วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 6

ข้าวเช้าฝีมือใคร

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“รับสิ... เปิดสเปกเกอร์โฟนให้ฉันฟังด้วยนะ ว่าไอ้รุ่นพี่คนโปรดของนาย... มันโทรมาดึกดื่นแบบนี้ มี ‘ธุระสำคัญ’ อะไรนักหนา” เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้นทันทีที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสว่างวาบขึ้นในความมืด ทัพฟ้าไม่ได้ขยับตัวไปหยิบมันทันที ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างนึกหมั่นไส้ร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอน สายตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มในชุดนอนไม่ได้นอน—หมายถึงเสื้อกล้ามสีเข้มที่เผยให้เห็นรอยสักจางๆ ตรงไหปลาร้า—กำลังจดจ้องมาที่เขา ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ให้ตายเถอะ... คินทร์โทรมาผิดเวลาชะมัด หรือบางที... หม่านั่นอาจจะมีเรดาร์ตรวจจับความฉิบหายได้เป็นอย่างดี ถึงได้เลือกเวลาที่ภูผายืนหัวโด่อยู่ในห้องของเขาพอดิบพอดี “ทำไมฉันต้องทำตามที่นายสั่งด้วยล่ะ ภูผา” ทัพฟ้าลากเสียงกวนประสาท ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ี่เกรงกลัวรังสีออร่าความหึงหวงที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวคนตัวโตกว่าเลยสักนิด “นี่มันโทรศัพท์ส่วนตัวของฉัน พี่คินทร์จะโทรมาตอนตีสองตีสาม หรือจะโทรมาบอกฝันดี มันก็เรื่องของฉันกับรุ่นพี่” สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ก็ลดฮวบลงจนติดลบ ภูผาไม่ได้ตะโกน ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดแบบเด็กๆ แต่กรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน กับดวงตาคมปลาบที่วาวโรจน์ขึ้นวับหนึ่งต่างหากที่บอกให้รู้ว่า ‘หมาโบ้’ ตัวนี้กำลังโกรธจัด และไม่อยากให้ใครมาลูบคม พรึบ! ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว เร็วกว่าที่ทัพฟ้าจะทันตั้งตัว มือหนาเอื้อมมากดตัดสายตาขัดจังหวะนั้นทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะปัดโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูร่วงลงไปนอนแอ้งแม้งบนเตียงนุ่ม โดยที่เจ้าของเครื่องยังอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “นาย...!” “ฉันบอกให้วางสาย” เสียงทุ้มรอดไรฟันออกมาทีละคำ ภูผาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับแก้วใสของทัพฟ้าจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ “อย่าท้าทายความอดทนของฉัน ทัพฟ้า... นายก็รู้ว่าฉันทำอะไรได้มากกว่าแค่สั่ง” “ถอยไปนะไอ้บ้า!” ทัพฟ้าดันแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นออกเต็มแรง แต่ภูผากลับนิ่งราวกับภูเขาหิน ยิ่งขัดขืน มือหนากยิ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน “นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะเว้ย เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” “ไม่ได้เป็น?” ภูผาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำทุ้งชวนขนลุก “งั้นเมื่อกี้ที่นอนให้ฉันกอด... หรือรอยที่ฉันฝังไว้บนคอเนี่ย เขาเรียกว่าเพื่อนกันทำเหรอ?” “ไอ้คนฉวยโอกาส!” ทัพฟ้าหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอาย มือเรียวฟาดลงบนไหล่กว้างแรงๆ ไปทีหนึ่ง ข้อหาพูดจาหน้าไม่อายหน้าตาเฉย “ถอยออกไปเลยนะ ฉันจะนอน!” “นอนสิ... ใครห้าม” ภูผายอมถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง แต่สายตายังคงล็อกเป้าอยู่ที่คนปากเก่งไม่วางตา “แต่อย่าหวังว่าคืนนี้ฉันจะปล่อยให้นายได้คุยกับไอ้รุ่นพี่นั่นอีก... แล้วก็พรุ่งนี้เช้า เตรียมตัวตื่นมาเคลียร์เรื่องเมื่อคืนให้รู้เรื่องด้วย” พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไปอย่างไร้รอยต่อ ปล่อยให้ทัพฟ้าได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรันพัวพันกันอยู่ในอก ทั้งหงุดหงิด ทั้งเขินอาย และที่สำคัญ... หัวใจเจ้ากรรมมันดันเต้นแรงเสียจนข่มตาหลับลงได้ยากเย็นเหลือเกิน ให้ตายสิ ผู้ชายอะไร... ปากจัดเป็นบ้าแถมยังเผด็จการที่สุด! ... เสียงก tริ๊ง... กริ๊ง... จากนาฬิกาปลุกในสมาร์ทโฟนดังลั่นห้องตอนแปดโมงเช้า ทัพฟ้าพลิกตัวหนีความรำคาญ พลางซุกใบหน้าเข้ากับหมอนใบโปรด สมองที่ยังตื่นไม่เต็มที่ประมวลผลถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน กลิ่นหอมกรุ่นบางอย่าง... ลอยวนเวียนอยู่จมูก มันไม่ใช่กลิ่นกาแฟสำเร็จรูปราคาถูก ไม่ใช่กลิ่นขนมปังปิ้งไหม้ๆ แต่เป็นกลิ่นหอมของเบคอนทอดกรอบผสมกับกลิ่นหอมละมุนของไข่ดาวและซุปกระดูกหมูเคี่ยวเค็มๆ มันๆ ที่เตะเข้าจมูกจนท้องไส้ที่ว่างเปล่าส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาทันที ทัพฟ้าขยี้ตาเบาๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้อง ความเงียบสงบในยามเช้าบอกให้รู้ว่าห้องข้างนอกไม่มีเงาร่างสูงใหญ่ของวิศวกรจอมเผด็จการเดินวนเวียนอยู่แล้ว หรือว่า... มันกลับไปแล้ววะ? ความคิดนั้นทำให้ทัพฟ้ารีบก้าวเท้าลงจากเตียง เดินสะลึมสะลือออกมาจากห้องนอนด้วยชุดนอนลายการ์ตูนย้วยๆ แต่แล้วฝีเท้าก็ต้องชะงักกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับโต๊ะกินข้าวตัวเล็กมุมห้องครัว บนโต๊ะนั้น... มีกล่องข้าวพลาสติกใสสะอาดวางอยู่ พร้อมกับกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นเล็กแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ห้วนๆ ตามสไตล์เจ้าตัว *‘ตื่นแล้วก็กินซะ ข้าวต้มปลา... ทำไม่อร่อยก็ต้องกิน ห้ามเททิ้ง ไม่งั้นเจอดีแน่ – ภูผา’* ทัพฟ้าอ่านข้อความนั้นแล้วแค่นึ่งไปสามวินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ “ปากร้ายชะมัด...” เจ้าตัวพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยื่นไปเปิดฝากล่องพลาสติกออก ไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมยวนใจของข้าวต้มปลาเก๋าชิ้นโต เนื้อปลาขาวสะอาดลอยเด่นอยู่ในน้ำซุปใสแจ๋ว โรยด้วยขึ้นฉ่ายและขิงซอยละเอียด ขัดกับภาพลักษณ์ดิบเถื่อนของคนทำลิบลับ ทัพฟ้าหยิบช้อนตักข้าวต้มคำเล็กๆ ขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปาก รสชาติ... ความกลมกล่อมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนหวานน้ำต้มกระดูกปลา ความเผ็ดร้อนนิดๆ จากขิงซอย และความสดหวานของเนื้อปลาที่ละลายในปาก ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างประหลาดใจ มันไม่ใช่แค่อร่อย... แต่มันคือรสชาติที่ฟ้องชัดเจนว่าคนทำ ‘ตั้งใจ’ เคี่ยวและปรุงมันด้วยความใส่ใจขนาดไหน ทั้งๆ ที่ปากบอกว่ารสชาติห่วยแตกไม่ได้เรื่อง แต่ริมฝีปากบางกลับคลี่ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสุขที่เอ่อล้นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ “อร่อยบ้าอะไรวะเนี่ย...” ทัพฟ้าพึมพำเบาๆ พร้อมกับตักคำที่สองเข้าปากอย่างรวดเร็ว เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยโดยลืมภาพความเกรี้ยวกราดของภูผาไปเสียสนิท ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขึ้นขัดจังหวะความสุขยามเช้า ทัพฟ้าละสายตาจากกล่องข้าวต้ม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความสงสัย คิดว่าอาจจะเป็นไอ้มีนตัวแสบที่ทักมาป่วน แต่พอนัยน์ตาคู่สวยกวาดมองชื่อผู้ส่ง หัวใจก็กระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม *(Phupha): “กินหมดรึยัง? ถ้าเหลือแม้แต่เม็ดเดียว... เตรียมตัวโดนทำโทษทบต้นทบดอกได้เลย ทัพฟ้า”* ทัพฟ้าสะดุ้งโหยง รีบหันขวับไปมองรอบห้องทันทีราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะโผล่พรวดออกมาจากซอกตู้เย็น แต่ห้องทั้งห้องก็ยังคงว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นหอมของข้าวต้มและข้อความขู่แกมบังคับบนหน้าจอที่ทำให้รู้ว่า... สายตาของวิศวกรหนุ่มคนนั้นยังคงจับจ้องเขาอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาทัพฟ้ารemains สะดุ้งสุดตัว มือที่ถือช้อนอยู่เกือบจะปล่อยหลุดมือ ใครมาวะตอนนี้? หรือว่า... “เปิดประตูหน่อยสิ ทัพฟ้า... ฉันรู้ว่านายตื่นแล้ว” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดที่ดังคลิก... ทำเอาลมหายใจของทัพฟ้าสะดุดกึกในลำคอ ร่างสูงใหญ่ที่ควรจะกลับไปแล้ว กลับมายืนส่งยิ้มมุมปากอยู่ตรงหน้าประตูห้องของเขาอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนมองใจคอไม่ดีเลยสักนิด หมอกไม้ไผ่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและปะทะอารมณ์ไปพร้อมกับทัพฟ้าและภูผานะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%