“คุณจะเอาอะไรจากผมกันแน่ ลลิน... กาแฟที่ผมชงให้มันขมไป หรือว่าความจริงในเอกสารพวกนี้มันบาดคอคุณจนกลืนไม่ลงกันล่ะ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคินน์ดังแทรกความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของหมึกพิมพ์และกระดาษเก่า เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ตัวเก่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักยกยิ้มจางๆ แต่กลับดูเย็นชาจนน่าประหลาด
ลลินชะงักมือที่กำลังสั่นน้อยๆ เธอวางเอกสารปึกนั้นลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเสียงดัง ‘ปัง’ ราวกับต้องการเรียกสติให้ตัวเอง หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อท่าทีคุกคามของเขา แต่เป็นเพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ—หลักฐานที่รวิศใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อฮุบมรดกของคินน์ไปนั้น มันซับซ้อนและมีกลิ่นอายของการทุจริตที่เธอเองก็คาดไม่ถึง
“อย่าทำเป็นปากดีไปหน่อยเลย คินน์” ลลินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด “คุณรู้ตัวไหมว่าถ้าเอกสารชุดนี้หลุดไปถึงมรรยาทของรวิศได้จริงๆ ที่ดินผืนนี้ไม่ได้เป็นของคุณอีกต่อไป แล้วไอ้ความติสต์ ความรักอิสระที่คุณป่าวประกาศนักหนาเนี่ย มันจะกลายเป็นแค่เรื่องตลกที่ไม่มีที่ซุกหัวนอนด้วยซ้ำ”
“กลัวผมไม่มีที่ซุกหัวนอน หรือกลัวว่าถ้าผมไม่มีที่อยู่แล้ว คุณจะไม่มีที่ให้มาตามจิกหัวใช้กฎหมายขู่ผมกันแน่?”
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวข้ามผ่านช่องว่างระหว่างโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดผสมกับกลิ่นอายสะอาดสะอ้านแบบผู้ชายทำให้ลลินต้องเผลอขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ ลลินเชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดันนั้น ดวงตากลมโตสบตาเขาอย่างไม่ลดละ
“ฉันแค่ทำตามหน้าที่ ในฐานะทนาย... ฉันไม่ชอบการแพ้”
“เหรอคะ...” คินน์ลากเสียงยาว มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนชั้นวางข้างตัวเธอ จังหวะที่ขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู เขาแกล้งก้มลงกระซิบ “คนเก่งแบบคุณ น่าจะรู้นะว่าการเจรจาที่ดี... มันไม่ได้ใช้แค่ตัวเลขหรือข้อกฎหมาย แต่มันต้องใช้ 'ใจ' แลกด้วย”
ลลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาบนใบหน้า เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามข่มอารมณ์หวั่นไหวที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่าน การต่อล้อต่อเถียงกับผู้ชายคนนี้เหมือนกับการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ
“ฉันไม่ใช่คู่ค้าที่คุณจะมาใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ด้วย เลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแล้วดูนี่...” เธอผลักเอกสารไปข้างหน้า “รวิศเตรียมการมาดีเกินไป เขาไม่ได้แค่ต้องการที่ดิน แต่เขากำลังจะฟ้องให้ที่นี่เป็นพื้นที่อับโชคและผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อไล่คุณออกไป คุณคิดว่าคุณจะรับมือคนแบบนั้นด้วยการนั่งจิบกาแฟไปวันๆ ได้หรือไง?”
คินน์นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยฉายแววกวนประสาทเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉย “รวิศมันก็แค่คนหิวเงินที่อยากจะสร้างแลนด์มาร์กบนที่ที่เขามองว่าไร้ค่า แต่คุณลลิน... คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่กระดาษพวกนี้ แต่มันมี 'ความทรงจำ' ที่เขามีเงินกี่ล้านก็ซื้อไม่ได้”
“ความทรงจำมันกินไม่ได้หรอกนะคะ ถ้าคุณถูกยึดที่ไป!”
“งั้นก็ช่วยทำให้ผมกินได้สิ”
ลลินอ้าปากค้าง “นี่คุณ...”
“ถ้าคุณคิดว่าผมกำลังจะตาย คุณก็เป็นคนดึงผมขึ้นมาจากหลุมสิครับ ทนายสาวคนเก่ง” คินน์โน้มตัวลงมาอีกครั้ง คราวนี้ใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “ไม่ใช่แค่มาไล่ต้อนผมด้วยความถูกต้อง แต่มาเป็น 'เซฟโซน' ให้ผมในคดีนี้... ถ้าคุณทำได้ ผมอาจจะยอมเซ็นชื่อลงในเอกสารที่คุณเตรียมมาก็ได้นะ”
คำว่า ‘เซฟโซน’ ที่หลุดออกมาจากปากของคนที่ปากร้ายอย่างคินน์ทำเอาลลินใจสั่นวูบ เธอพยายามจะผลักอกเขาออกแต่ทว่ามือของเธอกลับถูกเขากุมเอาไว้เบาๆ บรรยากาศในห้องที่เคยตึงเครียดกลับกลายเป็นความร้อนแรงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทั้งคู่ต่างก็ไม่กล้ายอมรับ
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทนายสาวกำลังเต้นผิดจังหวะจนแทบคุมไม่อยู่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ดังแทรกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
“คุณคินน์! รวิศมาที่หน้าสตูดิโอครับ! เขามาพร้อมกับคำสั่งศาลและตำรวจท้องที่!”
เสียงลูกน้องคนสนิททำเอาทั้งคู่ผละออกจากกันแทบจะทันที ลลินรีบคว้าเอกสารทั้งหมดขึ้นมากอดไว้แน่น ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเมื่อครู่เป็นความมุ่งมั่นดุดันอีกครั้ง
คินน์หันมามองลลิน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายแปลกใจผสมความท้าทาย เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะหยิบแจ็กเก็ตตัวนอกขึ้นมาพาดบ่า
“ดูเหมือน ‘การเจรจา’ ของเราต้องจบลงแค่นี้ก่อนนะ คุณทนาย” เขาพูดพลางก้าวเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะพ้นวงกบ เขาหันกลับมามองเธอ “ถ้าคุณอยากรักษาที่นี่ไว้จริงๆ... อย่าเพิ่งถอดใจตอนนี้ล่ะ เพราะหลังจากนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายแล้ว... แต่มันคือเรื่องของ 'เรา'”
ลลินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในหัวสมอง เธอเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากเอกสารปึกนั้น มันไม่ใช่เอกสารคดี แต่มันคือรูปถ่ายเก่าๆ ที่คินน์ซ่อนไว้... รูปของพ่อแม่เขาที่ยืนอยู่ในพื้นที่นี้ ในมุมที่รวิศอ้างว่ามัน ‘ไม่มีค่า’
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเมื่อพบว่าสิ่งที่รวิศต้องการ ไม่ใช่แค่ที่ดิน... แต่มันคือหลักฐานบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ผืนดินแห่งนี้ และเธอกำลังกุมความลับนั้นไว้ในมือ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความวุ่นวายของทนายสาวและศิลปินหนุ่มในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากเหมยฮวาแรกแย้มค่ะ
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณทนาย!•ตอนที่ 4
กาแฟหนึ่งแก้วกับการเจรจา
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณทนาย! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!