กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชื่อดังผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาฟาวน์เทนด้ามหรูในมือของรินรดาหยุดนิ่งสนิท ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแสงสีฟ้าเงยขึ้นมองเอกสารข้อเสนอโครงการมูลค่าหลายร้อยล้านบาทบนโต๊ะด้วยแววตาเยียบเย็น ไร้ซึ่งร่องรอยความหวั่นไหวที่เขาเคยคาดหวังว่าจะได้เห็น
"โปรเจกต์นี้... ทางเราเกรงว่าจะรับไว้ไม่ได้ค่ะ"
เสียงหวานใสแต่ราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกเอ่ยปฏิเสธออกไปอย่างไร้เยื่อใย ท่ามกลางสายตาของคณะกรรมการหลายคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะยาว รวมถึงสายตาคมกริบของประธานกรรมการบริหารบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ผู้มาเยือนอย่างไม่ได้รับเชิญ
คินน์นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงในอดีต บัดนี้มีริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าและความเคร่งเครียดปรากฏให้เห็นชัดเจน ดวงตาคมกราบจดจ้องมองอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้าน วันนี้เธอกลับยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะ "ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ" หญิงสาวผู้กุมชะตากรรมของดีไซน์เนอร์นับร้อยชีวิต และเป็นคนที่เขาต้องยอมลดตัวลงมาหาถึงที่นี่
"ทำไมล่ะครับคุณรินรดา" คินน์จงใจเน้นเสียงเรียกชื่อเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเว้าวอนที่ถูกกลบไว้ภายใต้มาดนักธุรกิจ "ในเมื่อข้อเสนอที่เรายื่นให้ มันคุ้มค่าและให้ผลประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทของคุณ มากกว่าทุกโปรเจกต์ที่คุณเคยทำมาเสียด้วยซ้ำ"
"ความคุ้มค่าไม่ได้วัดด้วยตัวเลขในบัญชีอย่างเดียวหรอกค่ะคุณคินน์" รินรดาแย้มรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดของชายหนุ่มจนเจ็บแปลบ "และที่สำคัญ... ดิฉันไม่มีนโยบายร่วมงานกับคนที่ขาดความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะนักลงทุนที่ชอบเอาเรื่องส่วนตัวมาปปนกับผลประโยชน์ขององค์กร"
กวิน ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างเธอในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุน ก่อนจะประสานมือบนโต๊ะแล้วเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำหนักคำพูดเชือดเฉือนไม่แพ้กัน
"อย่างที่ท่านผู้อำนวยการรินรดาเรียนให้ทราบครับคุณคินน์ โครงการ 'The Grand Horizon' นี้ต้องการพาร์ርเนอร์ที่มีความเป็นมืออาชีพและบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่คนที่พยายามใช้ช่องโหว่ทางธุรกิจเพื่อจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่าง... หวังว่าคุณคินน์คงเข้าใจเหตุผลของทางเรานะครับ"
คำว่า 'นะครับ' จากปากกวินทำให้กรามของคินน์ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก เขารู้ดีว่ากวินคือศัตรูหัวใจที่คอยขวางทางเขามาตลอด และภาพที่ทั้งสองคนสนิทสนมกันอย่างไร้ที่ติในเวลานี้ ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเขาได้ทำลายสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองไปเสียแล้ว
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คินน์กวาดสายตามองหน้าอดีตภรรยาที่นั่งนิ่งสงบ เธอในวันนี้ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เอาแต่นั่งรอเขาอยู่ที่บ้านอย่างไร้ความหมาย ผู้หญิงตรงหน้าเขาเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ความฉลาดเฉลียว และเสน่ห์เย้ายวนใจแบบที่ผู้หญิงยุคใหม่พึงมี ยิ่งเธอดำรงความเยือกเย็นใส่เขามากเท่าไหร่ หัวใจของเขากลับยิ่งโหยหาและอยากดึงเธอกลับคืนมาอ้อมอกมากเท่านั้น แม้จะต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่มีก็ตาม
"ถ้าอย่างนั้น..." คินน์โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการสะกดให้เธอยอมจำนน "ถ้าผมบอกว่า... โปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นก้าวแรกของการไถ่บาปที่ผมพร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้คุณเห็นความจริงใจล่ะ คุณรินรดาจะยังใจร้ายปฏิเสธผมลงอีกหรือ?"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความอาลัยอาวรณ์ แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง คำว่า 'ไถ่บาป' จากปากคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี มันช่างน่าขันและน่าสมเพชเสียเหลือเกิน
"ความจริงใจเหรอคะ?" รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กิริยาท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีที่สร้างขึ้นมาจากน้ำตา "น่าเสียดายนะคะที่คุณคินน์เพิ่งมานึกถึงคำนี้เอาวันที่สายไปแล้ว... ดิฉันคิดว่าการประชุมวันนี้คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก ขอตัวค่ะ"
หญิงสาวสะบัดหน้าหนีเตรียมก้าวเดินออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อ ทว่าการเคลื่อนไหวของเธอกลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของกวินที่วางอยู่บนโต๊ะแผดเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะความตึงเครียดในห้อง
กวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ชำเลืองมองรินรดาก่อนจะกดรับสาย ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างกะทันหัน ดวงตาคู่คมตวัดมองหน้าคินน์ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ว่าไงนะ... เกิดเรื่องที่โรงเรียนอนุบาลอย่างนั้นเหรอ?!"
เสียงอุทานของกวินทำให้รินรดารีบหันขวับกลับมาทันที สีหน้าของมารดาผู้เคยเยือกเย็นถอดสีลงในพริบตา ความหวาดกลัวบางอย่างพุ่งทะยานขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ
"น้องนะโม... ลูกชายของคุณรินรดากับคุณกวิน ถูกคนแปลกหน้าอ้างตัวว่าเป็นญาติมารับตัวออกไปจากโรงเรียนแล้วครับตอนนี้!"
ละอองดาวเดือนเก้า
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความเจ็บปวดและงดงามนี้ไป1ด้วยกันนะคะ)
เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 9
โปรเจกต์มรณะ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!