เสียงคลิקבัตรพลาสติกกระทบกับช่องอ่านสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่รินรดาเฝ้ารอมาตลอดหลายเดือน แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดแอลอีดีบนเพดานสำนักงานใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์การลงทุนชั้นนำ สะท้อนลงบนเรือนผมสีดำสนิทที่ถูกรวบตึงไว้อย่างประณีต ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นให้ร่างบางที่เคยดูเปราะบางดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลมในอดีต กลับแลดูสง่างาม เยือกเย็น และทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"ยินดีต้อนรับสู่ทีมวิเคราะห์กลยุทธ์ค่ะคุณรินรดา หวังว่ารายงานชิ้นแรกบนโต๊ะของคุณจะทำให้บอร์ดบริหารของเราประทับใจนะคะ"
หัวหน้าแผนกสาวใหญ่ส่งยิ้มให้ด้วยความชื่นชม รินรดาก้มศีรษะรับเล็กน้อยอย่างนอบน้อมแต่ทว่ามั่นคง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูฉายแววคมกริบ เธอไม่ได้เป็นรินรดาผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่นั่งรอคอยความรักเศษleFจากสามีในคฤหาสน์หลังใหญ่หลังเดิมอีกต่อไปแล้ว บนโต๊ะทำงานตัวใหม่นี้ เธอกำลังจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เถ้าถ่านที่เคยถูกเหยียบย่ำ สามารถลุกโชนขึ้นมาแผดเผาทุกคนที่เคยดูถูกได้อย่างสาสมเช่นกัน
นิ้วเรียวสวยภายใต้เล็บที่ตกแต่งอย่างเรียบร้อยจรดลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ตัวเลขและกราฟฟิกทางการเงินนับร้อยถูกประมวลผลผ่านสมองอันปราดเปรื่องของเธออย่างไร้ที่ติ ทุกตัวเลขคืออาวุธ ทุกข้อมูลคืออำนาจ และเธอกำลังใช้มันสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาทีละน้อย โดยมีกวิน เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อผู้คอยยืนหยัดเป็นเกราะกำบังและสนับสนุนเธออยู่เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบเสมอมา
"กาแฟอุ่นๆ สักแก้วไหมครับคนเก่ง ดูท่าทางคุณจะจมอยู่กับกองงบดุลของบริษัทเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์เจ้านั้นจนลืมหายใจแล้วมั้ง"
เสียงทุ้มนุ่มนวลพร้อมกับแก้วเซรามิกที่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานเรียกสติของรินรดาให้หลุดจากภวังค์ เธอนเงยหน้าขึ้นสบตากับกวิน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเป็นกันเอง มีเพียงผู้ชายคนนี้คนเดียวที่ได้เห็นรอยยิ้มแท้จริงของเธอในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของชีวิต
"ขอบคุณค่ะกวิน คุณนี่รู้ใจฉันตลอดเลย ช่วงนี้บริษัทอสังหาฯ เจ้านั้นกำลังมีปัญหาเรื่องโครงสร้างหนี้สินระยะสั้น ฉันเลยต้องเช็คตัวเลขให้ละเอียดเป็นพิเศษ เพราะถ้าพลาดไปแม้แต่นิดเดียว อาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตลงทุนหลักของเราได้ค่ะ" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด
กวินดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความอาทรและประกายความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน "คุณหักโหมเกินไปแล้วนะริน ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ คุณทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงาน จนแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย... อย่าลืมว่าคุณไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ มีฉันคอยซัพพอร์ตคุณอยู่เสมอ"
รินรดานิ่งงงไปชั่วขณะ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เปี่ยมล้นจากผู้ชายตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาจากพิษรักในอดีตเริ่มมีความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาทีละน้อย เธอยื่นมือไปแตะแขนของเขาเบาๆ เป็นการขอบคุณในความหวังดี "ฉันรู้ค่ะกวิน... ขอบคุณจริงๆ ที่ไม่เคยทิ้งฉันไปไหนเลย"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง สายตากลับเหลือบไปเห็นรายงานข่าวหน้าหนึ่งบนหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะ พาดหัวข่าวตัวโตระบุชื่อของกลุ่มบริษัท 'คินน์โฮลดิ้งส์' ธุรกิจยักษ์ใหญ่ภายใต้การนำของคินน์ อดีตสามีผู้เย็นชาและไร้หัวใจ กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ หลังจากคู่ค้าทางธุรกิจรายใหญ่ถอนทุนกะทันหัน และข่าวลือหนาหูว่าเขากกำลังตามหาตัวอדיตรภรรยาเก่าอย่างพลิกแผ่นดินเพื่อเซ็นเอกสารบางอย่างที่อาจชี้ชะตาอาณาจักรของเขา
รันรดาแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่สวยฉายแววสะใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม
*กรรมตามสนองเร็วเสียจริงนะคะคุณคินน์... สิ่งที่คุณทำกับฉันไว้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น*
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของคินน์ เขากำลังยืนมองตึกระฟ้าใจกลางเมืองผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรู ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยับย่นแห่งความเครียดและความเหนื่อยล้า แก้ววิสกี้ในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าเรียบเฉยและแววตาดำมืดไร้เยื่อใยของรินรดาในวันที่เธอเดินจากไปอย่างไร้คำลา
เขาเคยคิดว่าเธอเป็นของตาย... เป็นผู้หญิงไร้ค่าที่เขาจะเขี่ยทิ้งหรือหยิบจับมาทำร้ายจิตใจอย่างไรก็ได้ แต่ทว่า นับตั้งแต่ไม่มีเธออยู่เคียงข้าง อาณาจักรที่เขาสร้างมากับมือกลับเริ่มสั่นคลอน ราวกับว่าดวงใจและโชคลาภของเขาได้ถูกพรากติดตัวอดีตภรรยาคนนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว
"คุณคินน์ครับ... เราเช็คพิกัดล่าสุดของคุณรินรดาได้แล้วครับ" เสียงทุ้มของเลขาคนสนิทเอ่ยรายงานด้วยความระมัดระวัง พร้อมกับวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงาน
คินน์หันขวับมาทันที ดวงตาสคมกุกวาวด้วยความหวังระคนร้อนรน เขาคว้าซองเอกสารขึ้นมาเปิดออกอย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงหล่นลงมาบนพื้นพรมราคาแพง
ภาพนั้นไม่ใช่ภาพของรินรดาที่ทำงานอยู่ในบริษัทหลักทรัพย์อย่างโดดเดี่ยว... แต่เป็นภาพที่เธอกำลังยืนยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุขเคียงข้างกับกวิน ชายหนุ่มที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญของเขา และที่สำคัญที่สุด... ข้างกายของเขาทั้งสองคน มีร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณสามขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่รอมๆ ใบหน้าจิမ်းลิ้มนั้นถอดแบบพิมพ์เดียวกับคินน์ราวกับแกะ!
ดวงตาของคินน์เบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ชาวาบไปทั้งตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*เด็กคนนั้น...*
ละอองดาวเดือนเก้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 3
ชีวิตใหม่ในเงาจันทร์
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!