เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 2

ในวันที่ฝนตกหนัก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“นั่นมันอะไร... รินรดา! หยุดเดี๋ยวนี้! นี่มันลูกใคร!” เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงโทสะและ... ความตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด รินรดาชะงักฝีเท้า ปลายนิ้วเรียวที่กำลังกุมสายสะพายกระเป๋าเดินทางหนังแท้ราคาแพงกระชับแน่นขึ้น ร่างระหงในชุดโค้ทสีเทาเข้มค่อยๆ หมุนกลับมาเผชิญหน้ากับสามีทางนิตินัย—ผู้ชายที่เธอเคยทุ่มเททั้งชีวิตและหัวใจให้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาดุจน้ำแข็ง สายฝนด้านนอกกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์หลังงาม เสียงฟ้าคำรามครั่นครื้นราวกับท้องฟ้ากำลังพิโรธ แต่ภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ บรรยากาศกลับหนาแน่นและเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าพายุข้างนอก “มันไม่ใช่กงธุระอะไรของคุณค่ะ, คุณคินน์” น้ำเสียงของรินรดาเรียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นหรือแม้แต่ความเจ็บปวดที่เคยมี ดวงตากลมโตคู่นั้นราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ที่แม้จะมีก้อนหินตกลงมา ก็ไม่หลงเหลือระลอกคลื่นให้เห็นอีกต่อไป คินน์ก้าวเท้าเข้ามาประชิด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่ยับย่นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเร่งรีบในการกลับมา สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารและภาพถ่ายอัลตร้าซาวด์ที่ร่วงหล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นพรมราคาแพง เอกสารแผ่นหนึ่งพลิกหงายขึ้น เผยให้เห็นภาพเงาของสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์... และผลตรวจครรภ์ที่แสดงขีดสีแดงเด่นชัดสองขีด นัยน์ตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไหววับ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านเส้นเลือด รินรดากำลังท้อง... เมียที่เขาเคยผลักไสและมองว่าเป็นเพียงภาระไร้ค่า กำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขาอยู่! “คุณกล้าดียังไงถึงปิดบังเรื่องนี้... รินรดา!” คินน์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ผสม ทว่า... รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างว่องไว ปฏิกิริยาของเธอนิ่งสนิทและรังเกียจเดียดฉันท์จนคนที่เคยเหนือกว่าอย่างเขาชะงักค้างกลางอากาศ “ปิดบังเหรอคะ?” มุมปากของหญิงสาวหยิกลงเป็นรอยยิ้มสมเพชเวทนา “แล้วที่คุณไม่เคยชายตาแลฉันเลยตลอดหกเดือนที่ผ่านมา มันเรียกว่าอะไรคะคุณคินน์? คุณเคยสนใจไหมว่าฉันกินอิ่มนอนหลับหรือเปล่า? หรือถ้าเด็กคนนี้ไม่มีลมหายใจตั้งแต่เมื่อวาน คุณก็คงไม่สังเกตเห็นมันด้วยซ้ำ!” “รินรดา!” คินน์คำรามต่ำในลำคอ ดวงตาดุจเหยี่ยวแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์บางอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจนิยาม “นั่นลูกของผม! คุณไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากผม ไม่มีวัน!” “ลูกของคุณ?” รินรดาหัวנסเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขสิ้นเชิง มันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟังจนคินน์รู้สึกแสบร้อนที่หน้าอก “ในใบหย่า ฉันเซ็นชื่อสละสิทธิ์ทุกอย่างไว้หมดแล้ว และเด็กในท้องคนนี้... ฉันเป็นคนสร้างเขาขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว ในวันที่คุณเอาแต่กักขังฉันไว้ในความเงียบงันและความโดดเดี่ยว ตอนนี้สายสัมพันธ์ระหว่างเรามันขาดสะบั้นลงแล้วค่ะคุณคินน์ ไม่มีคำว่า ‘เรา’ อีกต่อไปแล้ว” พูดจบ รินรดาก็หันหลังให้เขาอย่างไม่ลังเล เธอไม่อาจทนอยู่ใต้ชายคาอัปลักษณ์หลังนี้ได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว คฤหาสน์ที่เคยเป็นดั่งวิมาน กลายร่างเป็นกรงขังมรณะที่พรากเอาความเป็นมนุษย์ไปจากเธอเกือบหมดสิ้น “หยุดนะ! ผมสั่งให้คุณหยุด!” คินน์พุ่งเข้าคว้าข้อมือเล็กไว้ทันก่อนที่เธอจะก้าวพ้นประตูบานใหญ่ แรงบีบที่ข้อมือนั้นแน่นหนาด้วยความตื่นตระหนกและทิฐิที่ถูกท้าทาย “คุณจะไปไหน! ดึกดื่นและฝนตกหนักขนาดนี้ คุณคิดว่าจะหิ้วท้องโตๆ นี่ไปไหนได้!” “ปล่อยฉันค่ะ!” รินรดาหันมาตวาดกลับด้วยความเหลืออด ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวจนน่าตกใจ แรงสะบัดข้อมือของเธอนั้นรุนแรงจนคินน์ต้องยอมคลายมือออกด้วยความประหลาดใจ รินรดายกข้อมือตัวเองขึ้นลูบเบาๆ รอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบนผิวขาวเนียน “จะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน ชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน... ไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกแล้ว!” ร่างบางก้าวเดินฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า สะท้อนภาพรถยนต์หรูคันหนึ่งที่จอดรออยู่ริมทางเดินรถ คันเร่งและประตูรถที่ถูกเปิดออกโดยชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม—กวิน เพื่อนสนิทและผู้ชายคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอในวันที่มืดมนที่สุด คินน์ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงข้ามประตูกลางสายฝนที่สาดซัดเข้ามา ภาพที่เห็นตรงหน้าสร้างความเจ็บปวดแปลบปะทุขึ้นในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กวินกางร่มคันใหญ่เข้าไปประคองรินรดาอย่างทะนุถนอม มือหนาโอบประคองไหล่บางไว้อย่างระแวดระวัง ราวกับเธอนั้นบอบบางยิ่งกว่าแก้วเจียระไน และรินรดาก็ยอมให้อีกฝ่ายดูแลโดยไม่ปฏิเสธแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่กวินมอบให้รินรดาก่อนจะพาเธอขึ้นรถ เป็นภาพบาดตาบาดใจที่ทำให้คินน์แทบคลั่ง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความหึงหวงและความพ่ายแพ้ที่เพิ่งเคยลิ้มลองเป็นครั้งแรกในชีวิต ประตูกลางสายฝนปิดลง พร้อมกับเครื่องยนต์ที่คำรามและเคลื่อนตัวหายไปในความมืดมิด ทิ้งให้คินน์ยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพังท่ามกลางสายฝนที่เย็นเฉียบและกลิ่นอายความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ เขาสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกอ่อนแอออกไป ก่อนจะก้มลงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใกล้เท้า มันคือภาพอัลตร้าซาวด์แผ่นเล็กๆ ที่เปียกฝนเล็กน้อย มือหนาสั่นเทาขณะยกมันขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เคยควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ บัดนี้กลับหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ภาพเด็กน้อยในครรภ์... แม้จะยังไม่ชัดเจน แต่มุมมองบางอย่างโครงหน้าจางๆ นั้นกลับสะท้อนเงาของใครบางคนออกมาอย่างเด่นชัด—เงาที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน คินน์หายใจติดขัด สมองขาวโพลนขึ้นมาทันที ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้สติจากความช็อกระลอกนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นนามบัตรใบเล็กที่สอดอยู่หลังซองเอกสารบนพื้น มันเป็นนามบัตรของคลินิกสูตินรีเวชชื่อดังในต่างประเทศ พร้อมกับกำหนดการนัดหมายผ่าคลอดในอีกสามเดือนข้างหน้า... และที่มุมกระดาษ มีลายมือหวัดๆ ของรินรดาเขียนกำกับไว้ด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ *“อย่าหวังแม้แต่จะได้เห็นหน้าลูก... คินน์”* บรรทัดนั้น... ประโยคสั้นๆ นั้นกรีดแทงหัวใจของเขาจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี คินน์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นเปียกชื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี น้ำตาหยดแรกร่วงหล่นปะปนกับหยาดน้ำฝนที่ไหลอาบแก้ม นี่คือจุดเริ่มต้นของนรกบนดินที่เขาเป็นคนขุดหลุมฝังมันด้วยมือของตัวเอง... และไม่มีทางที่เขาจะยอมปล่อยให้เธอกับลูกหนีหายไปจากชีวิตเขาได้เด็ดขาด! ************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ละอองดาวเดือนเก้า -
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%