เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 13

จุดเปลี่ยนของการรับรู้

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ปะป๊า... ร้องไห้ทำไมฮะ" เสียงเล็กใสราวกับระฆังแก้วดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับมีใครเอาค้อนเหล็กมาทุบลงกลางใจของคินน์จนแหลกสลายเป็นผุยผง เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษ เอียงคอสงสัย ดวงตากลมโตคู่สีเข้มที่ถอดแบบมาจากนัยน์ตาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังกะพริบปริบๆ มือป้อมข้างหนึ่งถือรถของเล่นคันเก่า ส่วนอีกข้างยื่นออกมาหมายจะแตะลงบนหลังมือของชายแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็ทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา คินน์รู้สึกราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ ภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตา ไม่ใช่ฝันร้ายที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วจะพบกับความว่างเปล่า แต่มันคือ "ความจริง" ที่ตบเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง ชาหนาจนไร้ความรู้สึก เด็กคนนี้... ลูกชายของเขา รินรดาท้อง... ในช่วงเวลาที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ ช่วงเวลาที่เขาตักตวงความสุขบนความเจ็บปวดของเธอด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม ช่วงเวลาที่เขาบอกว่าเธอคือผู้หญิงน่ารังเกียจที่เกาะเขาKINNกินนอน และไม่มีวันมีค่าคู่ควรแม้แต่จะเป็นแม่ของทายาทตระกูลอัครภักดี! "ริน..." ริมฝีปากหยักลึกสั่นระริก ชื่อของภรรยาเก่าหลุดลอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหลังเด็กชาย ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนแสงและเวทมนตร์แห่งความรักเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ว่างเปล่า เยียบเย็น และไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ อีกต่อไปแล้ว รินรดากวาดสายตามองอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดแทะหัวใจของคินน์ให้เหวอะหวะยิ่งกว่าถูกคมมีดกรีดซ้ำๆ "ตกใจมากเลยหรือคะ คุณคินน์" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเฉียบดังขึ้นบาดลึก "คิดไม่ถึงล่ะสิว่าผู้หญิงไร้ค่าที่คุณเคยตราหน้าว่าน่ารังเกียจ จะมีปัญญาอุ้มท้องลูกของคุณหนีรอดไปได้ แถมยังเลี้ยงดูเขาให้เติบโตมาโดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเงินจากตระกูลอัครภักดีของคุณเลยสักบาท" "ริน... พี่... พี่ไม่รู้..." คินน์พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อผ้าไหมราคาแพงของเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจ ราวกับสัมผัสจากเขาคือสิ่งสกปรกที่เธอไม่อาจทนทานได้ "คุณไม่รู้เพราะคุณไม่เคยสนใจต่างหากล่ะคะ!" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นตวาดกร้าวด้วยความอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเงียบงันมานานหลายปี ดวงตากลั้นน้ำตาเอ่อคลอไปด้วยความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้น "วันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณฟังคำอธิบาย วันที่ฉันบอกคุณว่าฉันท้อง... คุณทำอะไรกับฉันบ้างคะ คุณคินน์? คุณบอกว่าฉันมารยา คุณบอกว่าเด็กในท้องอาจจะเป็นลูกชู้ของคุณกับผู้ชายคนอื่น! คุณไล่ฉันออกไปท่ามกลางสายฝน พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเดียวและร่าง1ที่แทบจะไม่เหลือวิญญาณ!" ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งปักเข้ากลางอกของคินน์ ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่ง ภาพที่เขาเคยโยกย้ายเอกสารหย่าใสหน้าเธอ ภาพที่เขาพูดจาทำร้ายจิตใจเธออย่างไร้ความปรานี และภาพที่เธอเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง เขานี่เอง... เขาคือคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเองด้วยมือคู่นี้ "พี่ขอโทษ..." คินน์พึมพำ น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีมาตลอดชีวิตรินไหลออกมาอย่างไร้การควบคุม เขายกมือขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "พี่มันเลว... พี่มันโง่เง่าที่สุด ริน... ยกโทษให้พี่เถอะนะ ให้โอกาสพี่ได้ชดใช้... ให้พี่ได้ทำหน้าที่พ่อ" "พ่อ?" รินรดาหัวเราะออกมาในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ทว่าเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "คุณกล้าใช้คำนี้กับลูกของฉันด้วยหรือคะ คุณคินน์? ตลอดสามปีที่ผ่านมา ลูกเรียกหาพ่อทุกคืนวันคลอด และฉันต้องตอบเขาว่าอย่างไร คุณรู้ไหมคะ... ฉันต้องบอกเขาว่าพ่อของเขาตายไปแล้ว! ตายไปจากความทรงจำของเราสองคนแม่ลูกแล้วค่ะ!" คำว่า 'ตายไปแล้ว' กระแทกใจคินน์อย่างจังจนเขาแทบกระอักเลือด เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกควักออกมาขยี้บนพื้นดิน การได้รู้ความจริงว่าอดีตภรรยาต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงลำพังในการตั้งครรภ์ เลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งโดยไม่มีแม้แต่ที่พึ่งพิง มันคือนรกบนดินที่เขาสร้างขึ้นมาให้เธอ... และตอนนี้ นรกขุมนั้นกำลังย้อนกลับมาแผดเผาตัวเขาเองจนมอดไหม้ "รินรดา..." เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงโปรดของกวินที่เดินเข้ามาโอบไหล่บางของรินรดาอย่างสนิทสนมและปกป้อง กวินปรายตามองคินน์ด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "รินครับ ดึกมากแล้ว พา "น้องต้นกล้า" เข้าไปนอนเถอะครับ ปล่อยให้คนแถวนี้ทบทวนความบาปกรรมที่ตัวเองก่อไว้เถอะครับ เขาไม่คู่ควรกับการได้รับความเมตตาจากคุณแม้แต่น้อย" ภาพที่กวินแสดงความสนิทสนมและปกป้องรินรดายิ่งกว่าไฟสุมทรวง คินน์รู้สึกเหมือนมีกองเพลิงลุกโชนขึ้นในอก ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความเจ็บปวดผสมปนเปกันจนแทบคลุ้มคลั่ง เขาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วสูง พุ่งตรงเข้าไปหมายจะกระชากแขนของกวินให้ออกห่างจากผู้หญิงที่เป็นภรรยาทางนิตินัยและแม่ของลูกเขา "ถอยมือสกปรกของแกออกจากภรรยาฉัน!" คินน์คำรามเสียงต่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ ทว่า รินรดากลับก้าวมาขวางหน้ากวินไว้ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองคินน์กลับอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นปัดมือของคินน์ออกอย่างไร้เยื่อใย "อย่ามาแตะต้องกวิน!" รินรดาแหวใส่เสียงกร้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ภรรยาเหรอคะ? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเราจดทะเบียนหย่ากันขาดลอยทางกฎหมายตั้งแต่สามปีที่แล้ว! ตอนนี้ฉันเป็นอิสระ และใครก็ตามที่จะเข้ามาในชีวิตฉัน หรือเข้ามาเป็นพ่อของลูกฉัน... มันก็ไม่ใช่กงเกณฑ์อะไรที่คุณจะมีสิทธิ์มาออกคำสั่ง!" ประโยคคำว่า 'พ่อของลูกฉัน' ที่เธออาจจะหมายถึงกวิน หรือใครก็ตาม ทำเอาคินน์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกレイอารมณ์ความหึงหวงพุ่งทะยานจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาไม่ยอมเด็ดขาด! เด็กคนนั้นคือสายเลือดของเขา รินรดาคือผู้หญิงของเขา ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือใช้เล่ห์กลใด เขาก็ไม่มีวันยอมยกครอบครัวนี้ให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งสิ้น! "ริน... เธอไม่มีวันแต่งงานกับมันเด็ดขาด เด็กคนนั้นเป็นลูกฉัน ลูกของฉันคนเดียว!" คินน์ขบกรามแน่น น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความดุดัน รินรดาแค่นAยิ้มเย็นชา เธอโน้มตัวลงอุ้มเด็กชายต้นกล้าขึ้นมาแนบอก ลูบศีรษะเล็กอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมามองอดีตสามีด้วยสายตาราวกับจะประกาศสงครามครั้งสุดท้าย "งั้นก็ลองดูค่ะ... ว่าคุณจะมีปัญญาแย่งลูกคืนจากผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีคนนี้ ได้อย่างไร" เธอกล่าวจบก็หันหลังให้ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้คินน์ได้เอ่ยคำใดต่อ กวินเดินตามหลังไปพร้อมกับปิดประตูห้องพักผ่อน ปล่อยให้คินน์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและความหนาแน่นของความผิดบาปที่ไม่มีวันล้างออก แต่ทว่า... ในจังหวะที่คินน์กำลังจะพังประตูตามเข้าไปนั้น สายตาของเขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นพรม ใกล้กับจุดที่ต้นกล้ายืนอยู่เมื่อครู่ มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลจากโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง... คินน์ก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความบนเอกสารแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะหยุดชะงักลงทันทีเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้าย— ผลการวินิจฉัยโรคและการรักษาตัวของรินรดาเมื่อสามปีก่อน ระบุชัดเจนว่า... เธอเกือบเสียชีวิตบนเตียงผ่าตัดในวันที่คลอดต้นกล้า เนื่องจากภาวะครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรงที่เกิดจากความเครียดสะสมอย่างหนัก! "ริน..." คินน์เข่าทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง กระดาษในมือร่วงหล่นลงแทบเท้า เมื่อความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเรื่องลูกปรากฏขึ้นตรงหน้า—ในวันที่เขาสะใจกับการขับไล่เธอออกไปจากชีวิต เธอกำลังต่อสู้กับความตายเพื่อรักษาชีวิตของลูกน้อยที่เป็นสายเลือดของเขาเอาไว้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย! ละอองดาวเดือนเก้า (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%