ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 2

เกมอำนาจในห้องปิดตาย

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นอายของชาดำผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยวนอยู่ในอากาศ ทว่ามันกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกปิดตายด้วยกระจกกันกระสุนชั้นดีนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สีหน้าของเธอยังคงรักษาระดับความเยือกเย็นไว้ได้อย่างแนบเนียน แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวรากับกลองเพลเมื่อครู่... วินาทีที่เธอเลือกที่จะไม่ก้มลงเก็บปากกาตามคำสั่งดิบเถื่อนนั้น แต่กลับใช้สายตาคมกริบมองตรงไปยังดวงตาคมปลาบของมาเฟียหนุ่มราวกับจะท้าทายอำนาจมืดที่เขากำลังแผ่ขยายออกมารอบตัว คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้อนอยู่ในอกราวกับเสียงคำรามของเสือร้ายที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อในกรงขัง เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนราง ขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนรินรดารู้สึกราวกับอากาศรอบตัวกำลังถูกสูบหายไป “ความอวดดีนี่... มันเป็นมรดกตกทอดมาจากตระกูลของคุณ หรือเพิ่งมาสร้างเอาตอนที่คุณเริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจกันแน่นะ รินรดา” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นจัดที่รินรดรดรดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั้งร่าง หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย พยายามรักษาช่องว่างและระยะห่างที่ปลอดภัย แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าเอวบางไว้ด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว รั้งร่างของเธอให้แนบชิดกับแผงอกแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก “ปล่อยค่ะ คุณคิรากร ดิฉันคิดว่าเราตกลงกันเรื่องขอบเขตในการเจรจาธุรกิจกันแล้ว” รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามกดความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเองให้มิดชิดที่สุด ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าสะโพกของเธอจะแนบชิดอยู่กับสัดส่วนอันตรายของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ธุรกิจเหรอ?” คิรากรทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นิ้วเรียวยาวแข็งแรงไล้ไปตามแนวสันหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดสูทเข้ารูป ทำให้รินรดารู้สึกราวกับถูกไฟลวก “คุณกำลังยืนอยู่บนอาณาจักรของผม และกำลังถือเอกสารที่เป็นความลับชี้ชะตาชีวิตคนนับร้อย... คุณคิดจริงๆ หรือว่าเรากำลังคุยกันเรื่อง ‘ธุรกิจ’ ธรรมดาๆ?” เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความดุดันเฉพาะตัวของเขาทำเอาสติสัมปชัญญะของนักเจรจาต่อรองสาวเริ่มพร่าเลือน คิรากรจงใจใช้นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ราวกับจะทดความอดทน “หนี้หกเดือนที่คุณต้องชดใช้... ไม่ได้หมายถึงเงินทอง แต่หมายถึงอิสรภาพของคุณ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป จนกว่าคดีพยานปากเอกคดีนั้นจะปิดลง คุณจะไม่ได้ออกไปเหยียบโลกภายนอกตามอำเภอใจอีก... คุณถูกกักตัวอยู่ที่นี่ ในคฤหาสน์ของผม ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย... หรือจะเรียกว่า ‘นักโทษเสน่หา’ ดีล่ะ?” “คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!” รินรดาโพล่งออกมาด้วยความลืมตัว ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงเมื่อได้ยินคำประกาศิตกึ่งกักขังหน่วงเหนี่ยว “ฉันเป็นพลเมือง มีสิทธิเสรีภาพนะ คุณเอาอำนาจเถื่อนมาใช้บดขยี้กฎหมายไม่ได้!” “กฎหมายเหรอ?” คิรากรยิ้มเยาะ แววตาดิบเถื่อนฉายประกายกร้าวขึ้นมาอย่างน่ากลัว มือที่โอบเอวเธออยู่เปลี่ยนเป็นบีบกระชับแน่นจนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “ในโลกของผม... คำพูดของผมคือกฎหมาย และตัวคุณ... ก็คือทรัพย์สินชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกยึดอายัดไว้ชั่วคราว เพื่อแลกกับการที่คุณเสนอหน้าเข้ามาสอดเรื่องของผมเอง” ไม่รอให้เธอได้ทันโต้แย้งใดๆ คิรากรก็ก้มลงประกบเรียวปากลงมาปิดกั้นเสียงต่อต้านทั้งหมดทันที การจูบของเขาไม่ใช่การทักทายอันนุ่มนวล แต่เป็นการรุกรานที่ดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายที่จะสยบความพยศของเธอให้ราบคาบ รินรดาร้องอื้ออึงในลำคอ พยายามทุบตีแผงอกเขาด้วยเรียวแรงทั้งหมดที่มี แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังมหาศาลของมาเฟียหนุ่ม เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดื้อรั้นผสมผสานกับความหวานละมุนที่เขาปรารถนาจะครอบครองทำให้จูบนี้ลึกซึ้งและป่าเถื่อนจนรินรดารู้สึกวิงเวียนศีรษะ ขาสองข้างแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นหากไม่ได้แขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้คอยพยุง ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย ความร้อนรุ่มจากสัมผัสของเขาซึมซาบผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวเนื้อ สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเกลียดชังแต่กลับปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเขาผริมฝีปากออกช้าๆ รินรดาก็หอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำใสจากความคับแค้นใจและอารมณ์วาบหวามที่ถูกปลุกเร้าจนควบคุมไม่ได้ เธอมองคิรากรด้วยสายตาสั่นระริกขณะที่ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอันดุเดือด “คุณมัน... ปีศาจ...” เธอพึมพำเสียงสั่น “จำคำนี้ไว้ให้ดี...” คิรากรใช้นิ้วเช็ดคราบความชื้นที่มุมปากของเธอแผ่วเบา แววตาสีเข้มเต็มไปด้วยความพึงพอใจราวกับผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมสำเร็จ “เพราะนับจากคืนนี้เป็นต้นไป คุณจะต้องอยู่ใต้เงื้อมมือของปีศาจตนนี้... ตลอดไป” ประโยคคำสั่งเด็ดขาดนั้นยังไม่ทันจางหายไปจากโสตประสาท เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทที่พรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดโดยไม่รอให้ผู้เป็นนายอนุญาต “นายครับ... แย่แล้วครับ! ทีมคุ้มกันที่ส่งไปรับตัวพยานปากสำคัญอีกคน... ขาดการติดต่อ และสัญญาณจีพีเอสเพิ่งขาดหายไปแถวทางด่วนสายตะวันออกครับ!” คิรากรหรี่ตาลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความร้อนรุ่มกลายเป็นความเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งในพริบตาเดียว รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์ไม่ได้มีแค่เรื่องเกมรักบ้าอำนาจระหว่างเธอกับเขาเสียแล้ว แต่กำลังมีใครบางคนกำลังเล่นเกมล่าชีวิตที่อันตรายกว่านั้นมาก ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความเร่าร้อนและเกมอำนาจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%