ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 17

การหักหลังครั้งแรก

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจนเกือบกลายเป็นวิ่งบนพื้นหินอ่อนขัดเงาของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ไม่ได้ทำให้คิรากรละสายตาไปจากหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลกล้องวงจรปิดแม้แต่น้อย นัยน์ตาดุดันคมกริบราวกับพญาอินทรีจับจ้องภาพความเคลื่อนไหวบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับแผ่รังสีคุกคามออกมารอบตัวจนภาคิน มือขวาคนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ท่านครับ... ภาคินรายงานสถานการณ์ล่าสุดแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าความนิ่งสนิทของคนเป็นนายกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุ "ปล่อยให้มันเข้ามา" คิรากรเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าหนอนบ่อนไส้ที่ฉันเลี้ยงไว้ ดูแลอย่างดีจนมันเติบโตเป็นใหญ่เป็นโต... สันusถของมันจะกล้าแว้งกัดเจ้าของได้ถึงขนาดไหน" รินรดาที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องรับรองด้านในด้วยชุดเดรสผ้าไหมเข้ารูปสีนิลสนิท ชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อบรรยากาศตึงเครียดบาดผิวจนสัมผัสได้ เธอมองแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นลึกๆ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดชังอิทธิพลเถื่อนของเขาเพียงใด แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็เตือนให้รู้ว่า ตอนนี้พวกเขากำลังเหยียบอยู่บนปากเหวแห่งความตาย "เกิดอะไรขึ้นคะคิรากร" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความกังวล "ทำไมหน้าตาของพวกคุณถึงได้เคร่งเครียดขนาดนั้น" คิรากรหันกลับมามองเธอ ชั่วขณะหนึ่งแววตาดิบเถื่อนที่เคยจ้องมองเธอด้วยความกระหายใคร่และต้องการครอบครอง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยียบเย็น ทว่าเขากลับก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว รวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ฝ่ามือหนายกขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวด้วยความทะนุถนอมที่ขัดกับสถานการณ์รอบตัวอย่างสิ้นเชิง "ริน..." เสียงกระซิบต่ำทุ้มดังอยู่ข้างใบหู "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า อยู่ข้างหลังฉัน... เข้าใจไหม" "ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันไม่ใช่เด็กที่จะต้องมา..." "ฉันไม่ได้สั่งให้เธอเถียง!" คิรากรกดเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขาก้มลงสูดดมความหอมจากซอกคอระหงของเธอแรงๆ ราวกับต้องการตักตวงความอุ่นซ่านครั้งสุดท้ายก่อนพายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ "จำเอาไว้ว่าเธอเป็นของผู้ชายคนนี้... ถ้าใครมันกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันจะถลกหนังหัวมันและส่งมันไปลงนรกทั้งเป็น!" ขณะที่บรรยากาศกำลังระอุระหว่างความหวาดกลัวและแรงเสน่หาอันดิบเถื่อน ประตูนิรภัยของเพนต์เฮาส์ก็ถูกเปิดผางด้วยฝีมือของใครบางคน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก้าวเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่ถืออาวุธครบมือ นำหน้ามาโดย 'ชาติชาย' หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยมือหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่คิรากรไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง "นายใหญ่..." ชาติชายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย สีหน้าตื่นตระหนก "เราถูกเจาะระบบรักษาความปลอดภัยครับ! คนของเราที่ชั้นล่างถูกเก็บเรียบ... และพวกมันกำลังขึ้นมาทางลิฟต์ส่วน คิรากรหรี่ตาลงมองชาติชายตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "เหรอ..." คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ "แล้วแก ลงไปทำอะไรข้างล่างมา ถึงเพิ่งขึ้นมาสมทบเอาป่านนี้ ชาติชาย" สีหน้าของชาติชายกระตุกวูบไปชั่วขณะ ดวงตาไหวระริกหลบสายตาคมกลาของนายใหญ่ "ผม... ผมไปตรวจความเรียบร้อยรอบนอกมาครับนาย" "โกหก!" เสียงหวานแต่เด็ดขาดของรินรดาดังแทรกขึ้น เธอกวาดสายตามองคราบเขม่าดินปืนที่ติดอยู่บริเวณชายเสื้อและรอยเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องบนรองเท้าของชาติชายอย่างรวดเร็วด้วยสมองอันปราดเปรื่องของนักเจรจาต่อรอง "ถ้าคุณไปตรวจรอบนอกจริง ทำไมรองเท้าของคุณถึงมีคราบน้ำมันหล่อลื่นไฮดรอลิก ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในห้องควบคุมระบบเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดิน และเสื้อของคุณ... มีกลิ่นดินปืนใหม่สดๆ ที่เพิ่งยิงออกไปไม่เกินสิบนาทีนี้เอง!" ชาติชายหน้าซีดเผือด นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้สามารถอ่านเกมและหลักฐานทั้งหมดได้ภายในเสี้ยววินาที คิรากรหันมามองรินรดาด้วยความทึ่งแก Jมความโกรธจัด ก่อนที่นัยน์ตาดุดันจะตวัดกลับไปจ้องมองลูกน้องทรยศด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง "หึ ฉลาดสมกับที่เป็นผู้หญิงของฉัน..." คิรากรเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะกระชากตัวรินรดามาหลบไว้ด้านหลังลำตัวหนา พร้อมกับชักอาวุธปืนพกสั้นเคลือบทองคำขาวออกเล็งตรงหน้าผากของชาติชายทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ว่าไง ชาติชาย... คนที่จ้างแกให้มาหักหลังฉัน มันให้เงินแกมาเท่าไหร่ ถึงได้กล้าเอาชีวิตสุนัขของแกมาทิ้งไว้ตรงนี้" ชาติชายหัวเราะลั่นในลำคอ เมื่อรู้ว่าความแตกแล้ว ใบหน้าที่เคยหวาดกลัวกลับบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและแค้นเคือง "ฮ่าๆๆ แกมันก็แค่ไอ้มาเฟียเลือดเย็นที่วันๆ คิดแต่จะเหยียบหัวคนอื่น! นายใหญ่เหรอ? หึ... อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า 'คนผู้นั้น' ก็จะขึ้นมาจัดการสับศพแกให้เป็นชิ้นๆ แล้ว! และผู้หญิงคนนั้น..." ชาติชายชี้ปลายปืนสั้นที่ซ่อนไว้อยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตมาทางรินรดาอย่างรวดเร็ว "จะเป็นของบรรณาการชิ้นแรกให้เจ้านายใหม่ของฉัน!" ปัง! เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องรับแขกหรูหรา คิรากรลั่นไกด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด กระสุนเจาะทะลุกระโหลกของชาติชายล้มฟาดลงจมกองเลือดคาที่ ดวงตาเบิกโพลงไร้ซึ่งลมหายใจ ทว่า... ในวินาทีที่ชาติชายล้มลง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็กรูเข้ามาล้อมรอบประตูทุกด้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นจากชายแปลกหน้าที่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบพรมราคาแพงด้วยรอยยิ้มเยาะ รินรดากรีดเบาๆ เมื่อปลายกระบอกปืนนับสิบคู่จากกลุ่มคนลึกลับเล็งตรงมายังพวกเขา ท่ามกลางควันปืนที่ยังคละคลุ้ง คิรากรดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น พร้อมกับกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "จับมือฉันไว้ให้แน่นรินรดา... เพราะต่อจากนี้ คือนรกของจริง" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมรักอันดุเดือดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%