“ถ้าโปรเจกต์นี้คือผลงานที่ดีที่สุดที่คุณทำได้ ผมคงต้องทบทวนใหม่ว่าบริษัทเรากำลังจ้างสถาปนิกหรือจ้างคนวาดภาพประกอบนิทานเด็กกันแน่”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ เขาโยนแบบร่างที่ถูกทำเครื่องหมายด้วยปากกาแดงเป็นปื้นลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษปะทะพื้นผิวเย็นเยียบนั้นฟังดูบาดหูพอๆ กับคำวิจารณ์ของเขา
พิมพ์มาดานิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที เธอไม่หลบสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งมาดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ แทนที่จะแสดงอาการประหม่าเหมือนพนักงานคนอื่นที่เคยถูกเขาเฉดหัวไล่ สถาปนิกสาวกลับหยิบแบบร่างขึ้นมาหมุนกลับด้านให้เข้าทางตัวเอง ก่อนจะยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความท้าทาย
“นิทานเด็กเหรอครับคุณธันวา?” เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบคม “ถ้าคุณมองว่าฟังก์ชันที่ช่วยลดความร้อนของตัวอาคารโดยใช้หลักการไหลเวียนลมธรรมชาติเป็นแค่นิทาน ผมก็เริ่มสงสัยแล้วว่ามาตรฐานความเย็นชาของคุณมันสูงกว่ามาตรฐานความเป็นจริงไปมากแค่ไหน”
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสีเข้มที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้ลมพัดเริ่มไหวระริก “ผมจ้างคุณมาเพื่อทำกำไรและออกแบบในสิ่งที่ขายได้ ไม่ใช่มานั่งฟังสอนเรื่องหลักฟิสิกส์เบื้องต้น”
“คนที่ไม่เข้าใจฟิสิกส์พื้นฐาน มักจะมองไม่เห็นความคุ้มค่าในระยะยาวครับ” พิมพ์มาดาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือเรียวบางกดลงบนแบบร่างนั้น “โครงการนี้ไม่ใช่แค่การสร้างตึกให้ดูหรูหรา แต่มันคือการสร้างมูลค่าเพิ่มที่คู่แข่งไม่มีวันเลียนแบบได้ ถ้าคุณตาถึงพอจะมองออกว่าเส้นสายพวกนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของเมืองได้ยังไง คุณคงไม่พูดคำเมื่อกี้ออกมา”
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหยุดหายใจ เลขาหน้าห้องที่ยืนแอบฟังอยู่ถึงกับกลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึก ไม่มีใครเคยกล้าต่อปากต่อคำกับธันวาในระยะประชิดขนาดนี้มาก่อน
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงศอก กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นสะอาดสไตล์มินิมอลของพิมพ์มาดาเริ่มรบกวนสมาธิที่เขาสั่งสมมาอย่างดีตลอดทั้งเช้า “ความมั่นใจเกินร้อยแบบนี้แหละที่ทำเอาสถาปนิกเก่งๆ หลายคนตกม้าตายมานักต่อนัก คุณกำลังเล่นเกมที่ถ้าพลาดนิดเดียว คุณก็แค่ต้องหอบกระเป๋าออกไปจากที่นี่ตลอดกาล”
“ความมั่นใจคือเครื่องมือของคนทำงานครับคุณธันวา” พิมพ์มาดาตอบสวนทันควันโดยไม่เว้นจังหวะหายใจ “ส่วนความเย็นชาเกินเหตุ... มันคือเครื่องมือของคนที่กลัวความพ่ายแพ้จนไม่กล้าลองอะไรใหม่ๆ หรือเปล่าครับ?”
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาถึงกับชะงัก ร่างสูงใหญ่ที่เคยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายกลับยืดตัวตรงทันที สายตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขากำลังถูก ‘รุก’ จนมุมโดยผู้หญิงตรงหน้า
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ลุกขึ้นก้าวฉับๆ เข้ามาหาจนพิมพ์มาดาต้องถอยกรูดไปชนกับโต๊ะทำงานด้านหลัง ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ ทำให้พิมพ์มาดาได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขา—กลิ่นยาสูบอ่อนๆ ผสมกับความเย็นเยือกที่น่าดึงดูดใจอย่างประหลาด
“งั้นลองดูว่าผมจะ ‘กล้า’ มากแค่ไหน” ธันวาพูดเสียงต่ำชิดใบหูของเธอ มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัว “ถ้าภายในสัปดาห์หน้า คุณทำให้บอร์ดบริหารเห็นมูลค่าที่ว่านั่นไม่ได้... คุณต้องยอมรับเงื่อนไขของผม”
“เงื่อนไขอะไรครับ?” พิมพ์มาดาถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงกดดันทางเคมีที่พุ่งสูงขึ้น
ธันวาคลี่ยิ้มจางๆ ยิ้มที่ดูอันตรายและเร่าร้อนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น “เงื่อนไขที่ว่า... คุณจะไม่มีวันได้ออกแบบโปรเจกต์ไหนในบริษัทนี้อีกตลอดชีวิต แต่ต้องมาเป็นเงาตามตัวผม เพื่อเรียนรู้วิธีทำธุรกิจที่ ‘จริงจัง’ กว่านิทานเด็กที่คุณวาด”
เขายังไม่ทันได้ชักมือกลับ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงส้นสูงกระแทกพื้นดังชัดเจน ตามด้วยเสียงเรียกที่ทำให้บรรยากาศอันตรึงเครียดเปลี่ยนไปทันที
“ธันวาคะ! คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!”
ร่างระหงของ ‘รินดา’ คู่หมั้นที่ทางบ้านจัดสรรไว้ให้ ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มหวานหยด ทว่าสายตาของเธอกลับตวัดมองพิมพ์มาดาที่ยังติดอยู่ในวงแขนของธันวาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด
ธันวาผละตัวออกจากพิมพ์มาดาอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งอีกครั้งราวกับสับสวิตช์
“คุณมีธุระอะไรครับรินดา?” ธันวาถามโดยไม่หันไปมองคู่หมั้นสายตาของเขายังคงจ้องจับไปที่พิมพ์มาดาที่กำลังจัดระเบียบปกเสื้อตัวเองด้วยความประหม่า
รินดาเดินเข้ามาควงแขนเขาอย่างถือสิทธิ์ พลางปรายตามองแบบแปลนบนโต๊ะ “ก็เห็นว่าคุณหมกมุ่นกับโปรเจกต์ใหม่จนลืมทานข้าวเที่ยง เลยว่าจะมาชวน... แต่อย่างว่านะคะ ของเล่นใหม่ๆ มักจะน่าสนใจกว่าคู่หมั้นเสมอ”
พิมพ์มาดามองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มในใจ เธอคว้าแบบแปลนของตัวเองขึ้นมาม้วนเก็บอย่างรวดเร็ว “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นผมขอตัวไปทำงานต่อดีกว่าครับ... คนมีความมั่นใจเขาไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปกับเรื่องไร้สาระหรอกครับ”
เธอก้าวเดินผ่านคนทั้งคู่ไปโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ แต่ก่อนที่มือจะสัมผัสลูกบิดประตู ธันวาก็ทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายขึ้นมา
“อ้อ... พิมพ์มาดา” เขาร้องเรียก เธอหยุดชะงัก “พรุ่งนี้เช้า ผมจะเข้าไปดูหน้างานที่ไซต์งานด้วยตัวเอง หวังว่าคุณจะเตรียมตัว ‘สอน’ ผมเรื่องความคุ้มค่าที่คุณคุยนักคุยหนาไว้ให้ดีๆ นะครับ”
รินดาสีหน้าเปลี่ยนสีทันที ส่วนพิมพ์มาดานิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มเย็นให้ธันวา
“ยินดีครับ... แล้วพรุ่งนี้ผมจะทำให้คุณตาสว่างจนลืมไม่ลงเลยครับ”
ท่ามกลางสายตาที่ร้อนระอุของทั้งสามคน ประตูห้องประชุมถูกปิดลงพร้อมกับความสัมพันธ์ที่นับจากนี้ไปจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะถูกใจและทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่นะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดใจนายเย็นชา•ตอนที่ 2
ปากดีไม่มีใครเกิน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดใจนายเย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
