ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 23

เกมรักที่ไร้จุดจบ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบในความมืดสลัวของห้องนอนหรู ขับเน้นใบหน้าซีดเผือดของรินรดาให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังจะแตกสลาย ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนแสงไฟสีฟ้าครามนั้น ไม่ใช่ชื่อของลูกน้อง หรือตำรวจสากลที่เธอกำลังร่วมมือด้วย—แต่มันคือชื่อของ "ปรเมศ" บุคคลที่ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโกดังสินค้าริมท่าเรือเมื่อสามปีก่อน บุคคลที่เป็นต้นเหตุให้ตระกูลของเธอต้องพังทลาย และเป็นเชือกเส้นแรกที่ผูกปมความแค้นอันดำมืดในใจของคิรากร หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปตามปลายประสาทจนมือเรียวสั่นเทา เธอกำลังจะเอื้อมนิ้วไปกดเปิดข้อความนั้นเพื่อไขปริศนาที่ถูกฝังกลบมานาน แต่ทว่า— พรึบ! ความมืดรอบตัวถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงอย่างกะทันหัน พร้อมกับแรงยวบลงของฟูกที่นอนหนานุ่ม ร่างหนาและกำยำของคิรากรเคลื่อนกายเข้ามาประชิดตัวเธออย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นมัสก์อันเป็นเอกลักษณ์โชยเข้าปะทะนาวิกโยธินของเธอจนแทบหายใจไม่ออก "กำลังดูอะไรอยู่หรือครับ... คนสวยของผม" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากระซิบติดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกเกรียว รินรดา สะดุ้งเฮือก รีบซ่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือไว้ด้านหลังลำตัวทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความลับที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อครู่ช่างหนักอึ้งและอันตรายเกินกว่าจะให้มาเฟียจอมบงการผู้น่วงรู้ในตอนนี้ "เปล่าค่ะ... รินแค่สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย" เธอพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผมแล้วก็ตาม คิรากรไม่พูดเปล่า เขายื่นมือหนาคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ด้วยแรงที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นิ้วแกร่งบีบรัดลงบนจุดชีพจรจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บแปลบ ก่อนที่เขาจะออกแรงกระชากเพียงเล็กน้อย ร่างบางก็ถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของเขาอย่างไร้ทางขัดขืน โทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นร่วงหล่นลงบนเตียงนอน แต่มันก็ไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของมาเฟียหนุ่มกำลังจดจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ฝันร้ายงั้นหรือ?" คิรากรทวนคำ น้ำเสียงของเขาเจือแววเย้ยหยันที่มุมปากหนาหยักลึก "แต่ฉันว่า... เธอตื่นเพราะความจริงบางอย่างที่กำลังจะสว่างต่างหาก รินรดา" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขาเห็นมันงั้นหรือ? หรือเขารู้ตัวอยู่แล้วว่าเธอกำลังสืบเรื่องนี้? "คุณหมายความว่าอะไร..." เธอถามเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาที่ร้อนแรงและกดดันของเขา แต่คิรากรกลับใช้มืออีกข้างเชยคางมนของเธอขึ้นบังคับให้สบตา "ฉันหมายถึง... เธอกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้วเด็กน้อย" คิรากรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบชนกัน แววตาดิบเถื่อนคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอที่กำลังสั่นไหว "และคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้... มีแค่ฉันคนเดียว" ไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว หรือเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็ก้มลงประกบปิดริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ได้นุ่มนวลหรือฟูมฟัก แต่มมันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์และการครอบครอง ดิบเถื่อน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์ที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ รินรดาพยายามเม้มริมฝีปากแน่นและเบือนหน้าหนี แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะต้านทานมหาอำนาจเถื่อนของมาเฟียหนุ่มได้ คิรากรขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนรสคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งในช่องปาก บังคับให้เธอยอมเปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสอันคุ้นเคยแต่ชวนให้สะท้านไหวทำให้เรี่ยวแรงที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายที่แข็งกร้าวของเธอเริ่มหลอมละลายและอ่อนยวบลงภายใต้วงแขนที่โอบกอดรัดรึง ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางฮัมในลำคอด้วยความพึงใจของคิรากรดังคลอเคล้าไปกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้ชุดนอนผ้าไหมบางเบา ลากผ่านส่วนโค้งเว้าของสรีระอย่างจงใจปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนเร้น สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความช่ำชองและร้อนรุ่ม ราวกับต้องการใช้ไฟสิเน่หานี้แผดเผาความสงสัยและคำถามทั้งหมดในหัวของเธอให้มอดไหม้กลายเป็นจุล "อื้อ..." รินรดาครางประท้วงในลำคอเมื่อมือใหญ่เริ่มลnเลื้อยมาสัมผัสเนินเนื้ออิ่มผ่านเนื้อผ้า สติที่หลงเหลืออยู่พยายามร้องเตือนภัย แต่มนต์สะกดแห่งเสน่หาที่เขาร่ายใส่กลับทำให้ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างน่าละอาย คิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่รอยยิ้มที่มุมปากของมาเฟียหนุ่มกลับร้ายกาจและทรงอำนาจเสียยิ่งกว่าสิ่งใด "ลืมเรื่องไร้สาระพวกนั้นซะ..." เขากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงปรารถนาที่ยังค้างคา "คืนนี้... หน้าที่เดียวของเธอคือทำให้ฉันพอใจ รินรดา" พูดจบ เขาก็พลิกตัวกดร่างบางให้นอนราบลงไปกับเตียงนอนกว้าง น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งตัณหา มือแกร่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะซุกไซร้ลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยรักสีสดฝังตรึงความเป็นเจ้า ในค่ำคืนที่ความลับอันดำมืดกำลังจะถูกเปิดเผย คิรากรกลับเลือกที่จะใช้เรือนร่างและสัมผัสอันเร่าร้อนมาปิดกั้นโลกทั้งใบของเธอไว้ใต้เงื้อมมือของเขา ร่างกายที่แนบชิด ลมหายใจที่ประสานกัน และอุณหภูมิที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความรัก ความแค้น และความปรารถนาเริ่มเลือนรางหายไป แต่ทว่า... ในวินาทีที่คิรากรกำลังจะประทับรอยจูบลงบนกลีบปากอิ่มอีกครั้ง มือเรียวข้างหนึ่งที่หลุดรอดจากการพันธนาการของเขา ก็เอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ข้างหมอนได้อย่างเฉียดฉิว นิ้วเรียวกดส่งข้อความปลายทางที่ค้างอยู่ไปยังเบอร์นิรนามทันที โดยที่ชายหนุ่มไม่มีทางสังเกตเห็น หน้าจอดับลงพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนเบาๆ ที่ดังขึ้นในความมืด—*ข้อความถูกส่งออกเรียบร้อยแล้ว* รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เรือนผมยุ่งเหยิง... ในเมื่อเขาเลือกที่จะเล่นเกมตบตา เธอก็จะเล่นมันให้ถึงที่สุดเหมือนกัน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%