"ตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่รอบเจ็ดโมงเช้า... นี่พี่เล่นเกมอะไรอยู่เนี่ย คินทร์?"
เสียงทัพฟ้าห้วนสั้น ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนระอาอย่างปิดไม่มิด ร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์ในห้องครัว มุมปากกระตุกน้อยๆ ยามกวาดสายตามองกระดาษแข็งสองใบในมือของรุ่นพี่ตัวสูง
ส่วนมีนนะหรือ... ตอนนี้แทบจะมุดแผ่นดินหนีไปอยู่ใต้พรม ร่างอวบๆ ของเพื่อนสนิท (ที่แปรสภาพเป็นสายลับสองหน้าชั่วคราว) ยืนเหงื่อตกพลั่ก ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ส่งสายตาเว้าวอนประมาณว่า *‘กูไม่ได้ตั้งใจขายเพื่อนนะเว้ย แต่พี่แกขู่กู!’* มาให้เป็นระยะ
"พี่ไม่ได้เล่นเกม ทัพ..." คินทร์ระบายยิ้มบางๆ บนใบหน้าคมคายตามแบบฉบับเดือนคณะเก่า ดวงตาพราวระยับทอดมองรุ่นน้องคนโปรดด้วยความหมายลึกซึ้ง "พี่แค่ให้โอกาสเราทบทวนเรื่องเมื่อสามปีก่อน... ที่ตรงนั้น ยังเป็นที่ของเราเสมอ ถ้านายพร้อม เราไปป์เคลียร์ทุกอย่างให้จบที่เชียงใหม่"
บรรยากาศในห้องชุดขนาดกลางตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น แม้หน้าต่างกระจกบานใหญ่จะเปิดรับแสงสว่างของเช้าวันใหม่แล้วก็ตามที ทว่าไอร้อนจากความอึดอัดกลับแผ่ซ่านจนน่าประหลาด
ทัพฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอ ปรบมือเบาๆ เชิงประชดประชัน "สามปีผ่านไป พี่คินทร์ยังมีความสามารถในการมโนเป็นเลิศเหมือนเดิมเลยนะคะ ดีจัง... เสียดายที่ตั๋วสองใบเนี่ย คงต้องเก็บบินเดี่ยวไปคนเดียว หรือไม่ก็ชวนมีนไปกินแคบหมูแทน เพราะฉันไม่มีวันไปไหนกับพี่ทั้งนั้น"
"ทัพฟ้า..." คินทร์หน้าเสียเล็กน้อย ยื่นมือหมายจะคว้าข้อมือเรียว
หมับ!
ทว่ามือใหญ่หนาเส้นเลือดปูดโปนจากไหนไม่รู้กลับพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของคินทร์ไว้กลางอากาศเสียก่อน แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาดจนรุ่นพี่หนุ่มนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เจ้าของมือปริศนาก็ยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่ข้างกายทัพฟ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ภูผา... วิศวกรหนุ่มหน้าตายผู้ได้ฉายาหมาโบ้ประจำตึกคณะวิศวะ ยามนี้ดวงตาคมกริบคู่นั้นมืดสนิท ไร้แววขบขันใดๆ สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนมีนที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือลูบแขนตัวเองป้อยๆ
"จับมือใคร... ขออนุญาตเจ้าของเขายัง?"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ ชวนให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ภูผายังคงสวมชุดนอนกางเกงวายพายขายาวกับเสื้อยืดสีดำย้วยๆ ทว่าเรือนผมยุ่งเหยิงไม่ได้สไตลิ่งกลับยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนและอันตรายในตัวเขาให้พุ่งทะยาน
คินทร์สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมด้วยความโมโห ขยับตัวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาฟอร์ม "แล้วนายเป็นใคร... อ๋อ รูมเมตปีสี่คนที่แชร์ห้องอยู่กับทัพสินะ? เรื่องนี้มันเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับน้อง..."
"รูมเมตเหรอ?" ภูผาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำทุ้งน่าขนลุก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาคั่นกลางระหว่างทัพฟ้ากับคินทร์อย่างจงใจ แผ่นหลังกว้างบังรุ่นพี่คนเก่งเสียมิดชิด ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปโอบรอบเอวบางของทัพฟ้าเข้ามาแนบชิดติดตัวโดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย
ทัพฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย ยอมรับว่าตกใจกับสัมผัสอุกอาจในยามเช้าแบบนี้ แต่เมื่อเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของภูผาที่ตึงเครียดจนน่ากลัว ร่างโปร่งก็เลือกที่จะเงียบ ปล่อยให้คนตัวโตกว่าจัดการเกมนี้ตามอำเภอใจ
"ขอโทษทีนะรุ่นพี่..." ภูผาก้มหน้าลงมองคินทร์ด้วยสายตาเหยียดหยามเล็กน้อย "พอดีสถานะผมกับทัพฟ้าตอนนี้... มันไม่ใช่แค่รูมเมตแล้วว่ะ"
คินทร์ขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า..." ภูผาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้าไปใกล้คินทร์อีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันชัดเจนสองคน (แต่จงใจให้คนอื่นได้ยินด้วย) "เมื่อคืน... ผมเพิ่งเลื่อนขั้นให้เขาเป็น 'คนรู้ใจ' แบบเอ็กซ์คลูซีฟไปหมาดๆ และไอ้ตั๋วเครื่องบินสองใบนั่นน่ะ... เอาไปคืนบริษัททัวร์เถอะ เพราะเมียผม... เขาไม่ว่างไปไหนกับคนแปลกหน้า"
เพล้ง!
ประโยคคำว่า *‘เมียผม’* ทำเอาสมองของทัพฟ้าชัตดาวน์ไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาอัดแน่นอยู่ที่พวงแก้มจนร้อนผ่าว ร่างโปร่งอยากจะยกเท้าขึ้นถีบยอดอกคนพูดให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ใครเป็นเมียมันวะ! ปากพล่อยชะมัด!
แต่มีนที่ยืนอยู่ข้างหลังนี่สิ... ปิดปากกรี๊ดเงียบๆ จนหน้าดำหน้าแดง มือสั่นระริกด้วยความฟินระดับสิบแปดริกเตอร์
คินทร์หน้าซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำ มองหน้าภูผาแล้วเบนสายตาไปที่ทัพฟ้าเพื่อหาความจริง "ทัพ... น้องพูดจริงเหรอ? น้องคบกับไอ้เด็กวิศวะนี่เนี่ยนะ?"
ทัพฟ้าสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติกลับมาแล้วเงยหน้าขึ้นสบตารุ่นพี่ด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความแสบสัน "ก็อย่างที่พี่ภูเขา... เอ๊ย พี่ภูผาเขาบอกนั่นแหละค่ะ พอดีฉันเป็นคนชอบกินของอร่อยซ้ำๆ ไม่อยากเปลี่ยนร้านใหม่ให้เสียเวลาหรอกนะ... ส่วนตั๋วเครื่องบิน ขอบใจหวังดี แต่เก็บไว้บินกลับไปตั้งหลักที่คณะตัวเองเถอะค่ะ"
คำพูดตอกกลับแบบเจ็บแสบทำเอาคินทร์ไปไม่เป็น ร่างสูงโปร่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองภาพคนทั้งสองที่ยืนเคียงคู่กันแล้วรู้ตัวทันทีว่าหมดสิทธิ์ ทัพฟ้าในยามนี้ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจ แถมไอ้ผู้ชายตัวยักษ์ข้างๆ นยังแผ่รังสีหวงก้างออกมาเสียจนน่ากลัว
"เอ่อ... งั้นพี่ขอตัวก่อนดีกว่า..." คินทร์จำใจต้องยอมแพ้ คว้าตั๋วเครื่องบินยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ถอยหลังกรูดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยมีมีนทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีรีบวิ่งไปเปิดประตูส่งแขกและล็อกกลอนให้อย่างรู้ความ
ปัง!
สิ้นเสียงปิดประตู ห้องทั้งห้องก็กลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับระอุยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ทัพฟ้าสะบัดตัวออกจากวงแขนแกร่งที่ยังคงโอบรอบเอวอยู่ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวโตกว่าอย่างเอาเรื่อง "ใครเป็นเมียคุณไม่ทราบฮะ ไอ้วิศวะหน้ามึน!"
ภูผายักไหล่ หน้าตายเฉยเมยตามสไตล์ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ร่างสูงสาวเท้าเข้าประชิดตัวทีละก้าว บีบให้ทัพฟ้าต้องถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับเคาน์เตอร์บาร์โดยมีแขนแกร่งทั้งสองข้างกักตัวเอาไว้ตรงกลาง
"อ้าว... เมื่อคืนใครร้องครางเรียกพี่ภูขา... พี่ภูขา ขาแทบหักอยู่บนเตียง จำไม่ได้เหรอครับ?"
"ไอ้... ไอ้บ้า!" ทัพฟ้าหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู มือเรีย้าง้างขึ้นจะประเคนฝ่ามือลงบนไหล่กว้าง ทว่าภูผากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้ได้อย่างรวดเร็ว รวบขึ้นไปกดไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ริมฝีปาก ทัพฟ้าใจเต้นรัวระส่ำ พยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ถูกนิ้วมือหนาเชยคางมนให้กลับมาสบตากันตรงๆ
"ปากดีจังนะ..." ภูผากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง "เมื่อเช้ายังทำเป็นดุพี่อยู่เลย... แต่พอบทจะอ้อนตอนอยู่บนเตียง ทำไมน่ารักจังวะ หื้ม?"
"ใครอ้อนคุณ... ปล่อยนะ มีนยังยืนอยู่ตรงนั้น...!" ทัพฟ้าเหลือบสายตาไปทางประตูห้องครัวด้วยความตกใจกลัวเพื่อนเห็น
"มันออกไปซื้อกาแฟข้างล่างตั้งแต่สามนาทีที่แล้วแล้วครับ..." ภูผากระซิIบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากบวมเจ่อของคนตรงหน้าด้วยความคลั่งไคล้ "ตอนนี้... ทั้งห้องนี้มีแค่เราสองคน"
หัวใจของทัพฟ้ากระหน่ำรัวราวกับตีกลองศึก ยิ่งเห็นสายตาคุกคามที่ซ่อนความคลั่งไคล้เอาไว้ไม่มิดของคนตรงข้าม ร่างโปร่งก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลาย
ปากบอกว่าไม่ชอบ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก...
ภูผาก้มหน้าลงมาหมายจะกดจูบลงบนริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงไม่หยุด ทว่าในจังหวะที่ปลายปากจะสัมผัสกันนั้นเอง...
กริ๊งงงงงง!
เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน!
ภูผาชะงักกึก สันกรามขบเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด สบถในลำคอเบาๆ อย่างหัวเสีย ส่วนทัพฟ้ากลับฉีกยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก รีบใช้จังหวะที่คนตัวโตเผลอ มุดลอดแขนแกร่งวิ่งหนีเตลิดไปเปิดประตูห้องทันที
"เดี๋ยวฉันไปดูเองว่าใครมาขัดจังหวะ...!" ทัพฟ้าหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ
ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของทัพฟ้ากลับต้องค้างเติ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อบานประตูเปิดออกแล้วพบกับร่างของใครบางคนที่ยืนยิ้มแป้นแล้นถือกระเป๋าเดินทางใบโตอยู่หน้าห้อง
"เซอร์ไพรส์! ทัพฟ้า! แม่กลับมาเยี่ยมลูกชายสุดที่รักแล้วจ้า!"
--------------------------------------------------
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ 'หมอกไม้ไผ่' นะคะ*
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 28
สถานะที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!