เสียงกระแทกของรองเท้าบูทหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายของความตึงเครียดคุกรุ่นเสียยิ่งกว่าดินปืนในรังเพลิง รินรดายืนตัวตรงหลังโต๊ะทำงานหรูหรา แววตาคู่คมกริบไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัวต่อประกาศิตของตำรวจกองปราบปรามที่บุกเข้ามาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... เธอกลับมองภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายเบื้องล่างผ่านกระจกนิกรองรับกระสุนด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
"อยู่นิ่งๆ! ตำรวจกองปราบปรามล้อมไว้หมดแล้ว!" เสียงตะโกนก้องกังวานพร้อมกับกำลังพลติดอาวุธครบมือที่พังประตูเข้ามาไม่ได้ทำให้หัวใจของนักเจรจาต่อรองอัจฉริยะเต้นผิดจังหวะสักนิดเดียว เพราะแผนการทั้งหมด... คือสิ่งที่เธอเป็นคนจัดฉากขึ้นมาเองทั้งสิ้น
รินรดากวาดสายตามองแฟ้มเอกสารลับที่เพิ่งดึงออกมาจากตู้เซฟนิรภัยของคิรากร บันทึกการโอนเงินนอกระบบ สัญญาซื้อขายอาวุธเถื่อน และรายชื่อข้าราชการระดับสูงที่รับสินบน ทุกตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่จะลากคอ "มาเฟียจอมบงการ" ลงจากบัลลังก์มืดที่เขายึดครองมาเนิ่นนาน
"คุณรินรดาครับ เชิญออกไปด้านนอกเพื่อความปลอดภัยครับ ทางเราได้รับหมายค้นและ..." นายตำรวจหัวหน้าชุดปฏิบัติการเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค ประตูห้องทำงานชั้นบนสุดที่ควรจะปิดตาย กลับถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่น่ากลัวราวกับปีศาจจำแลง ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองตำรวจนับสิบชีวิตด้วยความดูแคลน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของรินรดาผู้ถือเอกสารสำคัญไว้ในมือ
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของมาเฟียหนุ่มทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนถึงกับต้องกระชับอาวุธในมือแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
"กล้ามากนะ..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธจัดที่ถูกซ่อนภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย คิรากรไม่ได้สนใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนล้อมอยู่เลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่แข็งกร้าวของรินรดาอย่างไม่ยอมแพ้ "คิดจะใช้มือสกปรกของพวกมัน มาลົ่นอำนาจฉันอย่างนั้นเหรอ รินรดา"
"มือของฉันอาจจะสะอาดไม่พอ... แต่ก็ยังดีกว่ามือที่เปื้อนเลือดและคราบโคลนของคุณค่ะ คุณคิรากร" รินรดาลอยหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แม้ฝ่ามือที่ถือเอกสารจะชื้นเหงื่อด้วยความหวาดหวั่นต่ออันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ แต่ศักดิ์ศรีและอีโก้ระดับสูงไม่อนุญาตให้เธอก้มหัวให้เขาเด็ดขาด
"สารวัตร..." คิรากรปรายตามองนายตำรวจผู้ควบคุมกำลัง "คิดว่าหมายค้นกระดาษใบเดียว จะทำให้พวกคุณเดินออกจากตึกนี้ไปได้ทั้งตัวอย่างนั้นเหรอ?"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับเสียงปะทะกันด้านล่างที่บ่งบอกว่าลูกน้องมือขวาของคิรากรเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ตำรวจกองปราบปรามเริ่มมีสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อตระหนักได้ว่าพวกเขากำลังเดินเข้าสู่ถ้ำเสืออย่างแท้จริง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความชุลมุนนั้นเอง คิรากรกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาในพริบตาเดียว แขนแกร่งราวกับคีมเหล็กสอดเข้าโอบรอบเอวบางกระชับแน่น ก่อนที่มือหนาจะคว้าข้อมือเล็กที่ถือแฟ้มเอกสารไว้แล้วบิดมันอย่างแรงจนเอกสารหลุดร่วงกระจายเกลื่อนพื้น
"ปล่อยฉันนะ!" รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ พยายามดิ้นรนสุดแรงเพื่อถอยห่าง แต่แรงมหาศาลของชายหนุ่มกลับตรึงเธอไว้ติดกับแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ
"ถอยไปให้หมด!" คิรากรคำรามก้องพร้อมกับชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกจ่อไปที่ขมับของรินรดา ทำให้นายตำรวจทั้งหมดต้องชะงักและลดปืนลงทันทีด้วยความไม่กล้าเสี่ยง "ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้สมองกระจายคามือฉัน ก็ไสหัวออกไปจากตึกนี้ซะ!"
"คุณมันบ้าไปแล้ว..." รินรดากระซิบเสียงสั่นด้วยความโกรธและหวาดหวั่น แววตาที่เคยเยือกเย็นเริ่มสั่นไหวเมื่อใบหน้าคมคายของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันพุ่งเข้าปะทะใบหน้า
"ใช่ ฉันมันบ้า... และเธอก็เป็นคนปลุกความบ้าคลั่งนี้ขึ้นมาเอง รินรดา" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาไม่ได้มีแค่ความโกรธแค้น แต่มันกลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม "คิดจะหักหลังฉัน เธอต้องชดใช้ด้วยร่างกายและวิญญาณของเธอ..."
เมื่อสถานการณ์บีบคั้นจนถึงขีดสุด นายตำรวจจำเป็นต้องสั่งถอยกำลังออกไปชั่วคราวเพื่อประเมินสถานการณ์ ประตูห้องทำงานถูกปิดลงอีกครั้ง หลงเหลือเพียงแค่เขากับเธอในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันระอุอุ่น
ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท คิรากรก็ไม่รอช้าที่จะลงทัณฑ์เหยื่อสาวผู้กล้าท้าทายอำนาจเขา มือหนากระชากร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ริมฝีปากหยักลึกประกบจูบลงมาอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงความโกรธเกรี้ยว ความหึงหวง และแรงดึงดูดทางเพศที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืน แต่ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้อย่างเร่าร้อนทำให้เรียวปากของเธอบวมเจ่อ รสจูบที่ทั้งดุเดือดและลึกซึ้งทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับสัมผัสอันเอาแต่ใจนี้อย่างจำยอม
ความโกรธแค้นในตอนแรกถูกหลอมละลายด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระภายใต้ชุดสูททำงานทำให้ร่างกายของรินรดาร้อนวูบวาบอย่างน่าละอาย เธอยอมรับกับตัวเองไม่ได้เลยว่า... แม้เขาจะเป็นซาตานที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ แต่ร่างกายของเธอกลับพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาอย่างราบคาบ
"หยุดนะ..." เธอครางประท้วงในลำคอเมื่อมือใหญ่เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างชำนาญ
"สายไปแล้ว..." คิรากรกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงขับทางเพศที่รุนแรง "เธอเลือกที่จะเปิดเกมนี้เอง รินรดา... ตอนนี้เตรียมตัวรับบทลงโทษจากฉันได้เลย"
ร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดกับกระจกเย็นเฉียบเบื้องหลัง ทว่าความเย็นของกระจกกลับไม่สามารถดับไฟสวาทที่กำลังลุกโชนขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ได้เลย แสงไฟสลัวจากเมืองเบื้องล่างสาดส่องเข้ามาเป็นฉากหลังของบทรักอันดาร์กและตึงเครียดที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีวันย้อนกลับ
ในจังหวะที่สติของรินรดากำลังจะหลุดลอยไปกับรสสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้อย่างไม่ปรานี เสียงกริ่งโทรศัพท์ฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานของคิรากรก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คิรากรชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองหน้าจอที่แสดงข้อความสั้นๆ จากมือขวาของเขา
ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่ส่องแสงสว่างวาบในความมืด ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ... เพราะชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ใช่ชื่อของลูกน้อง หรือตำรวจ แต่เป็นชื่อของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน—บุคคลที่เป็นต้นเหตุของความแค้นทั้งหมดนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 22
ความแค้นบดบังตา
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!