เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 21

กำแพงกั้นกลาง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพง ไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะตัวนั้นสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รินรดายังคงจรดปลายปากกาเซ็นลายเซ็นลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายด้วยความนิ่งสงบ ราวกับว่าบุรุษผู้ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่เบื้องหน้าเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไร้ตัวตน "คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะริน..." น้ำเสียงของคินน์แหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัวอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของชายหนุ่มผู้สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอ รินรดาวางปากกาลงอย่างเชื่องช้า เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานั้นว่างเปล่า เยียบเย็น และไร้ซึ่งร่องรอยของความรักความผูกพันที่เคยมีให้เขามาตลอดหลายปี คมมีดแห่งการแก้แค้นไม่ได้กรีดลงบนเนื้อหนังของเขาด้วยความรุนแรง แต่มันค่อยๆ เฉือนหัวใจของเขาให้ตายทั้งกลมทีละน้อย ผ่านความเฉยชาและท่าทีที่ห่างเหินราวกับคนแปลกหน้า "ฉันทำอะไรคะ คุณคินน์" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "เอกสารฉบับนี้คือสัญญาซื้อขายหุ้นส่วนที่เหลือ และการตัดขาดทางนิติกรรมทุกรูปแบบระหว่างเรา มันถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หรือว่าคุณอ่านหนังสือไม่ออก ถึงต้องให้ฉันแปลให้ฟังอีกรอบ" "ริน... อย่าใจร้ายกับผมขนาดนี้เลย" คินน์ก้าวพรวดเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน มือหนาสั่นเทาเอื้อมหมายจะคว้ามือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่รินรดากลับชักมือกลับอย่างรวดเรว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเขาสัมผัสโดนตัวเธอแม้แต่นิดเดียว ความเย็นชาที่สะท้อนผ่านดวงตากลมโตคู่นั้น ทำให้คินน์รู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรง เขาชะงักมือค้างกลางอากาศ หัวใจเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก นึกย้อนไปถึงอดีต—อดีตวันที่ผู้หญิงคนนี้เคยเฝ้ารอเขาด้วยความหวัง อดีตวันที่เธอยอมแม้กระทั่งก้มลงกราบกรานขอความรักจากเขา ทว่าในวันนี้ เขากลับต้องเป็นฝ่ายยืนร้องขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากเธอ "อย่าใช้คำว่าใจร้ายกับฉันเลยค่ะ" รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "คนที่ใจร้ายที่สุดในห้องนี้ คือคุณต่างหากล่ะคะคินน์... ลืมไปแล้วหรือไง ว่าคุณเคยทำอะไรกับฉันไว้บ้างตอนที่เรายังใช้คำว่า 'สามีภรรยา' ร่วมกัน" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงกลางอกของคินน์จนจุก แน่นอนว่าเขามันโง่เง่าเอง ที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไปเพียงเพราะความเย่อหยิ่งและคำครหาไร้สาระ กว่าจะรู้ว่ารินรดามีค่าแค่ไหน เธอก็ถูกความโหดร้ายของเขาบดขยี้จนแหลกสลาย และเกิดใหม่จากเถ้าถ่านในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงเสียแล้ว "ผมยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว... ผมกำลังชดใช้" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "แต่การที่คุณเอาแต่ผลักไสผมไปให้กวิน มันยุติธรรมกับผมตรงไหน! เขามันคิดไม่ซื่อกับคุณ ริน! คุณดูไม่ออกหรือไงว่ามันจ้องจะ..." "พอได้แล้วค่ะ!" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากท่าทีที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคงของเธอ ทำให้คินน์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์เพื่อนของฉัน และไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะออกคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้นในชีวิตของฉันอีก คุณคินน์... อาณาเขตตรงนี้ ระหว่างฉันกับคุณ มันมีกำแพงที่หนาและสูงเกินกว่าที่คุณจะข้ามผ่านเข้ามาได้ตลอดกาล" เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของกวิน เพื่อนสนิทและคู่คิดทางธุรกิจของรินรดา รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมาให้หญิงสาว ทว่าสายตาที่มองคินน์นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและระแวดระวัง "รินครับ เอกสารพร้อมหรือยัง พอดีผมจองร้านอาหารริมแม่น้ำไว้ เราไปทานมื้อเที่ยงกันเถอะครับ ปล่อยให้ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' เขาเคลียร์งานเอกสารส่วนตัวของเขาให้เสร็จไปเถอะ" กวินจงใจเน้นเสียงคำว่าแขก เพื่อตอกย้ำสถานะอันน่าสมเพชของอิศราในอาณาจักรแห่งนี้ คินน์กำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่าน เขารู้สึกเหมือนหมาป่าพ่ายแพ้ที่ถูกสุนัขตัวอื่นแย่งชิงอาณาเขตต่อหน้าต่อตา แต่ก่อนที่เขาจะได้ระเบิดอารมณ์ใส่กวิน รินรดาก็เอ่ยตัดบทขึ้นเสียก่อน "ค่ะกวิน ไปกันเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลากับคนที่ไม่มีค่าพอให้อธิบายอะไรอีกแล้ว" รินรดาหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นมาคล้องแขน เธอเดินผ่านหน้าคินน์ไปอย่างไร้เยื่อใย ไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่ยืนตัวสั่นด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น กวินเดินตามหลังเธอไปติดๆ พร้อมกับปรายตามองคินน์ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทำให้อิศราแทบคลั่ง ประตูห้องทำงานปิดลง ทิ้งให้คินน์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความว่างเปล่าที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ ความเงียบนี้ช่างบาดลึกและทรมาน ราวกับนรกบนดินที่ไร้ทางออก เขาพ่ายแพ้แล้วจริงๆ... พ่ายแพ้ให้กับความเย็นชาของหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบยละอย่างไร้ค่า คินน์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับ สมองตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก ภาพรอยยิ้มที่รินรดามอบให้กวินเมื่อครู่ยังคงวนเวียนหลอนประสาท ราวกับมีคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมไม่หยุดหย่อน แต่ทว่า ในความมืดมนและสิ้นหวังนั้น สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ตกอยู่บริเวณมุมโต๊ะทำงานของเธอ—ซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเล็กที่หล่นร่วงออกมาจากกระเป๋าเอกสารของรินรดาตอนที่เธอกวาดของเมื่อครู่ ด้วยสัญชาตญาณ คินน์ลุกขึ้นเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอย่างช้าๆ ชื่อหน้าซองเอกสารทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย มันไม่ใช่เอกสารธุรกิจทั่วไป... แต่มันคือผลตรวจทางการแพทย์จากโรงพยาบาลชื่อดัง และชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหัวกระดาษผลตรวจนั้น... คือชื่อของรินรดา มือหนาสั่นระทึกขณะดึงแผ่นกระดาษด้านในออกมาอ่าน ตัวอักษรและตัวเลขผลการวิเคราะห์พุ่งเข้ากระแทกสายตา จนลมหายใจของคินน์แทบหยุดชะงัก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เด็กชายตัวเล็กๆ หน้าตาถอดแบบมาจากเขาพิมพ์นิยมคนนั้น ที่เขาเคยบังเอิญเห็นเดินอยู่กับรินรดาเมื่อสัปดาห์ก่อน... ไม่ใช่เด็กกำพร้าที่เธอรับมาอุปการะอย่างที่เขากล่าวอ้างในใจ แต่นั่นคือ... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง! ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%