“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ คุณคินน์”
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชาดุจแผ่นน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน ร่างระหงในชุดเดรสทำงานสีเรียบหยุดยืนนิ่งอยู่ห่างจากร่างสูงใหญ่ที่พิงกายอยู่กับรถหรูหน้าคอนโดหรูใจกลางเมือง แสงไฟสลัวจากเสาไฟถนนสะท้อนให้เห็นใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยและไร้ซึ่งมาดนักธุรกิจผู้ทะนงตนอย่างที่เคยเป็น
คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขายืนนิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก—มันคือความโหยหาที่กัดกินใจ ผสมกับความสำนึกผิดที่เริ่มขยายตัวเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในอก
“ผมแค่... อยากเจอคุณ” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า “ริน... เราคุยกันได้ไหม”
“เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ” รินรดาแค่นยิ้ม มุมปากของเธอโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “และกรุณาให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของรินด้วย ต่อไปนี้อย่ามาดักรอแบบนี้อีก มันดู... ไร้ราคาเกินไปสำหรับผู้ชายระดับคุณ”
คำว่า ‘ไร้ราคา’ กรีดลึกลงบนความมั่นใจของคินน์ เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยคำพูดที่นิ่งสนิทของเธอ ผู้หญิงที่เคยยอมให้เขาหยามเหยียดและมองข้ามมาตลอดหลายปี บัดนี้เธอกลับกลายเป็นกำแพงหินที่เขาไม่มีวันปีนป่ายข้ามไปได้
“ริน คุณเปลี่ยนไปมาก”
“ใช่ค่ะ รินเปลี่ยนไป เพราะความเจ็บปวดที่รินได้รับจากคุณมันทำให้รินรู้ว่า การรักตัวเองนั้นมีค่ามากกว่าการรักคนที่มองไม่เห็นค่าของรินเลยสักครั้ง” เธอขยับกายเตรียมจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่กระนั้น คินน์กลับก้าวเร็วเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ
เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบจากผิวหนังของเธอ แต่อาจไม่เท่ากับความเย็นชาที่ส่งผ่านออกมาจากแววตา “ผมขอโทษ... ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมเลวแค่ไหน แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ไขเรื่องราวระหว่างเรา... ได้ไหม”
รินรดาสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างไม่ใยดี ท่าทีของเธอเด็ดขาดและหนักแน่น “โอกาสน่ะเหรอคะ? คุณเพิ่งจะใช้มันหมดไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้รินแล้วค่ะคุณคินน์”
ในวินาทีนั้น เสียงฝีเท้าของใครอีกคนดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน กวินเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา สายตาของเขาเปลี่ยนจากความนุ่มนวลเมื่อมองรินรดา เป็นความแข็งกร้าวเมื่อจ้องมองอดีตสามีที่เขารู้ดีว่าเคยทำลายชีวิตเธออย่างไร
“ริน... มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” กวินเอ่ยถามพร้อมกับขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้างรินรดาในเชิงปกป้อง
คินน์ขบกรามแน่น สันกรามหนานูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์กำลังเผาผลาญเขาอยู่ภายใน “ไม่ใช่ธุระของคุณ กวิน ถอยไป”
“ธุระของเธอ ก็คือธุระของผม” กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและท้าทาย
รินรดาถอนหายใจยาว เธอเหนื่อยเกินกว่าจะยืนฟังการโต้เถียงที่ไร้จุดจบ เธอหันหลังให้คินน์ทันที “ไปกันเถอะค่ะกวิน รินไม่อยากเสียเวลากับคนไม่รู้จักกาลเทศะตรงนี้อีก”
คินน์ยืนนิ่งมองทั้งสองเดินห่างออกไป ความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยนั้นรุนแรงกว่าการถูกตบหน้าหลายเท่านัก เขาไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ เขาไม่ได้ต้องการเป็นคนนอกสายตาของเธอ แต่ดูเหมือนว่ากำแพงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองในอดีต กำลังกลายเป็นคุกที่ขังเขาไว้ในความเดียวดายอย่างไม่มีทางออก
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นรถเพื่อจากไปอย่างผู้พ่ายแพ้ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์ใบเล็กที่รินรดาทำตกไว้ระหว่างการยื้อยุดเมื่อครู่
คินน์ก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาตั้งใจจะวิ่งตามไปคืนเธอ แต่แล้วนิ้วมือของเขาก็เผลอทำกระเป๋าใบนั้นเปิดออกโดยไม่ได้ตั้งใจ
สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่บัตรเครดิตหรือเงินสด... แต่มันคือภาพถ่ายใบเล็กๆ ที่พับไว้จนยับย่น
คินน์หยิบมันขึ้นมาคลี่ดู หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสามขวบที่มีดวงตากลมโตและใบหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เขียว!
ข้างใต้ภาพถ่ายนั้น มีจดหมายเหตุเล็กๆ เขียนด้วยลายมือของรินรดาว่า... *‘ความลับที่แม่ไม่อาจบอกพ่อได้... เพราะพ่อไม่มีค่าพอที่จะได้รับรู้การมีอยู่ของลูก’*
มือของคินน์สั่นระริกจนภาพในมือเกือบจะร่วงหล่น เขาเงยหน้าขึ้นมองตามหลังรินรดาไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและยินดีที่ปนเปกันจนบอกไม่ถูก นี่คือความจริงที่เธอปิดบังเขาไว้ตลอดเวลาที่ผ่านมา... และนั่นหมายความว่าเขามี ‘สายเลือด’ ที่ต้องรับผิดชอบอยู่ในที่แห่งนี้โดยที่เขาไม่เคยล่วงรู้เลย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเจ็บปวดไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 20
ค่ำคืนที่โดดเดี่ยว
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!