กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่คิวบาชั้นดีลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดภายในห้องโดยสารของเบนท์ลีย์สีดำสนิท ความเงียบงันที่กดดันเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังหายใจในอากาศที่ถูกสูบออกไปทีละน้อย แผ่นหลังบางที่เคยตั้งตรงอย่างถือดีตอนนี้แนบสนิทอยู่กับเบาะหนังหนา ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบของคิรากรยังคงมองตรงไปเบื้องหน้า ถนนยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงไฟนีออนสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา—สันจมูกโด่งเป็นคม กรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน และดวงตาที่ฉายแววดุดันราวกับนักล่าที่กำลังขังเหยื่อไว้ในกรง
ภาพของผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่เปื้อนคราบน้ำตาและรอยฟกช้ำในห้องลับใต้ดินหลังตึกคาสิโนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของรินรดา มันไม่ใช่แค่ความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่คิรากรซุกซ่อนไว้ แต่มันคือความร้าวรานบางอย่างที่เธอแอบเห็นในวินาทีที่ผู้หญิงคนนั้นถูกลากตัวออกไป
"มองอะไรนักหนา รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่มันเยียบเย็นและทรงพลังจนทำให้ผิวเนื้อของเธอลุกชัน คิรากรไม่ได้หันมามองเธอด้วยซ้ำ เขายังคงจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกเพื่อระบายความอึดอัด
"ฉันแค่สงสัยว่า... คุณเก็บกวาดความสกปรกพวกนั้นไว้ใต้พรมกี่ผืนกันแน่, คุณคิรากร" รินรดาเค้นเสียงตอบกลับไป แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น แต่อีโก้ที่ค้ำคอไม่ยอมให้เธอแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นเด็ดขาด
รถหรูชะลอตัวลงและจอดสนิทหน้าคฤหาสน์ส่วนตัวที่ตั้งอยู่บนเนินเขาส่วนตัว ไร้ซึ่งเสียงผู้คน มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งจากทะเลเบื้องล่างที่สะท้อนความเวิ้งว้าง คิรากรดับเครื่องยนต์ ก่อนจะหันขวบมามองเธอ เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกมือหนาคว้าหมับไว้ทันทีที่เธอทำท่าจะผลักประตูรถ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นกระดูกแหลกสลาย แต่มันเด็ดขาดและหนักหน่วงจนเธอขยับไปไหนไม่ได้ รินรดาถูกดึงเข้าหาแผ่นอกกว้างนั้นอย่างง่ายดาย ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับซอกคอของเธอทันที
"อยากรู้เรื่องของคนอื่นนักหรือ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจของเขาที่รดรินทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "บางที... เธอน่าจะเอาเวลามาสนใจตัวเองมากกว่า ว่าคืนนี้เธอจะเอาตัวรอดจากฉันยังไงดี"
รินรดาเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสวาบหวามที่จู่โจมอย่างไร้ความปรานี ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ปล่อยฉัน! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้... เราตกลงกันแค่เรื่องธุรกิจไม่ใช่หรือไง!"
"ธุรกิจ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดิบเถื่อน มือหนาเปลี่ยนจากการกุมข้อมือมาเป็นการไล้นิ้วไปตามแนวคางมน บังคับให้เธอกลับมาสบตาเขา "เธอคิดว่าตัวเองเอาอะไรมาแลกกับความปลอดภัยของบริษัทตระกูลศิริเกียรติ์ล่ะ รินรดา? ตัวเลขในบัญชีงั้นเหรอ? หึ... เธอมันก็แค่เหยื่อที่เดินเข้ากรงมาให้ฉันขย้ำเล่นแก้เบื่อเท่านั้นแหละ"
คำพูดที่เชือดเฉือนบาดลึกเข้าที่ความรู้สึก แต่วินาทีที่รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเต็มๆ เธอกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... แววตาของคิรากรไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที มันไม่ใช่ความโหดเหี้ยมอย่างที่เขาพยายามแสดงออก แต่มันคือความเหนื่อยล้า... ความโดดเดี่ยวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล
ความแข็งกร้าวในดวงตาของเธออ่อนแสงลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก—ความรู้สึกเวทนาเจือจางที่ถูกแทนที่ด้วยความลุ่มหลงอันตราย รินรดานิ่งงันไป มือที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นวางแนบบนอกเสื้อของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน
คิรากรชะงักไปเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเธอ ความดุดันในแววตาของมาเฟียหนุ่มถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน รสชาติของความตึงเครียด ความโกรธแค้น และแรงดึงดูดทางเพศที่อัดอั้นมานานระเบิดออกมาในพื้นที่แคบๆ นี้
"มองฉันทำไมแบบนั้น..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วที่เคยบีบคางเปลี่ยนเป็นลูบไล้ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสะกดจิต
"ฉันแค่... สงสัยว่าภายใต้ความเถื่อนพวกนี้ มีส่วนไหนที่เป็นตัวตนจริงๆ ของคุณบ้างไหม" รินรดาเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบา ราวกับมนต์สะกดที่ทำให้เธอเผลอหลุดปากพูดความจริงในใจออกไป
คิรากรนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ คล้ายกับเขากำลังถูกเธอกระชากหน้ากากที่สวมไว้ออกทีละชั้น และก่อนที่สติของทั้งคู่จะขาดผึ่งลงในห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนนั้น มือหนาก็กระชากเปิดประตูรถออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของรินรดาที่ถูกอุ้มลอยขึ้นแนบอกแกร่งโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว
"อยากรู้เหรอ..." คิรากรกระซิบชิดริมหางตาของเธอขณะก้าวขายาวๆ ตรงไปยังประตูทางเข้าคฤหาสน์มืดมิด "งั้นคืนนี้... ฉันจะเปลือยให้เธอดูด้านที่มืดที่สุดของฉันให้หมดสิ้นเลย รินรดา"
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกด้วยระบบอัตโนมัติ ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนเตียงนอนนุ่มขนาดคิงไซส์ในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว คิรากรตามติดเข้ามาอย่างรวดเร็วดั่งเสือร้ายที่ตะครุบเหยื่อ น้ำหนักตัวของเขาทาบทับลงมาจนเธอจมหายไปกับฟูก รสจูบที่ดุเดือด เร่าร้อน และไร้ความปรานีถูกประทับลงมาปิดกั้นเสียงทักท้วงทุกคำพูด รินรดาพยายามบิดเร้าขัดขืนแต่ทว่าเรียวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับสัมผัสอันชำนาญและร้อนระอุของเขา ความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิวเมื่อมือใหญ่เริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกทีละชิ้นท่ามกลางความมืดที่โอบล้อม
ทว่า... ในวินาทีที่ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้สิ่งกีดขวาง และความปรารถนาพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็ดังแผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาสะดุ้งเฮือกและพยายามดันอกเขาออก แต่คิรากรกลับขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด เขาก้มลงกระซิบเสียงต่ำด้วยความเร่าร้อนที่ยังค้างคา "อย่าสนใจมัน..."
แต่หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืดกลับปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้คิรากรต้องชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะผละตัวออกจากร่างของรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ว่าไง..." คิรากรกรอกเสียงลงไป แต่ประโยคถัดมาจากปลายสายกลับทำให้แผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มแข็งทื่อไปในทันที
*(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเกมรักอันตรายนี้กับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ•ตอนที่ 11
ความลับใต้เงื้อมมือ
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ล่าแต้มรักกับมาเฟียจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!