เสียงกระเบื้องเคลือบกระทบโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ก* เบาๆ ทว่ากลับบาดลึกในความเงียบงันของห้องทรงอักษร กลิ่นอายของหมึกชั้นดีผสมผสานกับควันธูปไม้กฤษณาอบอวลจนชวนอึดอัด บนโต๊ะกว้างแผนที่แผ่นใหญ่ของหัวเมืองภาคใต้ถูกกางออก ทับไว้ด้วยตราประทับพยัคฆ์ทองคำ
เซียวจิ่งเหยียนนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงสำริด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหว แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับกวาดมองข้อความในรายงานลับด้วยประกายคมกริบราวกริชที่พร้อมปลอมปนโลหิต
"เส้นทางขนส่งเกลือและเหล็กกล้าผ่านมณฑลเจียงหนานถูกตัดขาดโดยกลุ่มกองกำลังไร้ชื่อ แต่รอยประทับบนหีบสัมภาระกลับเป็นตราลับของสำนักคุ้มภัยตระกูลจ้าว... สุนัขรับใช้ของฉินอ๋องช่างมือเติบเสียจริง กล้าขนถ่ายศาสตราวุธนับหมื่นชิ้นข้ามเขตอำนาจทหารโดยไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าเยือกเย็นจนทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงทันตา
หลี่ชิงหรานยืนอยู่เบื้องหน้า นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวนวลทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีแดงชาด เรือนผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์ นิ้วเรียวบางดั่งลำเทียนกำลังหมุนพัดจีบกระดาษสาในมือเบาๆ ท่าทีสงบนิ่ง สง่างาม และเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งอันชอบธรรม นางปรายตามองแผนที่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ก่อนจะยกยิศยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ฉินอ๋องไม่ได้โง่เขลาถึงขนาดเปิดเผยร่องรอยให้ท่านแม่ทัพตามจับได้ง่ายดายนักหรอกเพคะ... การที่พวกมันจงใจทิ้งหลักฐานไว้เช่นนี้ ย่อมหมายความว่านี่คือ 'หมากกล' ที่วางไว้ล่อให้พวกเราก้าวลงไปติดกับ" ชิงหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราคมมีด "พวกมันต้องการให้เราเดินทางลงใต้ เพื่อดึงกำลังหลักออกจากเมืองหลวง และเปิดช่องว่างให้พวกมันสร้างความปั่นป่วนที่ราชสำนัก"
เซียวจิ่งเหยียนเงยหน้าขึ้นสบตาบอบบางคู่นั้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวต่อหน้าเหล่าแม่ทัพและขุนนางกลับอ่อนลงชั่วพริบตาเมื่อมองสตรีตรงหน้า "รู้ทั้งรู้ว่าเป็นหลุมพราง เหตุใดแววตาของเจ้าจึงไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยเล่า แม่กุนซือหลี่"
ชิงหรานก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนางโชยปะทะนาสิกของชายหนุ่ม นางโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน "เพราะหม่อมฉันรู้ว่า... แม่ทัพเซียวผู้เกรียงไกร ไม่มีทางยอมให้ผู้ใดมาพรากแผ่นดินนี้ไปจากเงื้อมมือของพระองค์ รวมถึง... ไม่มีทางยอมให้หม่อมฉันต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน"
แม้จะเป็นวาจาที่เจือไปด้วยความมั่นใจ ทว่าหัวใจของทั้งคู่กลับเต้นระรัวอยู่ในจังหวะที่แปลกประหลาด ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองอันเชี่ยวกรากนี้ ชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำสัญญาใดๆ ดั่งหินผาที่ตั้งตระหง่านท้าทายคลื่นลม
"เตรียมตัวให้พร้อม... อีกสามวันเราจะปลอมตัวเป็นพ่อค้าและภรรยาเดินทางลงใต้" เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "ข้าจะไปกระชากหน้ากากของพวกสุนัขรับใช้เหล่านั้นด้วยมือของข้าเอง"
---
สามวันต่อมา ขบวนเดินทางขนาดเล็กมุ่งหน้าสู่ดินแดนภาคใต้ภายใต้แสงแดดแผดเผา บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากความโอ่อ่าของเมืองหลวงเป็นความแห้งแล้งและทุรกันดารของหัวเมืองชายขอบ สองข้างทางเต็มไปด้วยชาวบ้านที่อพยพหนีภัยสงครามและความยากแค้น ภาพความร้าวรานเหล่านี้ทำให้ชิงหรานที่นั่งอยู่ภายในรถม้าคันโก้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเวทนา
เซียวจิ่งเหยียนในชุดพ่อค้าผ้าผู้มั่งคั่ง ควบม้าอยู่เคียงข้างรถม้า ดวงตาคมกริบกวาดมองสังเกตการณ์ความผิดปกติรอบด้านตลอดเวลา แม้ภายนอกจะดูผ่อนคลาย แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวราวกับพยัคฆ์ซุ่มรอเหยื่อ
"ท่านแม่ทัพ... ข้างหน้ามีโรงเตี๊ยม 'วสันต์คืนรัง' เป็นจุดพักม้าแห่งสุดท้ายก่อนเข้าเขตเมือง우หู (อู๋หู) เจ้าของกิจการคือพ่อค้าท้องถิ่นที่ร่ำรวยผิดปกติในช่วงครึ่งปีมานี้ ข้าเกรงว่าที่นั่นจะเป็นรังโจรกลายๆ" เสียงกระซิบขององครักษ์เงาที่แฝงตัวมาด้วยดังขึ้นจากเงาไม้
เซียวจิ่งเหยียนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณหยุดขบวน เขากระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเดินไปเลิกม่านรถม้าด้วยตนเอง มือหนายื่นออกไปรับมือเรียวบางของชิงหรานเพื่อพานางก้าวลงมาสัมผัสพื้นดิน ฝ่ามือของทั้งสองสัมผัสกันเพียงชั่วครู่ ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับถ่ายทอดความมั่นคงให้แก่กันและกันในดินแดนที่เต็มไปด้วยภยันตราย
ภายในโรงเตี๊ยมวสันต์คืนรัง อากาศค่อนข้างทึบและอับชื้น กลิ่นสุราพื้นเมืองคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายความระแวดระวังของแขกแปลกหน้าหลายคนที่นั่งล้อมวงดื่มสุราอยู่ตามมุมมืด สายตานับสิบคู่จับจ้องมาที่การปรากฏตัวของคนทั้งสองราวกับฝูงหมาป่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
เซียวจิ่งเหยียนโอบไหล่บางของชิงหรานเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแนบเนียน ทั้งคู่เลือกโต๊ะมุมในสุดที่สามารถมองเห็นทางเข้าออกได้อย่างชัดเจน เสี่ยวเอ้อร์ (เด็กเสิร์ฟ) เดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ที่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม
"คุณชายกับฮูหยิน... มาจากแดนไกลสินะขอรับ ช่วงนี้ทางข้างหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก มีโจรชุกชุม หากไม่จำเป็น ข้าว่ารีบเดินทางกลับขึ้นเหนือเสียเถอะขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์กระซิบเตือนด้วยความหวังดี หรืออาจเพราะความหวาดกลัว
ชิงหรานคลี่ยิ้มบางเบา นางรินชาลงในถ้วยดินเผาเก่าๆ ก่อนจะส่งกลิ่นพิษจางๆ ที่ลอยมากับไอน้ำร้อนเข้าสู่โสตประสาท นางเงยหน้าขึ้นสบตาเซียวจิ่งเหยียนเพียงเสี้ยววินาที ทั้งคู่ต่างรู้ทันทีว่าน้ำชานี้มิได้มีไว้ดื่มเพื่อดับกระหาย
"ขอบใจเจ้ามากสำหรับความหวังดี" เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง "แต่เมื่อเราเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว ไม่มีเหตุผลอันใดต้องหันหลังกลับกลางทาง"
ทันใดนั้น ประตูไม้บานใหญ่ของโรงเตี๊ยมก็ถูกกระชากให้เปิดออกด้วยแรงมหาศาล ลมพัดโชยกลิ่นอายสังหารเข้ามาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนในชุดนักรบสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ผู้ที่ก้าวเข้ามาเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ ถือดาบยาวเล่มโตหยดหยาดโลหิตสดๆ ไว้ในมือ ดวงตาภายใต้หน้ากากจ้องตรงมาที่โต๊ะของเซียวจิ่งเหยียนและชิงหราน
"ฮ่าๆๆ... ต้อนรับท่านแม่ทัพใหญ่เซียว และกุนซือหลี่ สู่ดินแดนใต้... แดนประหารชีวิตของพวกท่าน!" บุรุษลึกลับแผดเสียงหัวเราะก้องกังวาน พร้อมกับที่รอบด้านถูกปิดล้อมด้วยมือสังหารนับร้อยชีวิตในพริบตา
เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งนิ่งสงบ ดึงกระบี่ประจำกายออกจากฝักด้วยเสียงกรีดร้องของโลหะที่บาดใจ ชิงหรานเองก็มิได้หวาดกลัว นางหยิบปิ่นหยกออกจากมวยผม ปลดปล่อยเส้นผมสีดำสยายลงคลอเคลียไหล่
ทว่า ในวินาทีที่คมดาบแรกกำลังจะพุ่งเข้าประชิดตัว หัวหน้ามือสังหารกลับโยนวัตถุบางอย่างกลิ้งหล่นลงมาบนโต๊ะน้ำชาของทั้งสอง สิ่งนั้นคือป้ายคำสั่งประจำพระองค์ของ... องค์ชายสามฉินอ๋อง พร้อมกับคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทของสายลับฝ่ายเราที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์นี้ไปกับนักเล่าประวัติศาสตร์นะครับ
แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง•ตอนที่ 13
เดินทางสู่ดินแดนใต้
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!