วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 22

มื้อค่ำใต้แสงเทียนจำเป็นไฟดับ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าจะมาเพื่อสร้างความรำคาญ ก็เชิญกลับทางเดิมเถอะครับพี่คินทร์ ห้องนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับแขกไม่ได้รับเชิญ” น้ำเสียงราบเรียบของภูผาดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตอยู่รอบตัว คินทร์ที่ยืนพิงกรอบประตูหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมปลาบของเขาไม่ได้มองไปยังคนพูด แต่กลับจับจ้องไปที่ทัพฟ้าที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างหลังวิศวกรหนุ่ม “ดุจังนะภูผา... แค่แวะมาดูสถาปนิกหน้าใหม่ที่ทำโปรเจกต์พังไม่เป็นท่า ไม่ได้หรือไง?” คินทร์ยักไหล่ ท่าทางสบายอารมณ์ของเขาทำเอาทัพฟ้าถึงกับแค่นยิ้มออกมา “โปรเจกต์ผมจะพังหรือไม่พัง ไม่ใช่ธุระของรุ่นพี่ที่ทิ้งงานกลางคันแล้วหนีไปต่างประเทศหรอกค่ะ” ทัพฟ้าโต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยที่เชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชา ทว่าในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด เสียง 'เปรี้ยง' ของหม้อแปลงไฟฟ้าภายนอกก็ดังสนั่น ตามด้วยความมืดมิดที่เข้าจู่โจมทันที ทุกอย่างดับวูบลงราวกับมีใครกดสวิตช์ปิดโลกทั้งใบ เสียงโวยวายของมีนที่อยู่อีกมุมของห้องดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะเงียบหายไปตามแรงดึงดูดของความมืด ภายในห้องกลายเป็นหลุมดำที่ไร้แสงสว่าง ทัพฟ้าพยายามปรับสายตา แต่สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนกว่าคือกลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ของคนข้างกาย กลิ่นที่เขาคุ้นเคยจนหัวใจกระตุก “ไม่ต้องกลัว” เสียงกระซิบแหบต่ำดังอยู่ข้างใบหู แรงดึงที่ข้อมือทำให้ร่างกายของทัพฟ้าเซไปปะทะกับแผ่นอกกว้างที่แข็งราวกับหินผา ภูผาไม่ได้ปล่อยให้เขาหลุดมือ วิศวกรหนุ่มคว้าเอวบางไว้แน่น กลิ่นอายความหวงแหนที่แผ่ออกมาทำให้ทัพฟ้าลืมเลือนตัวตนของคินทร์ไปชั่วขณะ “ปล่อย...” ทัพฟ้ากระซิบเสียงสั่น ไม่ใช่เพราะความกลัวความมืด แต่เป็นเพราะจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอกเมื่อรู้ว่าใบหน้าของคนทั้งสองห่างกันเพียงคืบ “ถ้าปล่อย... เดี๋ยวก็มีคนฉวยโอกาสในความมืด” ภูผาว่า พลางขยับกายบังทัพฟ้าจากทิศทางที่คินทร์เคยยืนอยู่ เสียงฝีเท้าของคินทร์ที่ถอยห่างออกไปทางประตูทำให้ทัพฟ้าถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว “แกหึงเหรอ?” ทัพฟ้าถาม แกล้งหยั่งเชิงในความมืด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ ก่อนที่ลมหายใจอุ่นๆ ของภูผาจะรดรินที่พวงแก้มของเขา “ใช่ หึงจนแทบบ้า” เสียงนั้นไม่ได้ติดเล่น “ไม่อยากให้ใครมอง ไม่ว่าจะเป็นสายตาหรือลมหายใจ... ทุกอย่างที่เป็นทัพฟ้า ควรจะเป็นของฉันคนเดียว” คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาในความมืดทำเอาทัพฟ้าถึงกับพูดไม่ออก สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้แผ่นหลังของเขาผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำให้เขารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง ภูผาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาใช้ความมืดที่อำนวยความสะดวกขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน “พี่คินทร์ไปแล้วหรือยัง?” ทัพฟ้าถามเสียงเบาหวิว พยายามเบนความสนใจจากบรรยากาศที่เริ่มจะอันตรายขึ้นทุกที “สนใจทำไม... ในเมื่อตอนนี้มีแค่ฉันกับเธอ” ภูผาตอบพลางกดจมูกลงบนขมับของอีกคน สัมผัสหนักแน่นและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มเปี่ยม “ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น สนใจแค่ว่า... ฉันกำลังจะทำอะไรต่อจากนี้ดีกว่า” ทัพฟ้าเงียบไป หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกคนจะได้ยิน มือเรียวขยำเสื้อเชิ้ตของภูผาไว้แน่น ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปเหลือเพียงความหวั่นไหวที่พุ่งพล่าน ทันใดนั้น แสงไฟฉุกเฉินจากระเบียงก็สว่างวาบขึ้นมาพอให้เห็นเค้าโครงใบหน้าของกันและกัน แสงสีส้มสลัวกระทบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของภูผาที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและดุดันราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม แต่ทว่า... เสียงเคาะประตูห้องอย่างแรงจากด้านนอกกลับทำลายภวังค์ความเงียบลงเสียก่อน “ไอ้ภู! เปิดประตูที เวรล่ะ... เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้ว!” เสียงมีนดังตะโกนเข้ามาจากทางเดินอย่างร้อนรน ภูผาชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที เขาผละตัวออกจากทัพฟ้าอย่างเสียดาย แต่ก่อนจะหันไปทางประตู เขากลับคว้าต้นคอทัพฟ้าแล้วกดจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากเพียงครู่เดียวก่อนจะผละออก “รออยู่นี่ อย่าเพิ่งไปไหน... โดยเฉพาะห้ามไปไหนกับมัน” ภูผาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตู ทิ้งให้ทัพฟ้ายืนค้างอยู่ท่ามกลางแสงสลัวของไฟฉุกเฉิน มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังคงหลงเหลือสัมผัสร้อนผ่าวจากอีกคน ทว่าในจังหวะที่ประตูเปิดกว้าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทัพฟ้าไม่ใช่แค่มีนที่ยืนหน้าตื่น แต่กลับเป็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังมีน... เงาร่างที่ทำให้ทัพฟ้าถึงกับตัวเย็นวาบ “ขอโทษนะภูผา... แต่ดูเหมือนคืนนี้ ฉันจะมีเรื่องสำคัญกว่าเรื่องไซต์งานจะมาแจ้งให้รู้” เสียงของผู้มาใหม่ดังก้องห้อง ทัพฟ้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบในเวลาแบบนี้... ใบหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของแผลใจที่เขาสร้างขึ้นมาปิดตายไว้เนิ่นนาน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกไม้ไผ่ไปกับความเข้มข้นของมื้อค่ำที่ไม่มีวันลืมนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%