ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 15

คำสารภาพในความมืด

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกระฟ้าแทบจะกรีดแทงแก้วหู เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามรากับกลองศึกไม่ได้ดังมาจากใครอื่น นอกจากรินรดาเอง—หญิงสาวผู้ซึ่งไม่เคยยอมสยบให้ใคร แม้กระทั่งในวินาทีที่ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกกดแนบอยู่กับขมับของเธอ “ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของแกนะ... ท่านประธานคิรากร” เสียงหวานใสที่เคยเอ่ยเจรจาธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน บัดนี้สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเดือดดาล แต่แววตากลับวาวโรจน์ดั่งเพชรน้ำเอกที่ไม่มีวันยอมจำนน รินรดากำด้ามปืนพกสีดำสนิทในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ปลายกระบอกปืนสั่นระริกตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด หญิงสาวกดน้ำหนักลงไปบนขมับของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยความมุ่งมั่นที่จะปิดเกมนี้ด้วยมือของเธอเอง ทว่า... คิรากรกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจดิบเถื่อนที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวร้อนระอุ ชายหนุ่มไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี แต่เขากลับเคลื่อนกายเข้าหาปลายกระบอกปืนนั้นด้วยซ้ำ จนเนื้อโลหะเย็นเฉียบแนบชิดผิวเนื้ออุ่นร้อนยิ่งกว่าเดิม “เก่งมาก... รินรดา” เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน แววตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มไม่ได้มองปืนในมือเธอเลยแม้แต่น้อย เขากลับจดจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศอย่างท้าทาย ความมืดในห้องทำงานยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอันตรายและเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน “คิดจะฆ่าฉันจริงๆ งั้นเหรอ หืม?” คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันแต่กลับแฝงไว้ด้วยประกายความพึงพอใจอย่างประหลาด มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้ผ่านข้อมือเรียวที่กำลังสั่นน้อยๆ ของเธอ ก่อนจะขยับขึ้นไปกอบกุมลำคอระหงไว้ด้วยความมั่นคง สัมผัสนั้นทั้งคุกคามและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน จนลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก “ถอยไปนะ คิรากร! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” เธอกัดฟันกรอด พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ แต่ยิ่งเธอดิ้นรนเท่าไหร่ วงแขนแข็งแกร่งก็ยิ่งรัดรึงเข้าหาตัวเธอแน่นหนาขึ้นเท่านั้น จนแผ่นอกนุ่มแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม “ทำไมฉันต้องถอย ในเมื่อเธอกำลังทำให้ฉันคลั่งไคล้จนแทบจะบ้าอยู่แล้ว” คิรากรคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และแอลกอฮอล์ราคาแพงเป่ารดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น “ฉันเกลียดแววตาของเธอเวลาที่มันดื้อรั้น... แต่ให้ตายเถอะ รินรดา เธอยิ่งดื้อ ยิ่งพยศเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากจะบดขยี้ศักดิ์ศรีบ้าๆ ของเธอให้แหลกคามือ แล้วกลืนกินเธอบนเตียงนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าเธอจะจำนนต่อฉันคนเดียว” คำพูดดิบเถื่อนและไร้ซึ่งความปรานีนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาตีคู่กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในท้อง—ความรู้สึกที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดว่ามันคือ ‘ความหวั่นไหว’ ต่อความอันตรายของเขา “ไอ้คนสารเลว...” รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ปืนในมือถูกกดหนักขึ้นอีกนิดจนเกือบจะฝังลงบนขมับของเขา “แกคิดว่าฉันกลัวเหรอ? คิดว่าฉันจะยอมก้มหัวให้มาเฟียไร้ยางอายอย่างแกหรือไง!” “เธอไม่ได้กลัวฉัน... เธอแค่กลัวใจตัวเองต่างหาก” คิรากรยิ้มเยาะ ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาร่างระหงที่สั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ เขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าแข็งแกร่งแค่ไหนในโลกธุรกิจ แต่ในโลกของเขา... โลกที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและการแย่งชิง รินรดาก็เป็นเพียงลูกقัตว์ตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บปกป้องตัวเอง และเขาก็ชอบเหลือเกินที่จะได้เห็นกรงเล็บเหล่านั้นหักสะบั้นลงคามือของเขา ฉับพลัน มือหนาที่กุมลำคอเธออยู่ก็ออกแรงบีบกระชับเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกระชากข้อมือข้างที่ถือปืนให้ออกห่างอย่างรวดเร็วด้วยพละกำลังที่เหนือกว่ามหาศาล ปืนกระบอกนั้นหลุดจากมือร่วงหล่นลงบนพรมหนานุ่มไร้เสียง พร้อมๆ กับร่างของรินรดาที่ถูกเหวี่ยงเข้าหาผนังกระจกใสเบื้องหลังอย่างแรง เพล้ง! (ไม่ใช่เสียงกระจกแตก แต่เป็นเสียงสะท้อนความตึงเครียดในอากาศ) แผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับกระจกเย็นเฉียบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคิรากรจะก้าวเข้ามาประชิดตัว ล็อกกรอบกายเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างร่างกายของเขากับผนังกระจกที่มองเห็นแสงไฟของเมืองหลวงเบื้องล่างระยิบระยับ “ปล่อยฉันนะ!” รินรดาตวัดมือขึ้นหมายจะตบใบหน้าคมคายนั้นให้หายแค้น แต่ข้อมือทั้งสองข้างกลับถูกคว้าไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาอย่างง่ายดาย แล้วถูกตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยแรงอภินิหาร ร่างกายของเธอแนบชิดติดกับเขาอย่างไม่มีช่องว่าง ความร้อนจากกายหนาแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าของชุดสูททำงาน จนผิวเนื้อของเธอนึกร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา “บอกแล้วไง ว่าฉันไม่ปล่อย...” คิรากรก้มลงกระซิบชิดใบหู รอรวนให้ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ริมฝีปากหยักลึกจูบซับลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นทั้งหนักหน่วงและจาบจ้วงจนรินรดาต้องสะท้านเฮือก เธอบิดเร้าตัวหนีด้วยความอับอายและต้องการขัดขืน แต่แรงปะทะทางอารมณ์กลับทำให้ร่างกายของเธอกลับทรยศ สัญชาตญาณลึกๆ เริ่มตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างน่าละอาย “อื้อ... คิรากร... อย่า...” เสียงประท้วงของเธอกลายเป็นเสียงครางแผ่วเบา เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเคลื่อนต่ำลงมาประทับจูบหนักหน่วงที่ลาดไหล่เปลือยเปล่าจากการที่เสื้อสูทถูกรั้งลง มือหนาอีกข้างเริ่มทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดทำงานอย่างอุกอาจ ปลายนิ้วซุกซนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของทั้งคู่ ความโกรธแค้นในตอนแรกเริ่มถูกหลอมละลายด้วยเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่คิรากรจงใจจุดขึ้น รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรแห่งความมืดที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน เขารู้ดีว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้เธอสูญเสียการควบคุม รู้ว่าจุดไหนของเธอที่อ่อนไหวที่สุด และจงใจบดขยี้มันด้วยความช่ำชอง “เธอมันดื้อด้าน... รินรดา” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ ก่อนที่เขาจะประกบปากจูบลงมาอย่างดุเดือดและเรียกร้อง บดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยความกระหายใคร่รู้ ราวกับต้องการสูบเอาวิญญาณและศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอให้หลอมรวมไปกับลมหายใจของเขา รสจูบในความมืดนั้นทั้งดิบเถื่อนและหวานล้ำในคราวเดียวกัน รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อต้านทาน แต่ลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจก็บังคับให้เธอน้อมรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างจำยอม มือที่เคยถูกตรึงไว้เหนือศีรษะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ก่อนที่เรียวแขนเนียนจะเผลอยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง คิรากรคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงการยอมจำนนทีละน้อยจากผู้หญิงที่พยศที่สุดในชีวิต มือหนารวบสะโพกมนเข้าหาตัวจนแนบชิดสนิท ความรู้สึกถึงความต้องการอันดิบเถื่อนที่ปะทะกันอยู่เบื้องล่างทำให้รินรดาสะท้านเฮือก ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยพิษเสน่หา แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด ในห้วงเวลาที่สติสัมปชัญญะกำลังจะพังทลายลงใต้เงื้อมมือของมาเฟียหนุ่ม รินรดาก็ค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัว—เธอไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับอำนาจเงินหรืออิทธิพลมืดของเขา... แต่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสอันเร่าร้อนที่สั่นคลอนหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหนากำลังจะเลื่อนต่ำลงไปสำรวจความหวานล้ำที่เนินอกอิ่ม เสียงเคาะประตูดังปัง! สามครั้งติดกันก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ไยดี “นายครับ... สายสืบรายงานมาแล้วครับว่า ‘คนคนนั้น’ กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่!” ร่างสูงของลูกน้องคนสนิทพังประตูเข้ามาโดยไม่รออนุญาต ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มกำลังกักขังนักเจรจาสาวคนสำคัญไว้ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยบนผนังกระจก คิรากรหยุดชะงัก ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกจากซอกคอหอมกรุ่นอย่างเสียดาย ดวงตาคมกริบตวัดมองลูกน้องด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากด่ากราด รินรดาก็ฉวยโอกาสนั้นรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาเต็มแรงจนเซถอยหลัง หญิงสาวหอบหายใจโยนตัวไปคว้าเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ พร้อมกับหันไปมองหน้ามาเฟียหนุ่มด้วยแววตาที่กลับมาคมปลาบอีกครั้ง... แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงาน พร้อมกับบานประตูใหญ่ที่ถูกผลเปิดออกเผยให้เห็นร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามา... โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมรักอันตรายนี้กับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%