่ยอมสงบลงง่ายๆ ความรู้สึกบางอย่างที่เคยถูกตีเส้นกั้นไว้ด้วยคำว่า 'เพื่อนสนิท' และ 'เพื่อนร่วมงาน' ตอนนี้มันกำลังพังทลายลงทีละน้อย... ภายใต้ความเงียบงันของยามวิกาล แกร๊ก! เสียงบิดลูกบิดประตูห้องที่ดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน ทำเอาทัพฟ้าที่กำลังสติหลุดต้องสะดุ้งสุดตัว นึกว่าไอ้คนหน้ามึนเมื่อครู่จะย้อนกลับมาหาเรื่องอะไรอีก แต่ทว่า... เมื่อบานประตูเปิดกว้างออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่คุ้นเคยดีก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละไม ร่างทั้งร่างของสถาปนิกหนุ่มก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป "ฟ้า... ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่กลับห้องอีก พี่ซื้อกาแฟมาฝาก..." เสียงทุ้มของคินทร์ที่เอ่ยทักขึ้น พร้อมกับดวงตาคู่คมที่กวาดมองสภาพห้องและริมฝีปากบวมเจ่อของทัพฟ้าด้วยความแปลกใจ ทำให้บรรยากาศที่เพิ่งระอุขึ้นเมื่อครู่พลิกผันกลายเป็นความตึงเครียดที่เฉียบคมขึ้นมาทันที... ... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและปะทะความซึนไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%