“หยุดเดี๋ยวนี้ทัพฟ้า! ถ้าก้าวขาออกจากประตูนี้ไป แล้วคิดจะกลับมาหาฉันอีก... บอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่รับประกันว่าจะใจดีเหมือนเดิม”
เสียงทุ้มต่ำที่ตะคอกไล่หลังมาไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กกว่าหยุดเดิน ทัพฟ้ากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เขารู้ดีว่าภูผาไม่ได้หมายความอย่างที่พูดหรอก... คนปากแข็งนั่นก็แค่ใช้ความเย็นชาเป็นเกราะกำบังหัวใจตัวเองมาตลอด
แต่ครั้งนี้เขารอไม่ไหวแล้ว
ทัพฟ้ากระชับสายกระเป๋าเป้แน่น ฝีเท้าก้าวฉับๆ ไปตามทางเดินในสนามบินนานาชาติที่วุ่นวาย สายตาจดจ้องเพียงป้ายไฟบอกสถานะเที่ยวบินรอบหกโมงเย็นที่กำลังจะปิดรับการเช็คอินในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
*ต้องทัน...*
เขารู้ดีว่ามีนส่งข้อความมาบอกเรื่องเที่ยวบินนี้เพื่อทดสอบเขา ทันทีที่อ่านจบ ใจเขาก็แทบจะกระโจนข้ามฟากมาที่นี่เพื่อหยุดคินทร์ คนที่พยายามจะฉุดดึงเขาไปจากชีวิตที่เขากำลังสร้างกับวิศวกรหน้าตายคนนั้น
“ทัพฟ้า!”
แรงกระชากจากด้านหลังทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้าน มือหนาของภูผาที่บีบต้นแขนเขาไว้แน่นไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย ทัพฟ้าถูกหมุนตัวกลับมาปะทะกับสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธขึงและ... ความหวั่นไหวที่ปิดไม่มิด
“นายจะไปจริงๆ เหรอวะ?” ภูผากัดฟันกรอด เสียงของเขาพร่าลงเล็กน้อย “แค่เพราะไอ้คินทร์มันบอกว่าจะพาไป นายก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างที่นี่ไปกับมันงั้นเหรอ”
“ใครบอกว่าผมจะไปกับมัน” ทัพฟ้าเชิดหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะรื้นด้วยหยดน้ำที่พยายามกลั้นไว้ “ผมมาที่นี่เพื่อมาหยุด... ไม่ใช่มาตามไป”
“หยุดอะไร? หยุดให้ฉันเสียใจเล่นๆ หรือหยุดให้คนอื่นสมเพชที่เห็นนายเดินไปกับคนอื่น?”
คำพูดร้ายกาจของภูผาเหมือนเข็มทิ่มแทง ทัพฟ้าหมดความอดทน มือเรียวผลักอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างแรงจนคนตัวโตถอยกรูด “ปากเก่งนักนะ! รู้อะไรไหมภูผา สิ่งที่นายเก่งที่สุดไม่ใช่การคำนวณโครงสร้างตึกหรอก แต่มันคือการทำให้คนที่รักนายต้องเจ็บปวดซ้ำๆ ด้วยความซึนของนายนั่นแหละ!”
ทัพฟ้าหันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่ครั้งนี้ภูผาเร็วกว่า เขาคว้าเอวบางไว้แล้วดันร่างทัพฟ้าเข้าไปในมุมอับของเสาปูนในสนามบินที่ค่อนข้างเงียบเชียบ ก่อนจะกักขังคนตัวเล็กไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง
ลมหายใจร้อนผ่าวของวิศวกรหนุ่มรดรินอยู่ข้างใบหู ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความดุดันที่พร้อมจะแผดเผา
“ถ้านายกล้าเดินไปจากตรงนี้ ฉันจะถือว่าที่ผ่านมานายไม่เคยคิดอะไรกับฉันเลย” เสียงของภูผาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วพร่า แต่มันสั่นประสาททัพฟ้ามากกว่าตอนตะคอกเสียอีก
ทัพฟ้าเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคมดุคู่นั้นไม่มีร่องรอยของคำโกหก “ถ้าไม่คิด... ผมจะมายืนหอบแฮกอยู่ตรงนี้ให้คนเขามองจนแทบจะเหยียบกันตายทำไมล่ะครับคุณวิศวกร”
ภูผาชะงัก สายตาที่เคยมั่นคงเริ่มวูบไหว “พูดใหม่อีกที”
“ผมไม่ชอบคินทร์ และผมก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับ ‘แฟน’ ตัวเองด้วย... แม้ว่าแฟนคนนั้นจะปากเสียจนน่าเอาคัตเตอร์กรีดปากให้หายซ่าก็ตาม”
คำว่า ‘แฟน’ ที่หลุดออกมาจากปากของทัพฟ้าทำให้ภูผาถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมความร้ายกาจ แต่มันคือรอยยิ้มของคนแพ้ราบคาบที่ได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
“หึ... ปากดี”
ภูผาโน้มใบหน้าลงมาจวนเจียนจะแนบชิด ทัพฟ้าหลับตาลงรับสัมผัสที่เขารอคอยมาตลอด มันไม่ใช่จูบที่ถนอมรักเหมือนในนิยายเพ้อฝัน แต่มันคือการปะทะกันของอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนขีดสุด
ทันทีที่ริมฝีปากหนาทาบทับลงมา มันคือความโหยหาที่ถูกปลดปล่อย ภูผาขบเม้มริมฝีปากล่างของคนตรงหน้าด้วยความหนักหน่วงราวกับจะลงโทษที่ทำให้เขาเกือบสติหลุดไปเมื่อครู่ ทัพฟ้าไม่ยอมแพ้ เขาตอบโต้กลับด้วยการจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของอีกฝ่าย
รสชาติของจูบนี้มันหวานจนกลบความขมขื่นและความเข้าใจผิดทั้งหมดที่เคยมี ความหวานที่ร้อนแรงจนหัวใจของทัพฟ้าเต้นรัวราวกับกลองรบ มันมีความคิดถึง ความหึงหวง และความต้องการที่เข้มข้นจนแทบจะกลืนกินกันและกัน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปสำรวจโพรงปากนุ่มอย่างถือสิทธิ์ ทัพฟ้าสั่นสะท้านเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสที่วาบหวามและจริงจังจนลืมหายใจ
สนามบินที่ผู้คนพลุกพล่านกลายเป็นเพียงฉากหลังที่พร่ามัว ในวินาทีนี้โลกทั้งใบของเขาสองคนเหลือเพียงความเร่าร้อนที่กำลังหลอมละลายทุกอย่างให้กลายเป็นไอ
ภูผาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงลมหายใจหอบถี่และแววตาที่เชื่อมปรอยของทั้งคู่ เขายังคงกักขังทัพฟ้าไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากที่บวมช้ำจากการกระทำของตัวเองอย่างแผ่วเบา
“ถ้ากลับไปแล้ว... คืนนี้ฉันไม่ปล่อยให้นายได้นอนง่ายๆ แน่”
ทัพฟ้าหน้าแดงก่ำ ไม่ทันที่เขาจะได้ต่อปากต่อคำกลับ เสียงประกาศเตือนเที่ยวบินสุดท้ายของเย็นวันนี้ก็ดังแทรกเข้ามา
ทว่า... เสียงประกาศนั้นยังไม่น่าตกใจเท่ากับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ไม่ไกลจากมุมเสาที่พวกเขายืนอยู่
“พี่ภู... ทัพฟ้า? พวกพี่มาทำอะไรกันตรงนี้ครับ?”
น้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นพร้อมกับเงาของใครบางคนที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า ทำให้ความหวานในใจของทั้งคู่หยุดชะงักกะทันหัน
ทัพฟ้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นคินทร์ยืนถือตั๋วเครื่องบินสองใบอยู่ตรงนั้น... และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ มีนยืนยิ้มแห้งอยู่ข้างๆ คินทร์พร้อมกับอาการเหงื่อตก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักของหมอกไม้ไผ่ทุกคนที่ติดตามมาถึงตอนนี้นะคะ!
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 27
จูบแรกที่รอคอย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!