เสียงนกหวีดเตือนภัยและกลิ่นควันดินปืนยังคงอบอวลอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจดจ่ออยู่ตรงข้ามกับความตาย รินรดาแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ หัวใจของเธอดำดิ่งลงสู่เหวลึกเมื่อเสียงกระซิบมรณะจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในความมืด แต่ทว่า ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ที่สุดนั้น เงาอันคุ้นเคยของร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้าประชิด ร่างบางถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ
"เล่นสนุกพอหรือยัง... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วแข็งกระด้างที่ปัดป้องอาวุธในมือคู่อริให้พ้นทางในเสี้ยววินาที คิรากรไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิตเธอด้วยความใจบุญ แต่เขามาเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าขาด, มาเพื่อย้ำเตือนว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเล่นชิ้นโปรดที่ไม่มีวันอนุญาตให้ใครหน้าไหนมาทำลายได้นอกจากเขาเอง
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของมาเฟียหนุ่มกวาดมองสำรวจเรือนร่างสั่นเทาของนักเจรจาสาวอัจฉริยะ อีโก้ที่เคยค้ำคอเธอมาตลอดพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงลมหายใจหอบกระชั้นและความหวาดกลัวที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความงดงามอันน่าหลงใหล มันคือ "ความหวาดกลัวที่สวยงาม" ในสายตาของคิรากร—ภาพที่ผู้หญิงทรงภูมิและเย่อหยิ่งคนนี้กำลังสูญเสียการควบคุม ยอมจำนนอยู่ภายใต้อาณัติของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"ปล่อยฉัน... คิรากร" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเยือกเย็นที่เหลืออยู่ ผลักไสแผงอกหนาด้วยเรียวแรงอันน้อยนิด แต่มีหรือที่แรงอันบอบบางจะต้านทานอภิสิทธิ์และความดิบเถื่อนของผู้ชายคนนี้ได้
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่สั่นพร่าด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วบีบเค้นจนขึ้นรอยแดง ก่อนจะลากตัวเธอถอยร่นเข้าไปในมุมอับของห้องทำงานมืดทึบ แรงปะทะระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงขับทางเพศที่ระอุอุ่นจนแทบหลอมละลายอากาศรอบตัว
"ปล่อยงั้นเหรอ? เธอเป็นคนวิ่งเข้ามาหาความตายเองนะรินรดา... และในเมื่อเธอยังไม่ตาย ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนลงทัณฑ์เธอให้สาส姆กับความดื้อรั้นนี้"
คำประกาศิตจากริมฝีปากหยักลึกไร้ซึ่งความปรานี วินาทีต่อมา ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุเดือด รุกราน และตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงลมหายใจของเธอจนสมองขาวโพลน รินรดาพยายามทุบตีประท้วงด้วยความโกรธขึง แต่สัมผัสอันช่ำชองและแรงดึงดูดอันมืดมนของเขากลับทำให้ร่างกายที่พยายามแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงอย่างน่าละอาย
รสจูบที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเร่าร้อน คิรากรสอดมือหนาเข้าใต้กลุ่มผมนุ่ม บังคับให้เงยหน้ารับสัมผัสที่จาบจ้วงลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนผิวกายร้อนผ่าว ร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องเย็นเยียบ ความต่างของอุณหภูมิทำให้ความรู้สึกยิ่งพุ่งพล่านถึงขีดสุด เรียวขาแข็งแรงแทรกตัวเข้ามาตรึงร่างเธอไว้ตรงกลาง ไม่เปิดโอกาสให้หนีรอดไปไหนได้เลยแม้แต่น้อย
"อื้อ..." เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าของสรีระ ผ่านเนื้อผ้าเนื้อดีที่กั้นขวางความเร่าร้อน ฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะซุกไซร้ใบหน้าคมสันลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยกุหลาบสีเข้มเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
รินรดาสะท้านเฮือกยามที่ฟันคมขูดผ่านผิวอ่อนบาง ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสันหลังจนต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ร่างกายและจิตใจกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างศักดิ์ศรีอันสูงส่ง กับความต้องการลึกๆ ที่ถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นภายใต้เงื้อมมือของซาตานร้ายผู้นี้ เสน่หาอันดิบเถื่อนนี้กำลังกัดกินความนึกคิดของเธอทีละน้อย จนแทบไม่เหลือเกราะป้องกันใดๆ
คิรากรเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาท รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก เขาชื่นชอบเหลือเกินยามที่เห็นแม่เสือสาวผู้หยิ่งทะนงคนนี้ยอมจำนนแทบเท้า ประกายตาของเขาวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาที่ไม่มีวันดับมอด มือหนาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจหอบสะท้าน
"มองฉันสิ... รินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่าสั่งการด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ "จำไว้ว่าเธอเป็นของใคร และไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดหนีไปจากเงื้อมมือฉันอีก"
สติสัมปชัญญะของรินรดาขาดผึ่งลงตรงนั้น ความยินยอมพร้อมใจหลอมรวมเข้ากับแรงปรารถนาอันร้อนแรง ร่างกายทั้งสองร่างแนบชิดสนิทจนแทบไม่เหลือช่องว่าง บทเพลงแห่งเสน่หาอันดุเดือดและลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน ทุกสัมผัส ทุกอุณหภูมิ และทุกห้วงลมหายใจถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้เกมรักอันเร่าร้อนที่คิรากรเป็นผู้กุมบังเหียนแต่เพียงผู้เดียว ทิ้งให้ความหวาดกลัวทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมที่ตราตรึงจนยากจะถอนตัว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งบรรยากาศในห้องเริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและความอบอุ่นจากร่างกายที่ยังคงกอดก่ายกันอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ คิรากรใช้นิ้วเรียวไล้เส้นผมที่ชื้นเหงื่อของหญิงสาวอย่างเบามือ สายตาคมปาลมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟจากตึกสูง ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมอยู่นั้นเอง...
เสียงกริ่งเตือนภัยนิรภัยระดับสูงสุดของเพนต์เฮาส์ก็ดังสนั่นขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้นอัตโนมัติ เผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่าง—ร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทกำลังก้าวเท้าเข้ามาในเขตหวงห้าม พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มองตรงมายังกล้องเสมือนรู้ว่าพวกเขากำลังจ้องมองอยู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้นะคะ
ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 20
ความหวาดกลัวที่สวยงาม
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!