แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง•ตอนที่ 5

เงาจันทร์ทาบเงากริช

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
ร่างของพยานปากเอกคดีเงาพยัคฆ์ที่ห้อยหัวอยู่เบื้องหน้าประตูเมือง ยังคงสร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ในใจของผู้คน แต่สำหรับจวนแม่ทัพใหญ่ในยามรัตติกาลนี้ ความเงียบงันกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ายามออกศึก หลี่ชิงหรานซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นลายมังกรจำหลักในห้องตำรา แสงจากโคมกระดาษทาน้ำมันส่องกระทบใบหน้างดงามที่ซีดเซียวลงเล็กน้อย นางกำลังพิจารณาราชโองการลับฉบับใหม่ที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ ลายมือหวัดๆ บนผืนผ้าแพรสีเหลืองทองนั้นชี้ชัดว่า มีคนในราชสำนักต้องการยืมมือฮ่องเต้ปลิดชีพแม่ทัพเซียวจิ่งเหยียนโดยใช้ข้อหาสมคบคิดกับกบฏเป็นข้ออ้าง กริ๊บ... เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวจากมุมมืดของหน้าต่างกระดาษสา ทำให้สติของยอดกุนซือหญิงกลับมาจดจ่อกับปัจจุบันในเสี้ยววินาที ชิงหรานไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้อง นางหยิบพู่กันด้ามยาวที่จุ่มหมึกดำสนิทไว้พร้อมเงื้อมือขึ้นเตรียมรับมือ ทว่าก่อนที่ปลายขนพู่กันจะทันได้กระแทกใส่ผู้บุกรุก ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับกลืนไปกับความมืดก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับมือหนาข้างหนึ่งที่เอื้อมมาปิดปากนางแน่นสนิท แนบชิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลม "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำทุบกระชับข้างใบหู เยือกเย็นและเด็ดขาดจนคุ้นเคย เซียวจิ่งเหยียนนั่นเอง นอกหน้าต่าง เงาดำนับสิบสายเคลื่อนไหววับๆ แวมๆ บนหลังคากระเบื้องเคลือบ เสียงฝีเท้าเบาราวกับแมวป่าแต่เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระทบเข้ากับคมกริชสีเงินยวดยิ่งที่สะท้อนวาววับ เงาจันทร์ทาบทับลงบนคมกริช ทาบเฉียดใบหน้าของหลี่ชิงหรานไปเพียงไม่ถึงคืบ เซียวจิ่งเหยียนดึงร่างบางเข้ามาซ่อนไว้เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของตนอย่างแนบเนียน มืออีกข้างชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงเหล็กเสียบสีกับหนังดัง *กริ๊ง* เบาหวิวแต่ทรงพลังอำนาจ ดวงตาคมกราบดั่งเหยี่ยวในความมืดกวาดมองไปรอบห้องอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันของผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ฉับพลัน! หน้าต่างกระดาษสาก็ถูกกระชากขาดวิ่นด้วยปลายดาบ คมกริชพุ่งทะยานเข้ามาหมายปลิดชีพจากมุมมืดอย่างไร้เสียง เซียวจิ่งเหยียนไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขากวัดแกว่งกระบี่ต้านรับการจู่โจมด้วยกระบวนท่าที่รวดเร็วและดุดัน ประกายไฟจากการปะทะกันของคมดาบสว่างวาบขึ้นในความมืดขับเน้นใบหน้าคมคายที่ไร้ความปรานีของท่านแม่ทัพ เลือดสดๆ หยดหนึ่งกระเด็นมาโดนพวงแก้มเนียนของหลี่ชิงหราน นางยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเขา สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังแกร่งที่กำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง ปราการน้ำแข็งในใจที่นางสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตนเองจากการเมืองในราชสำนักเริ่มสั่นคลอน รอยร้าวเล็กๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางเสียงหอบหายใจและกลิ่นอายความตายที่รายล้อม นักฆ่าสามคนล้มลงแทบเท้าในเวลาไม่ถึงชั่วยกธูปหมดดอก เซียวจิ่งเหยียนเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็ว เขากลับหันมาประจันหน้ากับหลี่ชิงหราน สายตาที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้มีความห่วงใยเจืออยู่ลึกๆ อย่างที่สตรีใดไม่เคยได้เห็น "เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่ายามปกติเล็กน้อย ทว่ายังคงความเข้มข้นในแบบบุรุษผู้กุมอำนาจ "หม่อมฉัน... มิเป็นไรเพคะ ท่านแม่ทัพทรง..." ชิงหรานชะงักคำพูดเมื่อสังเกตเห็นรอยแผลยาวที่ต้นแขนซ้ายของเซียวจิ่งเหยียน เลือดสีเข้มกำลังซึมผ่านผ้าแพรสีเข้มออกมา ก่อนที่หลี่ชิงหรานจะได้เอ่ยปากทักท้วง ประตูห้องตำราก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวขององครักษ์ประจำตัวที่คุกเข่าลงด้วยท่าทางตื่นตระหนก "เรียนท่านแม่ทัพ... ทหารยามที่หน้าประตูใหญ่เพิ่งแจ้งข่าวเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ... ว่า... ว่า..." องครักษ์อึดอัดใจที่จะเอ่ย เซียวจิ่งเหยียนขมวดคิ้วมุ่น "มีอะไรก็ว่ามา อย่าอึกอัก!" "ราชรถจากตำหนักฉินอ๋อง... กำลังเคลื่อนมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ และองค์ชายสามทรงมีรับสั่งให้เชิญท่านแม่ทัพกับคุณหนูหลี่ ไปเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามวิกาลนี้" หลี่ชิงหรานหันกลับไปมองราชโองการลับบนโต๊ะที่ยังคงเปิดค้างไว้ แล้วสบตากับเซียวจิ่งเหยียน เงากริชเมื่อครู่ยังคงสะท้อนอยู่ในดวงตาของทั้งคู่ ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%