เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 4

คนรู้จักที่ดูคุ้นตา

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันเบา ๆ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเคลียในห้องโถงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับไม่ได้รื่นรมย์อย่างที่ควรจะเป็นสำหรับคินน์ ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีปักหมุดความน่าเกรงขามไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยและดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยว เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศ ในงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทคู่แข่งที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ ‘Aethelgard Group’ ชื่อที่เพิ่งก้าวขึ้นมาทาบรัศมีอาณาจักรธุรกิจของเขาในเวลาเพียงไม่ถึงปี "ได้ข่าวว่าประธานบริหารคนใหม่ของทางนั้น เป็นสุภาพสตรีที่ทั้งสวยและเฉียบขาดมากทีเดียวครับคุณคินน์... น่าเสียดายที่เรายังไม่มีโอกาสได้ยลโฉม" เสียงของนักลงทุนคนหนึ่งเอ่ยกระซิบเบา ๆ พรางปรายตามองไปยังบันไดวนเบื้องบน คินน์ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคู่คมเพียงแค่กวาดมองผ่านฝูงชนด้วยความเบื่อหน่าย เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน—ภาพของเด็กชายตัวน้อยคนนั้น... เด็กที่มีดวงตาคู่โตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน ภาพนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดจนสร้างความปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความรู้สึกที่เหมือนหัวใจกำลังถูกควักออกแล้วแทนที่ด้วยก้อนหินหนักอึ้ง *เด็กคนนั้น...* ความคิดสะดุดลงเมื่อแสงไฟในห้องโถงหรี่ลงครึ่งหนึ่ง เสียงปรบมือเกรียวกราวเริ่มดังขึ้นจากทิศทางของบันไดวนชั้นสอง คินน์เงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ร่างสูงสง่าในชุดราตรีเข้ารูปสีเทาเข้มปักเลื่อมระยิบระยับกำลังก้าวลงมาทีละขั้นอย่างมั่นคง เรือนร่างอรชรที่เคยอยู่ในความทรงจำอันเลือนรางบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนและอำนาจที่แผ่ออกมาสะกดทุกสายตา ลมหายใจของคินน์สะดุดกึกในลำคอ ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ใบหน้านั้น... แม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตและมีความมั่นใจที่ฉาบอยู่บนรอยยิ้มเยือกเย็น แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้น เขาย่อมไม่มีวันลืม... รินรดา! อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่าในบ้านหลังใหญ่ อดีตผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาในวันที่เธอหอบเสื้อผ้าออกจากบ้านไปอย่างไร้เยื่อใย แต่วันนี้ รินรดาไม่ได้มีสภาพน่าเวทนาเช่นในอดีตอีกต่อไป เธอยืนอยู่ตรงนั้น ในฐานะ ‘ประธานบริหาร’ ผู้ทรงอิทธิพลของ Aethelgard Group เคียงข้างกับชายหนุ่มร่างสูงรูปร่างสมส่วนที่คอยประคองข้อศอกเธออย่างสนิทสนม—กวิน เพื่อนสนิทที่เคยหายตัวไปพร้อม ๆ กับเธอ "ขอต้อนรับทุกท่านอย่างเป็นทางการเข้าสู่ค่ำคืนแห่งการเริ่มต้นใหม่ของ Aethelgard ค่ะ" น้ำเสียงหวานใสกังวานแต่ราบเรียบเย็นชาดังผ่านไมโครโฟน รินรดากวาดสายตามองฝูงชนเบื้องล่างด้วยความมั่นใจ ก่อนที่ดวงตาคู่คมกริบคู่นั้นจะปะทะเข้ากับร่างสูงของใครบางคนที่ยืนอยู่แถวหน้า... ดวงตาทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางผู้คนนับร้อย ความเงียบงันราวกับถูกดูดกลืนไปชั่วขณะ รินรดาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนริมฝีปากอิบอิ่มไม่ได้จางหาย แต่กลับคลี่กว้างขึ้นอย่างมีความหมาย เป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเต็มไปด้วยความสะใจลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ ส่วนคินน์... หัวใจของเขาราวกับหยุดเต้น มือหนาที่ถือแก้วไวน์เผลอบีบแน่นจนข้อกระดูกขึ้นสีขาวซีด ความรู้สึกร้อนรุ่มตีตื้นขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก ภาพผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำและผลักไส บัดนี้กลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่เขาต้องแหงนคอมอง ทันทีที่กล่าวต้อนรับเสร็จสิ้น เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการที่แขกเหรื่อเริ่มเดินเข้าหาเพื่อทักทายเจ้าภาพป้ายแดง รินรดาไม่ได้หลบสายตา เธอวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกร ก่อนจะก้าวเดินผ่านกลุ่มนักธุรกิจตรงมายังทิศทางที่คินน์ยืนอยู่ โดยมีกวินเดินตามประกบไม่ห่าง "ยินดีด้วยนะคุณรินรดา ไม่คิดเลยว่าบริษัทคู่แข่งที่เรากำลังพูดถึง จะเป็นคุณ..." เสียงทุ้มต่ำของนักธุรกิจรุ่นใหญ่คนหนึ่งเอ่ยทักทายขึ้นก่อน แต่รินรดาเพียงแค่หันไปยิ้มรับด้วยมารยาทอัน The Best ก่อนจะหยุดยืนเผชิญหน้ากับคินน์ในระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ลอยเข้าแตะจมูกคินน์ มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่เคยคุ้นเคยในอดีต แต่บัดนี้กลับทรงพลังและเย้ายวนใจเสียจนเขาแทบควบคุมสติไม่อยู่ "ดูเหมือนคุณคินน์จะประหลาดใจมากนะคะ ที่ได้เห็นดิฉันมายืนอยู่ตรงจุดนี้" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คมคายและเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกหน I สันหลังวาบ "ริน..." คินน์เค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอแหบผากราวกับถูกกรวดทรายขูดขีด คำพูดนับร้อยที่เคยซ้อมไว้ในหัวยามค่ำคืน ยามที่เขาต้องทนทรมานอยู่กับความว่างเปล่าในคฤหาสน์หลังใหญ่ กลับมลายหายสิ้นเมื่อได้สบตาคู่2ที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวนี้ "เรียกซะสนิทสนมเลยนะคะคุณคินน์" รินรดาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เราไม่ได้มีสถานะอะไรที่จะต้องเรียกกันแบบนั้นมานานแล้วค่ะ ดิฉันจำได้ว่าคุณเป็นคนย้ำเตือนเรื่องนี้ด้วยตัวเองซะด้วยซ้ำ" กวินที่ยืนอยู่ข้างกาย ส่งสายตาคมกริบมองคินน์ด้วยความเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง มือหนาของกวินเอื้อมขึ้นโอบรอบเอวคอดของหญิงสาวอย่างสนิทสนม เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของที่ทำเอาคินน์รู้สึกเหมือนมีไฟแผดเผาอยู่ในอก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวและหึงหวงที่พุ่งพล่าน "ริน... เรามีเรื่องต้องคุยกัน" คินน์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองมือของกวินที่วางอยู่บนเอวของภรรยาเก่าด้วยความรู้สึกที่แทบอยากจะกระชากอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง "ดิฉันเกรงว่าเราคงไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันเป็นส่วนตัวหรอกค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยฉายแววดูแคลนอย่างเปิดเผย "ถ้าคุณคินน์มาในฐานะแขกของงาน ดิฉันในฐานะเจ้าภาพก็ยินดีต้อนรับตามมารยาททางธุรกิจ... แต่ถ้าคุณคิดจะมาพูดเรื่องไร้สาระในอดีตล่ะก็ เชิญเดินออกไปทางประตูนั้นได้เลยค่ะ เพราะที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้คนแพ้มายืนเพ้อเจ้อ" คำพูดที่เชือดเฉือนราวกับคมมีดกรีดลงบนกลางใจ ทำให้คินน์หน้าชาวาบ เขายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม มองหญิงสาวที่เคยอ่อนแอและร้องไห้อ้อนวอนเขาในอดีต บัดนี้กลับกล in เป็นนางพญาผู้เย่อหยิ่งที่ไม่หลงเหลือเยื่อใยให้เขาแม้แต่น้อย ทว่า ก่อนที่คินน์จะได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาเพื่อรั้งร่างบางไว้ เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด "แม่ครับ! คุณน้ากวินครับ! น้องปาล์มง่วงนอนแล้วครับ..." รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด เธอก้มตัวลงยิ้มกว้างให้กับเด็กชายวัยสามขวบเศษที่วิ่งเข้ามาซบชายกระโปรงของเธอ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นของเด็กน้อยคนนั้น... ช่างถอดแบบมาจากคินน์อย่างไร้ที่ติ คินน์หันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่เรียกหญิงสาวว่า "แม่" ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อก้มลงมองใบหน้านั้นชัด ๆ สมองก็ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ *สามขวบ...* ช่วงเวลาที่รินรดาท้อง มันคือช่วงเวลาเดียวกับวันที่เธอหอบเสื้อผ้าหนีหายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย! "เด็กคนนี้..." คินน์พึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะต้องไหล่เล็ก ๆ ของเด็กชาย แต่ทว่า... รินรดากลับขยับตัวบังร่างลูกชายไว้มิดชิด เธอช้อนสายตาขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาคินน์รู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น "อย่ามาแตะต้องลูกของดิฉัน... และจำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะคะคุณคินน์ ว่าเด็กคนนี้ 'ไม่มีพ่อ' และไม่มีทางมีพ่อสารเลวอย่างคุณเด็ดขาด!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - ละอองดาวเดือนเก้า -
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%