กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของบ้านพักหลังน้อย... บ้านหลังที่คินน์เคยคิดว่ามันเป็นเพียงแค่รังนอนรกๆ ของผู้หญิงน่ารำคาญที่เขาแต่งงานด้วยเพื่อนนามธรรมทางธุรกิจ แต่ในยามนี้ สถานที่แห่งนี้กลับกลายเป็นห้องสอบสวนกลางศาลเตี้ยที่วิญญาณอดีตภรรยาของเขากำลังยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาเย้ยหยัน
นิ้วแกร่งที่เคยถือปากกาเซ็นเช็คเงินร้อยล้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะปัดฝุ่นออกจากสันปกสมุดบันทึกเล่มหนา ปกสีเทาซีดๆ ที่มีรอยยับย่นราวกับผ่านน้ำตามานับครั้งไม่ถ้วน
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร บัดนี้กลับมีหยาดน้ำใสเคลือบคลออยู่เบ้าอย่างน่าสมเพช เมื่อเปิดหน้าแรกออกแล้วพบลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบของรินรดา... ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสให้กลายเป็นเศษฝุ่นในชีวิต
*“วันที่ 14 มีนาคม... คินน์กลับบ้านดึกอีกแล้ว กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนอื่นติดอยู่ที่ปกเสื้อสูทของเขา ฉันทำได้เพียงซักมันให้อย่างเงียบๆ พร้อมกับรอยช้ำในหัวใจที่ไม่มีวันจางหาย เขารังเกียจฉัน... แต่ฉันกลับรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้น น่าสมเพชจริงๆ รินรดา”*
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกจนอกไหวสะท้าน ความเจ็บปวดราวกับถูกคมมีดกรีดลงกลางใจแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาต้องหลับตาแน่น ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน—ภาพที่เขามักจะเดินผ่านร่างบางที่นั่งรอคอยอาหารเย็นบนโต๊ะอย่างไร้เยื่อใย คำพูดเชือดเฉือนที่เขาพ่นออกไปแต่ละคำ เปรียบเสมือนตะปูที่ตอกลงบนโลงศพความรู้สึกของเธอก่อนที่เธอจะลุกขึ้นมาสลัดทิ้งทุกอย่าง
เขาพลิกหน้ากระดาษต่อไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ทุกตัวอักษรที่รินรดากลั่นกรองออกมาจากความโดดเดี่ยวและคราบน้ำตา มันคือหลักฐานฟ้องร้องความใจร้ายของเขาเองอย่างไร้ที่ติ
จนกระทั่ง... ปลายนิ้วของเขาหยุดชะงักอยู่ที่หน้ากระดาษกลางเล่ม
*“วันที่ 9 พฤศจิกายน... วันนี้หมอแจ้งข่าวที่ฉันดีใจที่สุดและหวาดกลัวที่สุดในเวลาเดียวกัน ฉันตั้งท้อง... ฉันมีเลือดเนื้อเชื้อไขของคินน์อยู่ในท้องแล้ว ลูกจ๋า... พ่อของหนูงานยุ่งเหลือเกิน ไว้รอให้ทุกอย่างลงตัว แม่จะบอกเขานะคะ ลูกจะเป็นโซ่ทองคล้องใจให้เราอบอุ่นขึ้น... แม่สัญญา”*
ครืนนน!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางกระหม่อม คินน์รู้สึกหูอื้อตาลาย ลมหายใจสะดุดกึกจนเกือบขาดช่วง สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ ข้อมูลในไดอารี่เล่มนี้ตีรวนกับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งได้รับรายงานมาก่อนหน้านี้
*“น้องนะโม... ลูกชายของคุณรินรดากับคุณกวิน ถูกคนแปลกหน้าอ้างตัวว่าเป็นญาติมารับตัวออกไปจากโรงเรียนแล้วครับตอนนี้!”*
เสียงลูกน้องคนสนิทที่โทรศัพท์มารายงานดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของชายหนุ่ม เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้น... เด็กชายที่เขาเคยพบโดยบังเอิญและรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เด็กชายที่กวินดูแลราวกับเป็นลูกในไส้ แต่ความจริงแล้ว... เด็กคนนั้นเกิดในเดือนกรกฎาคม! ซึ่งนับถอยหลังไปเก้าเดือน มันคือช่วงเวลาที่รินรดายังคงใช้นามสกุลของเขา!
"ไม่... ไม่จริง..." คินน์พึมพำเสียงสั่น ร่างสูงเซถอยหลังจนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะไม้เก่าๆ หนังสือสมุดบันทึกในมือร่วงหล่นลงกับพื้น หน้ากระดาษตีแผ่ออกเผยให้เห็นภาพถ่ายใบเล็กๆ ที่ถูกเสียบไว้หน้าสุดท้าย
มันคือภาพอัลตราซาวด์เก่าๆ และภาพถ่ายของเด็กทารกแรกเกิดผิวขาวละเอียด ดวงตากลมโต และมุมปากที่โค้งขึ้นคล้ายคลึงกับตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน!
ความจริงที่เหี้ยมโหดและสายฟ้าแลบกระแทกเข้าที่หน้าอกของคินน์อย่างแรงจนเขาแทบกระอักเลือด รินรดาท้องกับเขา... เธอนำเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาหนีหายไป และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... ตอนนี้ลูกชายแท้ๆ ของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย! ใครบางคนกำลังพรากสายเลือดของเขาไปจากโรงเรียน!
คินน์ผุดลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อที่เพิ่งตื่นรู้ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและโทสะอันไร้ขีดจำกัด เขาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหากวิน—ศัตรูหัวใจและเพื่อนสนิทที่รู้ความจริงทุกอย่าง—ด้วยมือที่สั่นเทา
ตู๊ด... ตู๊ด...
เสียงสัญญาณดังเพียงไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ไม่อิดเอื้อน
("ต้องการอะไรอีก คินน์?") เสียงของกวินลอดผ่านมา
"ไอ้กวิน! ลูก... ลูกของรินรดาอยู่ที่ไหน! ใครมันกล้าพาลูกกูไป!" คินน์ตะโกนลั่นบ้านพักเก่า เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงหัวเราะเย้ยหยันจะดังขึ้นเบาๆ อย่างน่าขนลุก
("ลูกของนายเหรอคินน์? น่าขันสิ้นดี... นายเพิ่งรู้ตัวงั้นเหรอว่าตัวเองมีลูกชาย? แต่น่าเสียดายนะ... ตอนนี้นายมาช้าเกินไป ก้าวเดียวเท่านั้นจริงๆ")
"มึงหมายความว่ายังไง! พูดให้มันชัดๆ นะเว้ย!"
("คนที่มารับตัวนะโมไป... ไม่ใช่คนอื่นไกลหรอก แต่เป็น 'คนของตระกูลอัศววรกุล' พ่อเลี้ยงผู้ทรงอิทธิพลของนาย... คนที่อยากได้ทายาทสายตรงไปอยู่ในกำมือ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำลายรินรดาและเหยียบย่ำนายยังไงล่ะ")
สิ้นคำพูดนั้น สายโทรศัพท์ก็ถูกตัดตัดตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้คินน์ยืนแข็งค้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของบ้านพักเก่า ขณะที่หัวใจของเขาหล่นวูบลงสู่เหวลึกแห่งความพินาศที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการชดใช้กรรมครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 10
ความหลังที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!