วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 7

คนคุ้นเคยที่น่าหมั่นไส้

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"บอกว่าอย่าเพิ่งเข้ามาไง เล่า! หน้าแตกหมอไม่รับเย็บแล้วเนี่ย ทัพฟ้า!" เสียงทุ้มขุ่นเคืองของมีนดังลั่นทันทีที่บานประตูห้องเปิดผางขึ้นโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต เพื่อนสนิทตัวดีในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กางเกงยีนส์เซอร์ๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกบรรจุชานมไข่มุกและปาท่องโก๋เต็มสองมือ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสภาพการณ์ในห้องด้วยเรดาร์ความเผือกที่ทำงานเร็วกว่าไวไฟ ก่อนที่ฝ่าเท้าจะชะงักกึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันทีที่เห็นว่าใครยืนอยู่ตรงไหน ทัพฟ้ายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ส่วนภูผาก็กำลังยืนซ้อนหลังในระยะประชิด มือหนาข้างหนึ่งยังค้างอยู่บนลูกบิดประตูที่เพิ่งเปิดต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ บรรยากาศรอบตัวของรูมเมตคู่นี้อบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้คิดดีไม่ได้เลยสักนิด "อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย" มีนลากเสียงยาว กวาดสายตามองวิศวกรหนุ่มหน้าตายกับเพื่อนสนิทสลับไปมาด้วยแววตากรุ้มกริ่ม "อุ S - อง - อุส่าห์มาส่งถึงห้อง แถมทำหน้าเหมือนโดนจับได้ว่าแอบไปทำอะไรผิดกันมา... นี่ฉันมาขัดเวลาสวีทของคู่รักข้าวใหม่ปลามันหรือเปล่าคะเนี่ย คุณภูผา" ภูผาถอนหายใจเบาๆ สีหน้าเรียบตึงไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับวิศวกรสายซึน แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นเล็กน้อยด้วยความขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ มือหนายอมปล่อยจากลูกบิดประตูแล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างรักษามารยาท แม้ในใจจะอยากเอายัดมีนกลับลงไปในถุงชานมไข่มุกเมื่อครู่มากแค่ไหนก็ตาม "ปากดีแบบนี้ สมแล้วที่เป็นเพื่อนสนิททัพฟ้า" ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาดุคมเหลือบมองร่างสูงของวิศวะหนุ่มคู่ปรับกลายๆ "ถ้าว่างมากนัก ก็ช่วยเข้ามาลากเพื่อนเธอออกไปที... เกะกะลูกตา" "ปากแบบนี้เหรอคะที่เขาเรียกว่าปากพาจน?" มีนยักคิ้วหลิ่วตาใส่ไม่เกรงกลัวรัศมีวิศวะปีสี่สักนิด วางถุงขนมลงบนโต๊ะกลางห้องอย่างไร้พิธีรีตองก่อนจะเดินเข้ามาคล้องแขนทัพฟ้าเอาไว้แน่น "แล้วอีกอย่าง นี่ห้องทัพฟ้านะคะคุณภูผา ไม่ใช่ห้องคุณ จะมาไล่ฉันเหมือนเจ้าของหอพักได้ยังไง... จริงไหมล่ะฟ้า แกดูสิ ดูความเผด็จการของรูมเมตแกดิ น่ากลัวเป็นบ้าเลย" ทัพฟ้าสะดุ้งหลุดจากภวังค์ รีบดึงแขนตัวเองกลับจากการเกาะกุมของเพื่อนสนิท ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความอายที่มีนมาเห็นฉากชวนเข้าใจผิดเมื่อครู่ หรือเป็นเพราะสายตาคมกริบของภูผาที่ยังคงจ้องมองมาไม่วางตาต่างหาก "มีน แกนี่นะ... มาถึงก็ปากพล่อยเลย" ทัพฟ้าแสร้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนความพิรุธ เดินเลี่ยงไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะเพื่อซ่อนมือที่สั่นระริก "ใครเขาเป็นคู่รักกัน แกตาฝาดแล้ว ประสาทสัมผัสพังเพราะกินชานมเยอะเกินไปหรือเปล่า" "แหม เสียงสูงเชียวนะคะคุณสถาปนิก" มีนหัวอกหัวใจพองโตกับการได้แซวเพื่อนรัก ยิ่งเห็นอาการพิรุธหน้าแดงหูแดงของทัพฟ้า ยิ่งมั่นใจว่าเซนส์ตัวเองแม่นยิ่งกว่าหมอดูสำนักไหน "ตาฉันไม่ได้ฝาดหรอกค่ะคุณขา เมื่อกี้ตอนฉันไขกุญแจเข้ามา เสียงเธอดังแว่วๆ ว่า *'บอกว่าอย่าเพิ่งเข้ามาไง'* ประโยคนี้มันแปลได้หลายความหมายมากเลยนะเพื่อนรัก หนึ่ง... กำลังเคลียร์คดีฆาตกรรม สอง... กำลังตกลงเรื่องส่วนแบ่งค่าไฟ หรือสาม... กำลังทำอะไรที่เด็กต่ำกว่าสิบแปดควรดูโดยมีผู้ปกครองให้คำแนะนำ?" "มีน!" ทัพฟ้าตบโต๊ะดังปั๊บ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู นึกอยากจะเอาชานมไข่มุกอุดปากเพื่อนตัวดีคนนี้เสียจริง "แกจะจินตนาการบรรเจิดเกินไปละ ไม่มีอะไรทั้งนั้น! ไอ่พี่ภูมันแค่... มันแค่จะมาทวงของเฉยๆ!" "ทวงของ?" มีนทวนคำเสียงสูง หันขวับไปมองหน้าภูผาที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทีสบายๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความขบขัน "ทวงอะไรคะคุณวิศวะ ถึงขั้นต้องมาทวงถึงในห้องนอนสองต่อสองตอนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้... หรือว่าทวง... หัวใจ?" "มีน!" คราวนี้ไม่ใช่แค่ทัพฟ้าที่เสียงดัง แต่ภูผาเองก็เอ่ยชื่อเพื่อนสนิทตัวแสบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววคาดโทษอย่างชัดเจน แม้ริมฝีปากหนาจะแอบยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้แทบตายก็ตาม "พอเลยทั้งคู่!" ทัพฟ้าก้าวเข้าไปแทางกลางระหว่างคนตัวสูงทั้งสองคน ดันหลังมีนให้นั่งลงที่โซฟาด้วยความหงุดหงิดปนเขินอาย "แกมาทำไมมีน ดึกดื่นป่านนี้ไม่ยอมนอน หรือว่าโดนผู้เทมาอีก ถึงได้มาหาเรื่องป่วนชาวบ้านเขาแบบนี้" "โห ปากคอเราะร้ายสมเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ" มีนยักไหล่ไม่สะทกสะท้าน นั่งไขว่ห้างหยิบปาท่องโก๋ขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างสบายใจ "ที่ฉันมาเนี่ย เพราะเป็นห่วงเพื่อนหรอกค่ะ กลัวโดนหมาป่าเจ้าถิ่นแถวนี้คาบไปกินก่อนเรียนจบ... ยิ่งพักหลังๆ มีข่าวลือหนาหูว่ามีวิศวะหน้ามึนบางคนตามติดแกแจเหมือนเงาตามตัว แถมยังมีรุ่นพี่สถาปัตย์หน้าตาดีดีกรีอดีตเดือนคณะอย่างพี่คินทร์วนเวียนกลับมาทวงพื้นที่อีกคน ชีวิตแกนี่มันฮอตยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกนะทัพฟ้า" บรรยากาศในห้องที่เคยมีความขบขันเจืออยู่จางๆ พลันชะงักกึกทันทีเมื่อชื่อของ 'คินทร์' ถูกหลุดออกมาจากปากของมีน ทัพฟ้ารู้สึกได้ทันทีว่าอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มขบขันบนใบหน้าของภูผาหายวับไปกับตา ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิท เยียบเย็น และกดดันจนน่ากลัว สันกรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ภูผาไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ยืดตัวตรงจากผนังที่พิงอยู่ ก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาใกล้โซฟาที่ทัพฟ้านั่งอยู่ โดยมีสายตาคมปลาบจับจ้องไปที่เพื่อนสนิทตัวแสบของทัพฟ้าด้วยความหมายลึกซึ้ง "พี่คินทร์เหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทรงพลังและกดต่ำจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย "คนที่คณะสถาปัตย์เขาลือกันว่า... เคยเป็นคนพิเศษของสถาปนิกตัวแสบคนนี้สินะ" มีนชะงักมือที่กำลังจะหยิบชานมขึ้นมาดูด ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความหึงหวงและบรรยากาศตึงเครียดที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างฉับพลัน รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเผลอพูดชื่อต้องห้ามออกไปเสียแล้ว ทัพฟ้ารีบหันขวับไปมองหน้าภูผา หัวใจเต้นรัวกระหน่ำด้วยความตกใจไม่แพ้กัน มือเรียวเอื้อมไปดึงชายเสื้อของวิศวะหนุ่มเอาไว้โดยอัตโนมัติ น้ำเสียงหวานเอ่ยแก้ตัวด้วยความร้อนรน "พี่ภู... อย่าไปฟังมีนพูดเลย ยัยนี่ก็พูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนปากพล่อยนั่นแหละ พี่คินทร์เขาก็แค่... รุ่นพี่ที่คณะ..." "รุ่นพี่ที่คณะ... แต่สายตาเวลาเขามองนายมันไม่ใช่แค่รุ่นพี่หรอกนะ ทัพฟ้า" ภูผาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคู่คมไหววับด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธที่เจ้าตัวพยายามอดกลั้นเอาไว้ "แล้วก็นะ... ฉันเกลียดที่สุดเวลาได้ยินชื่อไอ้หน้าหล่อนั่นจากปากคนอื่น โดยเฉพาะเวลาที่นายพยายามแก้ตัวแทนมันแบบนี้" "ฉันไม่ได้แก้ตัวนะ!" ทัพฟ้าเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ "พี่คินทร์เขาจะมองยังไงมันก็เรื่องของเขา แล้วฉันจะพูดถึงใครมันก็สิทธิ์ของฉัน ทำไม? พี่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะภูผา!" "ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ "งั้นก็ลองดูว่าฉันมีสิทธิ์หรือไม่มี..." ประโยคคำพูดที่ยังไม่ทันได้เอ่ยจบลง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะการปะทะคารมที่กำลังร้อนระอุในห้องนอนของทัพฟ้าให้หยุดชะงักลงทันที ทั้งสามคนหันขวับไปมองบานประตูห้องพร้อมกันด้วยความตกใจ มีนขมวดคิ้วมุ่น "ใครมาอีกเนี่ย... หรือว่าหน่วยกู้ภัย?" ทัพฟ้าขยับตัวจะลุกขึ้นไปเปิดประตู แต่ภูผากลับยกมือขึ้นกันไว้ ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านหน้าทัพฟ้าไปที่ประตูด้วยท่าทีระแวดระวัง มือหนาบิดลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ทว่า... ภาพของบุคคลที่ยืนยันตัวตนอยู่หลังบานประตู กลับทำเอาลมหายใจของทุกคนในห้องสะดุดกึก ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่ทัพฟ้าจำได้แม่นยำ "สวัสดีครับน้องทัพฟ้า... พอดีพี่ผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาของมาฝากรูมเมตคนเก่งสักหน่อย" คินทร์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ทัพฟ้า และแวะมาประสานสายตากับภูผาที่ยืนขวางหน้าอยู่ด้วยรอยยิ้มท้าทายที่ซ่อนความร้ายกาจไว้อย่างแนบเนียน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความละมุนและคมคายของบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%