แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง•ตอนที่ 8

กลิ่นอายน้ำชาและหมากกระดาน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
เสียงก้องกังวานของตัวหมากงาช้างที่กระทบลงบนกระดานไม้จันทน์หอม ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล ควันจางๆ จากเตากำยานกลิ่นไม้กฤษณาพวยพุ่งเป็นเกลียวริ้วสีขาว ก่อนจะสลายตัวไปในอากาศอันหนาวเหน็บของฤดูเหมันต์ "ท่านแม่ทัพเดินหมากตานี้ รุกฆาตด้วยความเด็ดขาดเกินไปกระมังครับ" หลี่ชิงหรานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยดั่งสายน้ำนิ่งแต่ลึกซึ้ง นางนั่งอยู่เบื้องขวาของโต๊ะน้ำชา อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีครามเข้มปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินสะท้อนแสงตะเกียงวับแวม ขับเน้นให้ผิวพรรณดั่งหยกขาวดูงดงามแต่เยือกเย็นในคราเดียวกัน ปิ่นปักผมรูปดอกเหมันต์สลักจากหยกเนื้อดีไหวเอนตามจังหวะการเคลื่อนไหวเล็กน้อยยามที่นางเอื้อมมือเรียวขาวดั่งลำหญ้าคาไปหยิบตัวหมากเบี้ยขึ้นมาพิจารณา เซียวจิ่งเหยียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บุรุษผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดิน สวมอาภรณ์คลุมตัวนอกสีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรห้าเล็บซ่อนลาย ไหล่กว้างหนาดุดัน ใบหน้าคมสันราวน้ำแข็งสลักดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรี เขายังไม่รีบร้อนเดินหมากตาต่อไป หากแต่รินน้ำชาผู่เอ๋อร์สีอำพันเข้มลงในจอกกระเบื้องเคลือบเนื้อบางเบา ส่งกลิ่นหอมกรุ่นคละคลุ้งตัดกับไอความเย็นยามดึก "สงครามไม่มีคำว่าปรานี ยอดกุนซือหลี่" เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยตอบ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดั่งเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธาร "หากข้าลังเลแม้แต่ปลายก้าวเดียว ศัตรูย่อมไม่ลังเลที่จะบดขยี้กระดูกและเส้นเอ็นของคนทั้งกองทัพให้แหลกสลาย หมากกระดานนี้ก็เช่นกัน... ท่านรุกคืบเข้ามาลึกถึงแดนสนธยาของข้าแล้ว ยังกล้ากล่าววาจาหยั่งเชิงอยู่อีกหรือ" ชingหรานเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมนั้น แววตาของนางไหวระริกราวกับผิวน้ำยามต้องลมหนาว ก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยคมปัญญาที่เฉียบคมราวกริชอาบยาพิษ "แดนสนธยาของท่านแม่ทัพ... แท้จริงแล้วอาจมิใช่ค่ายทหารนอกด่านที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด แต่เป็นราชสำนักเบื้องสูงที่เต็มไปด้วยการหักหลังต่างหากเล่าเพคะ" ชิงหรานจงใจใช้คำสรรพนามที่อ่อนหวาน ทว่าเนื้อหากลับเชือดเฉือน "ฉินอ๋องทรงเร่งเดินหมากในราชสำนักทุกวันคืน เสบียงกรังที่ควรส่งไปค่ายทหารพิทักษ์ชายแดน กลับถูกเปลี่ยนเส้นทางไปซุกซ่อนไว้ที่หัวเมืองทางใต้ ท่านแม่ทัพ... ท่านคิดว่าหมากตัวนี้ของฉินอ๋อง มุ่งหมายจะเอาชีวิตทหารนับแสน หรือต้องการบีบให้ท่านต้องคุกเข่าถวายอำนาจกันแน่" บรรยากาศภายในห้องหนังสือพลระอุด้วยความตึงเครียดขึ้นมาทันที แม้ภายนอกจะดูสงบเงียบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่แรงกดดันจากอำนาจและปัญญาของคนทั้งสองกำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในอากาศ เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย เขายกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมฝาดล้ำลึกกระจายอยู่ทั่วปลายลิ้น ก่อนที่เขาจะวางจอกลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น "ท่านรู้ลึกถึงเส้นทางลับของฉินอ๋อง... ช่างเป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินเสียจริง" เซียวจิ่งเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ระหว่างความหวาดระแวงในฐานะแม่ทัพผู้คุมกฎ กับความเสน่หาลึกซึ้งที่เติบโตขึ้นอย่างเงียบงันในอก "หากเป็นผู้อื่นล่วงรู้ความลับนี้ ข้าคงสั่งประหารโดยไม่ต้องไต่สวน แต่ท่าน... หลี่ชิงหราน ท่านกลับเลือกที่จะนั่งจิบชาและเจรจากับข้าท่ามกลางราตรีนี้" "เพราะข้าทราบดีว่า ท่านแม่ทัพมิใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้สุนัขรับใช้ผู้มักใหญ่ใฝ่สูง" ชิงหรานกล่าวเสียงหนักแน่น นางวางตัวหมากม้าลงบนกระดานอย่างแม่นยำ ปิดตายทางเดินของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามทันที "ท่านต้องการล้างบางหนอนบ่อนไส้ ข้าต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลหลี่ เป้าหมายของเราสอดประสานกันบนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย... ท่านกล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่ ว่ารุ่งอรุณแห่งวันใหม่ จะไม่มีที่ยืนให้คนทรยศอีกต่อไป" เซียวจิ่งเหยียนมองการเดินหมากตานั้น นัยน์ตาคมกริบฉายประกายประหลาดใจแกแกมความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด สตรีผู้นี้มีความกล้าหาญและความคิดอ่านเหนือล้ำกว่าบุรุษในราชสำนักนับร้อยรวมกัน นางไม่ได้เข้ามาในชีวิตเขาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน แต่นางคือ ‘คู่ต่อสู้’ และ ‘สหายร่วมรบ’ ที่สวรรค์ส่งมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในจิตใจอันด้านชาของเขา มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนขอบกระดานหมากรุกไว้อย่างถือวิสาสะ ผิวสัมผัสของนางเย็นเยียบเล็กน้อยจากความหนาวของฤดูหนาว แต่เมื่อถูกกุมไว้ด้วยฝ่ามืออันอบอุ่นและแข็งแกร่งของแม่ทัพ ชิงหรานก็สะท้านเฮือกเล็กน้อย นางช้อนตาขึ้นมองเขาโดยไม่หลบสายตา หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดหลายปีกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก "ท่านกล้าหาญเกินไปแล้ว ชิงหราน..." น้ำเสียงของเซียวจิ่งเหยียนอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเยือกเย็นทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตา "การเดิมพันด้วยแผ่นดินและชีวิต... ข้าไม่เคยพ่ายแพ้ และจะไม่ยอมให้ท่านต้องพ่ายแพ้เช่นกัน" ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความผูกพันอันหนักแน่น ทันใดนั้นเอง— เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประเรือน ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวด้วยความร้อนรน "เรียนท่านแม่ทัพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์คนสนิทตะโกนผ่านประตูเข้ามาด้วยน้ำเสียงแตกตื่น "ราชโองการลับด่วนจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงมือท่านแม่ทัพ... และ... และมีข่าวว่า กองกำลังทหารรักษาพระองค์ของฉินอ๋องเคลื่อนพลปิดล้อมประตูเมืองหลวงทางทิศเหนือแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจิ่งเหยียนชะงัก สายตาคมกริบตวัดกลับไปมองที่ประตูห้องทันที ในขณะที่หลี่ชิงหรานขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องขึ้นในใจว่า คืนนี้... สงครามที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์นี้ไปกับนักเล่าประวัติศาสตร์นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%