วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 23

คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"พี่บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับฟ้า!" เสียงทัพฟ้าตอกกลับไปทันควัน พร้อมกับร่างโปร่งที่ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเงาสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวล่วงเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัว รัศมีคุกคามจากบุคคลที่สามไม่ได้ทำให้บรรยากาศอึมครึมก่อนหน้านี้เบาบางลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งจุดชนวนความตึงเครียดให้พุ่งทะยานจนแทบได้กลิ่นประทุของอารมณ์ในความมืด ในห้องสตูดิโอหลังคณะที่ควรจะเงียบสงบยามวิกาล ตอนนี้กลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันสามเส้า ภูผายืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน แผ่นหลังกว้างตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่—คินทร์—รุ่นพี่สถาปัตย์ตัวปัญหาที่เคยทิ้งรอยแผลใจไว้ให้คนปากเก่งเมื่ออดีต ท่าทางคุกคามแบบวิศวกรหนุ่มสายหมาป่าเริ่มเผยเคี้ยวเล็บออกมาโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต "ใจเย็นน่า ทัพฟ้า... พี่แค่วแวะมาดูว่าเด็กดื้อแถวนี้ยังทำงานหามรุ่งหามค่ำจนลืมกินข้าวอีกหรือเปล่า" คินทร์ส่งยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทัพฟ้าเกลียดนักหนาเพราะมันเคลือบด้วยความเจ้าเล่ห์และคราบอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันลงหลุมมาตลอดหลายปี ทัพฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแววพยศและรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง มือเรียวเผลอกำชายเสื้อฮู้ดของตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำสีเทาเกี่ยวกับคำสัญญาจอมปลอมและรอยร้าวในครอบครัวที่เกี่ยวโยงกับผู้ชายคนนี้แล่นริ้วขึ้นมาในหัว สมองสั่งให้ถอยหนี แต่ศักดิ์ศรีและนิสัยสู้คนกลับตรึงสองขาไว้กับที่ ทว่า... ก่อนที่ทัพฟ้าจะได้พ่นคำพูดเชือดเฉือนอะไรออกไปมากกว่านั้น มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาคว้าข้อศอกของเขาไว้เสียก่อน แรงบีบกระชับที่ไม่แน่นจนเกินไปแต่หนักแน่นพอจะส่งผ่านความอบอุ่นดิบเถื่อนเข้ามาในกระแสเลือด ทำให้ทัพฟ้าต้องสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมอง เจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวะที่ยืนเงียบมานานขยับตัวเข้ามาบังร่างเขาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาของภูผาที่มองตรงไปยังคินทร์เปรียบเสมือนใบมีดอาบยาพิษ—นิ่งสนิท ทว่าคมกริบและเยียบเย็นจนน่าขนลุก "แฟนเขา... เขาก็บอกอยู่ว่าไม่ต้อนรับ" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทรงพลังจนทัพฟ้าต้องเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของวิศวกรหนุ่มข้างกายทันที คำว่า 'แฟน' หลุดออกมาจากปากผู้ชายซึนเดระที่ปกติแค่จะบอกว่า 'เป็นห่วง' ยังต้องกลืนคำพูดตัวเองลงคอไปครึ่งค่อนกระบุง คินทร์หรี่ตามองภูผาตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มเยาะบนมุมปากเด่นชัดขึ้น "อ๋อ... วิศวะเด็กดื้อคนที่เขารีวิวกันหนาหูสินะครับ? นึกว่าใคร ที่แท้ก็หมาตัวใหม่ที่คอยเห่าไล่คนอื่นนี่เอง ระวังหน่อยเถอะ ทัพฟ้าน่ะเลี้ยงไม่เชื่องหรอก น้องเข็ดกับความรักจะตายไป" *ผวะ!* เสียงกำปั้นกระทบอากาศและแรงปะทะหนักหน่วงไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุจนแทบไหม้ ภูผาก้าวพรวดเดียวเข้าไปประชิดตัวคินทร์ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนรุ่นพี่สถาปัตย์ต้องผถะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบของภูผาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะกิดต่อม "ถ้าไม่อยากให้ปากแตกออกจากห้องนี้ ก็ไสหัวออกไปซะ" ภูผาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงไม่ได้ดังแต่เหี้ยมเกรียมและจริงจังจนไม่มีใครกล้าท้าทาย คินทร์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หี้ เขายกมือขึ้นยอมแพ้เชิงสัญลักษณ์ก่อนจะเหลือบสายตากลับมามองทัพฟ้าที่หลบอยู่หลังไหล่กว้าง "แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ทัพฟ้า... ของเก่าที่นายยังเคลียร์ไม่จบ เดี๋ยวเราคงได้คุยกันยาว" พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินจากไป เสียงฝีเท้ากระทบพื้นปูนดังห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งประตูสตูดิโอถูกผลักปิดลง ทิ้งความเงียบงันและอึดอัดให้กลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ทัพฟ้ายืนนิ่งค้าง ลลมหายใจสะดุดติดขัด แผลใจที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทำให้มือเริ่มชาและหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกพ่ายแพ้และอ่อนแอที่เกลียดนักเกลียดหนากำลังจะตีตื้นขึ้นมาคลอเบ้าตา แต่เขาก็ยังกัดฟันกลืนมันลงไป "ใครเป็นแฟนพี่..." เสียงแหบพร่าเอ่ยท้วงขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบ ขณะพยายามดึงแขนตัวเองออกจากอุ้งมือหนาของภูผา แต่ภูผากลับไม่ยอมปล่อย ร่างสูงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกังวลลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึงตามเคย ดวงตาคู่คมสำรวจสำรวจใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว "เงียบไปเลย" ภูผาเอ่ยเสียงดุ กลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ "ปากดีนักไม่ใช่หรือไง ทำไมพอเจอไอ้เวรนั่นถึงได้ยืนแข็งเป็นหินแบบนั้น" "มันไม่ใช่เรื่องของพี่..." ทัพฟ้าพยายามเชิดหน้าเถียง แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "แล้วเมื่อกี้... ใครอนุญาตให้พูดแบบนั้น ใครเป็นแฟนพี่ ห๊ะ!" ภูผาถอนหายใจยาว พลชักสีหน้าใส่ด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู ก่อนจะตัดสินใจรวบร่างโปร่งเข้าไปประชิดตัว รั้งเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่เปิดโอกาสให้ทัพฟ้าได้โวยวาย แรงปะทะทำให้แผ่นอกกว้างแนบชิดกับอกอุ่น กลิ่นน้ำหอมเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อจากการทำงานของวิศวกรหนุ่มโชยเข้าจมูกจนทัพฟ้าสมองตื้อ "อยากให้เป็นไหมล่ะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนทัพฟ้ารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง หัวใจที่เต้นรัวเพราะความโกรธเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเต้นระรัวด้วยเหตุผลอื่นที่อันตรายกว่าเดิมนับร้อยเท่า ความเงียบในห้องมืดโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวๆ จากลานจอดรถด้านนอกที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาสะท้อนดวงตาสองคู่ที่จ้องมองกันอย่างมีความหมาย ภูผาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ ความซึนเดระที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความจริงจังที่ร้อนแรงและคลั่งรักจนทัพฟ้ารับมือไม่ไหว "ฟ้า..." ภูผาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนน่าใจหาย นิ้วโป้งหยาบกร้านยกขึ้นเกลี่ยแก้มเนียนเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ที่ฉันพูดวันนั้น... ที่บอกว่ารำคาญ ที่บอกว่าไม่อยากให้ไปสนิทกับใคร... ความจริงคือ..." ดวงตากลมโตของทัพฟ้าเบิกกว้างขึ้น หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองเพลเมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่กำลังจะถูกเอื้อIนเอ่ยออกมาจากปากของคนซึน ร่างกายแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อริมฝีปากหยักลึกของภูผาขยับเข้าใกล้ริมฝีปากเขามากขึ้นทุกที ในความมืดสลัวและบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น ภูผากำลังจะบอกความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจออกมาให้เขาได้ยินชัดๆ เสียที... **Rrrrrrr—!** เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานดังแผดเสียงขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพู่อันตรายจนกระเจิง ภูผาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ส่วนทัพฟ้าสะดุ้งสุดตัวราวกับหลุดออกจากภวังค์มนต์สะกด ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอายและโล่งอกในเวลาเดียวกัน วิศวกรหนุ่มจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะจำใจละสายตาออกจากริมฝีปากอิ่มที่เขากำลังจะครอบครอง ยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่ทว่า... ทันทีที่ก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด ดวงตาคมกริบของภูผาก็หรี่ลง ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตา ทัพฟ้ายืนหายใจหอบถี่ พยายามตั้งสติแล้วเหลือบสายตามองหน้าจอเครื่องนั้นด้วยความสงสัยระคนหงุดหงิดไม่แพ้กัน และก่อนที่ภูผาจะทันได้กดรับสาย ประตูสตูดิโอที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ทั้งห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที... ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หมอกไม้ไผ่สัญญาว่าตอนหน้าจะเดือดและฟินยิ่งกว่าเดิมค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%