กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวมัทฉะราคาแพงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารวีไอพีของภัตตาคารหรูใจกลางเมืองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
รินรดาวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงบนจานรองด้วยจังหวะที่เนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงพอจะสร้างเสียงกระทบที่บาดลึกโสตประสาทของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายสะท้อนภาพชายหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าทุกใบในมือ—ชายผู้เคยทิ้งให้เธอนอนจมอยู่กับกองเลือดและหยาดน้ำตาบนเตียงนอนไร้ความอบอุ่นเมื่อปีก่อน
"คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนมาดักรอฉันถึงที่นี่หรอกนะคะ คุณคินน์"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล แต่เย็นชาจนน่าใจหาย รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่จะยอมนั่งกอดเข่าร้องไห้รอคอยความสนใจจากสามีไร้หัวใจอีกต่อไปแล้ว เสื้อเบลเซอร์สีเทาอ่อนเข้ารูปขับเน้นรูปร่างระหัดและท่าทีที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ราษฎรแห่งความทรงจำสีเทาคนนั้นได้มอดไหม้ไปหมดสิ้น เหลือเพียงนักบริหารสาวผู้กุมอำนาจต่อรองในตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ที่แม้แต่คู่แข่งทางธุรกิจยังต้องเกรงกลัว
คินน์กลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยใช้เซ็นใบหยัดยื่นให้อย่างไม่ไยดีเมื่ออดีต บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปเลื่อนจานขนมหวานเข้าหาเธอ
"ผมแค่อยาก... พูดคุยกับคุณเรื่องโปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างเรา ริน... เอ๊ย คุณรินรดา" คินน์รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีที่เห็นแววตาคมกริบราวกับใบมีดตวัดมองมา "ทางเรายินดีสละสิทธิ์การถือหุ้นใหญ่ให้คุณห้าเปอร์เซ็นต์เต็ม เพื่อแสดงความจริงใจว่า... เราอยากร่วมงานกันจริงๆ"
"ห้าเปอร์เซ็นต์?" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ระบายบนเรียวปากสีพีชช่างไร้ซึ่งความอบอุ่น "บริษัทของคุณกำลังจะล้มละลายเพราะขาดสภาพคล่อง หนี้สินก้อนโตที่เกิดจากการบริหารงานอย่างไร้รอยต่อของคุณเองกำลังจะกินรวบทุกอย่าง... การที่คินน์เสนอให้หุ้นห้าเปอร์เซ็นต์กับฉัน มันไม่ใช่ความจริงใจหรอกค่ะ แต่มันคือการดึงฉันลงไปจมน้ำตายกับคุณต่างหาก"
"ริน—"
"โปรดเรียกฉันว่าคุณรินรดาค่ะ" เธอขัดขึ้นทันควัน แววตาสีดำสนิทไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ หลงเหลืออยู่ "เราหย่ากันขาดแล้ว และทางกฎหมาย สถานะของเราคือคนแปลกหน้าที่บังเอิญโคจรมาพบกันในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจเท่านั้น... หวังว่าคุณจะเข้าใจขอบเขตนี้นะคะ"
คำพูดทุกคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่บรรจงปักลงกลางใจของคินน์ เขารู้ซึ้งแล้วว่าความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยมันเป็นอย่างไร เพราะตลอดเวลาสามปีที่แต่งงานกัน เขากระทำต่อเธอหนักหนาสาหัสยิ่งกว่านี้เสียอีก แต่ความสำนึกผิดในวันนี้มันช่างสายเกินไป ราวกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาจนกลายเป็นผุยผง ต่อให้รดน้ำพรวนดินมากแค่ไหน มันก็ไม่มีทางกลับมาเบ่งบานได้อีกแล้ว
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องกระจกนิรภัยก็ถูกผลักออกเบาๆ ร่างสูงโปรดของกวินในชุดสูทสקิลเลอร์เนียบกริบก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่มอบให้รินรดาโดยเฉพาะ มือหนาของกวินวางทาบลงบนพนักเก้าอี้ด้านหลังของหญิงสาวอย่างเป็นเจ้าของโดยธรรมชาติ ซึ่งภาพนั้นทำเอาคินน์ต้องกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความหึงหวงที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแสดงออก
"รินครับ เอกสารสำหรับประชุมรอบบ่ายพร้อมแล้วนะ... อ้าว มีแขกอยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย ขอโทษที ผมไม่คิดว่าคุณคินน์จะยังมีความหน้าด้าน... อ๋อ ขอโทษครับ พอดีผมพูดผิด หมายถึง ยังมีความอุตสาหะพอที่จะมาตื๊ออดีตภรรยาตัวเองถึงที่ทำงาน" กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างเจ็บแสบ
คินน์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ รังสีความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ "กวิน นายไม่มีสิทธิ์มาเสือกเรื่องระหว่างฉันกับริน!"
"ฉันไม่มีสิทธิ์ แต่รินมี" กวินตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบมองตรงไปยังอดีตซีอีโอหนุ่มผู้ตกอับ "และดูเหมือนว่าคนตรงหน้าฉันตอนนี้ จะเป็นแค่ 'คนแปลกหน้าที่น่ารำคาญ' ในสายตาของเธอเท่านั้นนะคินน์ กลับไปจัดการปัญหาบริษัทใกล้เจ๊งของนายเถอะ อย่ามาเสียเวลาสำออกคำขอโทษที่ไม่มีค่าอะไรเลยที่นี่อีก"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่ยืนตัวสั่นด้วยความคับแค้นใจอีกต่อไป หญิงสาวจัดปกเสื้อเบลเซอร์ให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้เยื่อใยราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ ไหล่บอบบางที่เคยลู่ลงด้วยความเสียใจในอดีต บัดนี้ตั้งตรงและสง่างามดั่งหงส์เหิน ทิ้งให้คินน์ยืนจมอยู่กับความพินาศที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องวีไอพี เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือของเธอก็แผדเสียงดังขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏภาพสายเรียกเข้าจาก "น้องกรณ์" ลูกชายวัยสี่ขวบที่เธอฝากไว้กับพี่เลี้ยงที่เพดเฮาส์หรู
รินรดากดรับสายโดยไม่ได้ระวังตัว ทว่าลืมไปว่าในห้องนี้มีผู้ชายสองคนที่หูไวและจดจ่ออยู่กับเธอทุกฝีก้าว
"แม่ครับ! วันนี้คุณน้าคนนั้นที่ซื้อเลโก้ให้กรณ์ พาไปกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตด้วยล่ะครับ! แล้วคุณน้าเขาก็บอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปสวนสนุกอีก... ตกลงคุณน้าใจดีคนนี้จะได้เป็น 'คุณพ่อคนใหม่' ของกรณ์จริงๆ ใช่ไหมครับแม่?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบงันระดับที่เข็มตกพื้นก็ยังได้ยิน และคำพูดประโยคนั้น... ก็ทำเอาคินน์ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดถึงกับหน้าถอดสี ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกโพงด้วยความตกตะลึงระคนสงสัยในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
*เด็กผู้ชาย... ลูกชายวัยสี่ขวบงั้นหรือ?*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา•ตอนที่ 15
ก้าวแรกของการไถ่บาป
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำสีเทาของอดีตภรรยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!