“แก้ใหม่ทั้งหมดครับ”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาไม่ได้ดังกว่าปกติ แต่มันกลับก้องสะท้อนไปทั่วห้องทำงานสีเทาเข้มจนทำให้บรรยากาศที่เงียบเชียบอยู่แล้วดูตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น เขาโยนแฟ้มผลงานโปรเจกต์รีสอร์ตหรูลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ แรงกระแทกของมันฟังดูหนักแน่นและดุดันราวกับคำสั่งประหารชีวิตผลงานที่พิมพ์มาดาทุ่มเทเขียนมาตลอดทั้งสัปดาห์
พิมพ์มาดาแทบจะพ่นลมหายใจออกมาเป็นไฟ เธอจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยราวกับรูปปั้นหินของคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “แก้ใหม่? คุณธันวาคะ... ขอโทษนะคะ แต่แบบที่ดิฉันส่งไป มันตรงตามบรีฟทุกข้อที่คุณเคยพูดไว้ตอนประชุมเมื่อวันอังคาร ถ้าคุณจะสั่งแก้เพราะ ‘ไม่ชอบใจ’ โดยไม่มีเหตุผลรองรับ ดิฉันว่าเรากำลังเสียเวลาทั้งคู่นะครับ”
เธอย้ำคำว่า ‘ครับ’ ใส่หน้าเขาด้วยน้ำเสียงประชดประชันพอดีๆ ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยุดลงที่แววตาที่เต็มไปด้วยความพยศของสถาปนิกสาว
“เหตุผลคือมันไม่มีวิญญาณ” ธันวาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง เขากอดอกแน่น สายตาไม่หลบแม้แต่วินาทีเดียว “งานของคุณมันเป๊ะ แต่มันแห้งแล้ง ผมจ้างคุณมาออกแบบรีสอร์ตระดับห้าดาว ไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม ถ้าคุณทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่ผมต้องการ ก็บอกมาคำเดียว ผมจะได้หาคนใหม่”
พิมพ์มาดากำหมัดแน่นภายใต้โต๊ะทำงาน ความรู้สึกเดือดพล่านแล่นผ่านปลายนิ้ว หากเป็นคนอื่น เธอคงวางปากกาแล้วเดินออกไปตั้งนานแล้ว แต่โปรเจกต์นี้คือความฝันของเธอ เธอจะยอมแพ้ให้แก่ความเผด็จการของเจ้าของโครงการคนนี้ไม่ได้
“มาตรฐานของคุณคือการเปลี่ยนดีไซน์ไปมาตามอารมณ์หรือครับ?” พิมพ์มาดาย้อนถาม เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่ถึงฟุต “ถ้าคุณอยากได้งานที่ ‘มีวิญญาณ’ อย่างที่ปากว่า ก็ช่วยกรุณาให้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่า ‘ผมไม่รู้สึก’ หน่อยได้ไหมครับ”
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่ต่างกันทำให้พิมพ์มาดาต้องแหงนหน้ามองเขาโดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แต่เธอรีบสะกดกลั้นอารมณ์นั้นไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชาไม่แพ้กัน
“อยากได้ความชัดเจนใช่ไหม?” ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ “งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณต้องมานั่งทำงานที่นี่... ในห้องทำงานผมนี่แหละ ทุกอย่างที่คุณแก้ ผมต้องเห็นสดๆ เดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้!”
“คุณว่าไงนะ?” พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง “นี่คุณจะบังคับให้ฉันขังตัวเองอยู่ในออฟฟิศคุณเพื่อแก้แบบเนี่ยนะ? คุณใช้อำนาจอะไรมาตัดสินว่าฉันไม่มีวินัยพอจะทำงานจากที่อื่น!”
“อำนาจของคนที่จ่ายเงินเดือนคุณไงครับ” ธันวาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเหมือนจะหยันแต่กลับมีความเร่าร้อนแฝงอยู่เบื้องหลังดวงตา “เลือกเอา... จะหอบข้าวของมานั่งทำงานที่นี่ หรือจะฉีกสัญญาแล้วเก็บของออกไปตั้งแต่วินาทีนี้เลย”
พิมพ์มาดาสบตาเขานิ่ง เธอเห็นความท้าทายในดวงตานั้น มันคือการเดิมพันที่เขาวางไว้ และเธอ... ก็ไม่ใช่คนที่ชอบถอยหลังให้ใคร
“ได้ครับ” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน “ถ้าคุณอยากเห็นวิญญาณในงานนัก ก็เตรียมตัวรับมือกับความ ‘ดื้อด้าน’ ของฉันไว้ให้ดีแล้วกัน เพราะฉันจะทำให้งานนี้ออกมาจนคุณหาที่ติไม่ได้เลยล่ะ”
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะพอใจกับคำตอบนี้มาก เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างๆ เธอ ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูจนขนอ่อนที่คอของเธอตั้งชัน “ผมชอบความมั่นใจของคุณนะ หวังว่าคืนนี้... คุณจะมั่นใจได้แบบนี้ตลอดจนกว่างานจะเสร็จ”
พิมพ์มาดาชะงัก เธอพยายามจะถอยหนี แต่ทว่ามือหนากลับคว้าเก้าอี้ตัวข้างๆ มาวางไว้ใกล้กับโต๊ะของเขาเสียก่อน เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขากำลังจะเริ่มต้น ‘การควบคุม’ ของเขาตั้งแต่นาทีนี้
ขณะที่พิมพ์มาดากำลังจะเปิดปากโต้ตอบ เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูบานหรูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคนข้างใน
“ธันวา พี่ว่าเรื่องดีไซน์ล็อบบี้...”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่คุ้นหูทำให้พิมพ์มาดาต้องหันไปมอง พร้อมกับที่ธันวาชะงักค้างไปทันที หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาคือ ‘รินรดา’ คู่หมั้นที่ใครต่อใครในวงการต่างรู้ดีว่าเธอคือคนที่ธันวาต้องแต่งงานด้วยในเร็ววันนี้
รินรดาหยุดกึกเมื่อเห็นภาพบรรยากาศที่ดูสนิทสนมเกินควรระหว่างธันวากับผู้หญิงแปลกหน้าในห้องทำงานส่วนตัว สายตาของเธอไล่มองพิมพ์มาดาด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรนักให้ธันวา
“ดูเหมือนว่าคุณกำลังยุ่งอยู่กับพนักงานคนใหม่สินะคะ?” รินรดาถามพลางเดินเชิดหน้าเข้ามาใกล้ธันวา “แล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมานั่งอยู่ในห้องทำงานของคุณได้ล่ะคะ ธันวา?”
ธันวานิ่งเงียบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่คาดเดาไม่ได้ เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับเหลือบมามองพิมพ์มาดาที่ยืนอึ้งอยู่ตรงกลางความขัดแย้งที่เธอไม่ต้องการจะมีส่วนร่วมแม้แต่น้อย
พิมพ์มาดารู้สึกได้ทันทีว่าเกมนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะถูกใจและทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่นะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดใจนายเย็นชา•ตอนที่ 3
บังคับให้อยู่ในโอวาท
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดใจนายเย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
