กระดาษแผ่นบางในมือของลลินไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก แต่แรงกระแทกจากตัวอักษรบนนั้นกลับทำให้ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบจนชาหนึบ
ดวงตาคู่คมที่ปกติมักจะฉายแววเฉียบขาดและมั่นอกมั่นใจในทุกตารางนิ้วของตรรกะทางกฎหมาย กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ยามกวาดสายตาผ่านลายมือชื่อตวัดหวัดอันทรงพลังที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้าย—*รวิศ วรโชติเมธี*
ไม่ใช่เอกสารพินัยกรรม ไม่ใช่คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก และไม่ใช่แม้แต่สัญญาประนีประนอมยอมความตามที่สมองอันเป็นระบบของเธอกำหนดสมมติฐานไว้ล่วงหน้า
แต่มันคือคำสั่งฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และละเมิดสิทธิส่วนบุคคล... โดยมีโจทก์ผู้ฟ้องร้องคืออภิมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังจ้องจะฮุบที่ดินแปลงสุดท้ายของคินน์ และจำเลยผู้ถูกระบุชื่อไว้ตัวโตๆ กลางหน้ากระดาษ ก็คือตัวเธอเอง ลลิน ทนายความสาวผู้ไม่เคยพลาดท่าให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น
"เล่นไม่ซื่อ..."
ลลินพึมพำกับตัวเอง เสียงลอดไรฟันออกมาเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความกรุ่นโกรธ ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะบัดหน้าขึ้นทันที ดวงตาคู่สวยหวาดไหวเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
เธอผินหน้าขวับกลับมามองต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดในห้องทำงานสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ ซึ่งตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงความเรียบร้อย
บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มมุมห้อง—พื้นที่ที่ควรจะเป็นเซฟโซนอันสงบเงียบของสำนักงานทนายความ—เวลานี้กลับถูกยึดครองโดยชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตลินินยับยู่ยี่ที่แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ จนเห็นรอยเปื้อนสีอะคริลิกสีฟ้าครามจางๆ
คินน์... ศิลปินหนุ่มผู้สร้างปัญหาและเก่งกาจเรื่องการกวนประสาทคนอื่นเป็นที่หนึ่ง กำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ มือเรียวยาวข้างหนึ่งคีบพู่กันขนสัตว์แกว่งไปมาอย่างไร้ความเกรงใจ ขณะที่ดวงตาเรียวรีคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาระยิบระยับที่อ่านไม่ออกว่ากำลังเยาะเย้ยหรือสนุกสนานกันแน่
"มองผมแบบนั้น หมายความว่าผมหล่อขึ้น หรือหมายความว่าคุณอยากจะฉีกผมเป็นชิ้นๆ ด้วยข้อหาทำลายสถิติความดันโลหิตของคุณกันล่ะครับ, ท่านทนายคนเก่ง?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นลอยๆ ไร้ความสำนึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น ซ้ำยังจงใจลากเสียงยาวในคำว่า 'ท่านทนาย' จนน่าหมั่นไส้
ลลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะกรีดร้องโวยวายเมื่อเจอวิกฤต ยิ่งสถานการณ์บีบคั้นมากเท่าไหร่ สมองของเธอกลับยิ่งทำงานเร็วและเฉียบคมขึ้นเท่านั้น
"คุณคินน์..." ลลินก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโซฟาตัวนั้น ร่างระหงทอดเงาทาบทับลงบนตัวชายหนุ่ม เอกสารฟ้องร้องในมือถูกยกขึ้นเคาะเบาๆ กับฝ่ามืออีกข้างเพื่อเป็นจังหวะ "นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? คุณไปทำอีท่าไหน ถึงทำให้คุณรวิศส่งกระดาษใบนรกนี่มาถึงมือฉันได้ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เราเพิ่งตกลงทำคดีกัน?"
คินน์ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างเกียจคร้าน ดวงตาคมกริบไล่มองสำรวจท่าทางเอาเรื่องของทนายสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ราวกับเธอกำลังยืนโพสต์ท่าอยู่บนแคตวอล์ก มากกว่าจะยืนถือหมายศาลมาเอาเรื่องเขา
"ใจเย็นน่า... คุณทนาย" คินน์วางพู่กันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า เกิดเสียงกระทบเบาๆ พร้อมกับคราบสีที่เปื้อนอยู่บนโต๊ะ "ผมเป็นศิลปินนะ ไม่ใช่นักกฎหมาย สมองของผมมีไว้สำหรับจินตนาการถึงแสงเงาและเส้นสาย ไม่ใช่มีไว้จำตัวบทกฎหมายน่าเบื่อๆ แบบที่คุณท่องจำหรอก"
"แต่นี่ไม่ใช่เรื่องงานศิลปะค่ะ!" ลลินเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ความอดทนที่มีจำกัดเริ่มร่อยหรอลงทุกทีเมื่อเจอท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่าย "นี่คือคดีความ! และคุณกำลังลากฉันเข้าไปพัวพันกับเกมสกปรกของผู้ชายคนนั้น โดยที่ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับอะไรเลยด้วยซ้ำ!"
"อ๋อ... กลัวเหรอครับ?"
คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ทว่าความสูงของเขาที่มากกว่าทำให้ลลินต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา กลิ่นจางๆ ของสีน้ำมันผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านแบบผู้ชายลอยเข้าแตะจมูก ทว่าในสถานการณ์แบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะทำให้เธอรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอมัน... ใกล้จนเกินไปแล้ว
"ฉันไม่เคยกลัวใครทั้งนั้นค่ะ!" ลลินเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดที่ฉับพลัน "แต่ฉันเกลียดความไร้ระเบียบ และเกลียดที่สุดคือการที่มีใครมาลอบกัดข้างหลังโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว... ซึ่งคุณกำลังทำมันอยู่, คุณคินน์"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ใกล้ใบหูของเธอเสียจนลลินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เมื่อไหร่กันที่เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอขนาดนี้? จากระยะห่างเมื่อครู่ ตอนนี้แผงอกกว้างเกือบจะแนบชิดกับร่างของเธออยู่รอมร่อหากเธอขยับเข้าไปอีกเพียงก้าวเดียว
"ผมไม่ได้ลอบกัดใคร..." คินน์ก้มหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกาลมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของทนายสาวอย่างมีความหมาย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่พาลทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบ "ผมแค่... อยากรู้นักว่า คนที่ถือตรรกะและความถูกต้องเป็นสรณะอย่างคุณ จะทำหน้ายังไงเมื่อโลกแห่งความจริงมันไม่ได้สวยงามและตรงไปตรงมาเหมือนตัวบทกฎหมายในตำรา"
"คุณ..." ลลินพูดไม่ออก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะจนมุมด้วยเหตุผล แต่เป็นเพราะกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่กำลังวิ่งพล่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ต่างหากที่ทำให้เธอเสียศูนย์
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอึมครึมไปด้วยความเครียดของเอกสารคดี กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง—แรงดึงดูดที่อันตรายยิ่งกว่าหมายศาลในมือของเธอเสียอีก
ดวงตาของคินน์ไล่ระดับจากดวงตาคู่สวยลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนลลินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปัดผ่านผิวแก้ม
"ถ้าไม่อยากแพ้เกมนี้... ก็เลิกทำหน้าดุแล้วมาฟังผมอธิบายสิครับ, ทนายลลิน"
เสียงกระซิบพร่าแผ่วเบาข้างใบหู ทำเอาลลินขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สมองที่เคยประมวลผลกฎหมายได้อย่างแม่นยำกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ ในวินาทีที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของศิลปินหนุ่มเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ข้อมือของเธอเพื่อคลายแรงกำที่ถือเอกสารอยู่
ทว่า... ก่อนที่ลลินจะได้ทันอ้าปากตอกกลับความแสบคันของคนตรงหน้าให้สาสม เสียงเคาะประตูดังปัง! ก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรงโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ร่างสูงของรวิศ ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบปรากฏขึ้นที่กรอบประตู ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ทว่าแววตากลับกราดเกรี้ยวและเต็มไปด้วยชัยชนะอย่างชัดเจน
"คุยกันสนุกพอหรือยังครับ? หวังว่าเอกสารชิ้นนั้นคงจะทำให้คุณทนายคนเก่ง... เข้าใจสถานะของตัวเองในเกมนี้ดีขึ้นแล้วนะ"
รวิศกวาดสายตามองคนทั้งสองที่ยืนประชิดกันในระยะอันตรายด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ พร้อมกับบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ลลินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบเบี่ยงตัวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างจากคินน์ทันที ดวงตาคู่คมตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
มือบางที่ถือเอกสารคำสั่งฟ้องกำแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่... เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของมรดกที่ดินอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการประกาศสงครามที่เธอไม่มีวันยอมแพ้อย่างเด็ดขาด!
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณทนาย!•ตอนที่ 2
กฎหมายกับอารมณ์ศิลป์
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณทนาย! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!