ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 20

ญาติเริ่มถังแตก

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาเซรามิกราคาแพงกระเด็นตกลงมาแตกกระจายบนพื้นหินปูน เศษกระเบื้องและน้ำชาสีเข้มกระเด็นเปรอะเปื้อนขากางเกงผ้าเนื้อดีของลุงใหญ่แห่งตระกูลเฉิน ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้เคยเย่อหยิ่งผยองในอำนาจเงินตรา บัดนี้บิดเบี้ยวแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดผวา "แกพูดว่าอะไรนะ! เอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงนั้น... ทำไมมันถึงกลายเป็นของธนาคารไปได้!" เฉินเหมยกรีดร้องเสียงแหลมจนแก้วหูแทบแตก ดวงตาของนางเบิกกว้างจนแทบถลนออกมา มือที่เคยสวมแหวนหยกมันวาวสั่นระริกขณะกำใบแจ้งหนี้สีขาวซีดในมือจนยับยู่ยี่ ภาพของตระกูลเฉินที่เคยรุ่งเรืองและคอยเหยียบย่ำครอบครัวของหลินเฟยในอดีต บัดนี้พังทลายลงราวกับปราสาททรายโดนคลื่นซัด ในฐานะนักลงทุนผู้ผ่านตลาดหุ้นมาอย่างโชกโชน หลินเฟยรู้ดีว่า "ความโลภ" คือกับดักที่หอมหวานที่สุด และเขาก็เป็นคนร้อยเชือกกับดักนั้นด้วยมือของตัวเองทีละเส้น จนกระทั่งพวกมันเดินตกลงมาติดกับทีละตัวอย่างงดงาม ในห้องรับแขกอันโอ่อ่าที่บัดนี้ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงกลิ่นอายของความถังแตกและความสิ้นหวัง หลินเฟยยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองดูความพินาศของญาติผู้สูบเลือดสูบเนื้อด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ข้างกายเขาคือ เฉินหาน สามีหนุ่มนายทหารผู้มีไหล่กว้างและแผ่นหลังกำยำดั่งภูผา เฉินหานไม่ได้กล่าวถ้อยคำเยาะเย้ยใดๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เขายืนนิ่งสงบเป็นดั่งโล่เหล็กกล้าคอยปกป้องภรรยา ทว่าสายตาคมดุที่ทอดมองไปยังกลุ่มคนตระกูลเฉินกลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็น ชนิดที่ใครสบตาก็ต้องหนาวสะท้านถึงไขสันหลัง "แปลกจริงนะครับ ลุงใหญ่..." หลินเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดเปรียบเสมือนเข็มเล่มยาวที่ทิ่มแทงลงกลางใจ "ตอนที่พวกท่านแย่งชิงบ้านและที่ดินของพ่อแม่ผมไปเมื่อหลายปีก่อน พวกท่านยังยิ้มหัวเราะเสียงดังลั่นซอยไม่ใช่หรือครับ ทำไมวันนี้แค่อำนาจเงินกู้ยืมไม่กี่หยวน ถึงทำให้พวกท่านสติหลุดไปได้ล่ะครับ" "ไอ้หลินเฟย! แก... แกอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่ไหม!" เฉินเหมยพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตะปบใบหน้าของหลินเฟยด้วยความแค้นเคือง แต่นางยังไม่ทันเข้าใกล้รัศมีสองเมตร เฉินหานก็ก้าวเท้าออกมาบังหน้าภรรยาไว้ด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าข้อมือของนางไว้แน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ เฉินหานไม่ได้ออกแรงบีบจนหัก แต่แรงกดดันมหาศาลจากความเป็นนายทหารสนามรบทำให้เฉินเหมยทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "อย่าใช้มือสกปรกของเธอ มาแตะต้องภรรยาของฉัน" เฉินหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กลิ่นอายความดุดันของชายชาตรีแผ่ซ่านจนคนในห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง หลินเฟยวางมือลงบนลาดไหล่กว้างของสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ผ่อนแรงลง ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนมองเฉินเหมยที่กำลังนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่บนพื้น "ผมจะบอกอะไรให้นะครับ..." หลินเฟยย่อตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เนื้อหาภายในกลับหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ "เงินที่พวกท่านเอาไปปรเปอเรอความสุขและลงทุนในธุรกิจเก็งกำไรไร้สาระเมื่อปีก่อน มันคือเงินที่พวกท่านโกงมาจากหยาดเหงื่อของพ่อผม ตอนนี้ดอกเบี้ยและหนี้สินมันงอกเงยจนกินหัวกินหางพวกท่านหมดแล้ว... บ้านหลังนี้ ร้านค้าในตลาด หรือแม้กระทั่งรถยนต์คันงาม ล้วนแต่ติดจำนองจนไม่เหลือค่าอะไรอีกต่อไปแล้วล่ะครับ" ความจริงอันโหดร้ายนี้เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ทุบซ้ำลงบนความหวังสุดท้ายของตระกูลเฉิน ลุงใหญ่ทรุดฮวบลงนั่งพับเพียบกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับคนใกล้ตาย การล้างแค้นไม่ได้จบลงด้วยการใช้กำลัง แต่มันจบลงด้วยการทำให้พวกมันลิ้มรสชาติของการ "หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง" จนไม่เหลือแม้แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เมื่อจัดการสะبرความสะใจในขั้นแรกเรียบร้อยแล้ว หลินเฟยก็หันหลังเดินกลับออกมาจากบ้านหลังนั้นพร้อมกับเฉินหาน อากาศยามบ่ายของยุค 80 พัดผ่าน2ผิวกาย เย็นสบายและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหวังใหม่ ต่างจากอดีตชาติที่พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างโดดเดี่ยว "เหนื่อยไหมครับภรรยาของผม" เฉินหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้นปรี่ มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของหลินเฟยขึ้นมาลูบเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ไม่เลยครับท่านเฉิน..." หลินเฟยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "ตรงกันข้าม ผมรู้สึกว่าวันนี้อากาศหอมหวานเป็นพิเศษเสียด้วยซ้ำ ว่าแต่... คุณหิวหรือยังครับ? เย็นนี้ผมตั้งใจจะทำเมนูเด็ดที่คุณชอบเสียหน่อย" พูดจบ หลินเฟยก็จูงมือสามีมุ่งหน้ากลับบ้านทันที ภายในมิติลับของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่เก็บรักษาไว้ในสภาพสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้น ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นติดมันชั้นดีที่หมักด้วยเครื่องเทศสูตรโบราณ และแป้งสาลีเนื้อเนียนนุ่ม ไม่นานนัก กลิ่นหอมกรุ่นของ "หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ก็เริ่มส่งกลิ่นอบอวลลอยฟุ้งไปทั่วทั้งตรอกซอกซอยของหมู่บ้านทหาร กลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวกับเครื่องเทศและซีอิ๊วชั้นดีเตะจมูกเพื่อนบ้านจนต้องเดินออกมาสูดดมกันทั่วหน้า ความสุขและความมั่งคั่งกำลังเติบโตขึ้นอย่างงดงามในบ้านหลังน้อยของพวกเขาทั้งสอง ทว่า ในขณะที่หลินเฟยกำลังตักอาหารจานเด็ดใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างอารมณ์ดีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็สดุดดังขึ้นที่หน้าบ้าน... ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เฉินหานขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เดินไปเปิดประตูบ้านออกดู ปรากฏร่างของบุรุษในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงผู้หนึ่งยืนหน้าตาตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเซียวพร้อมกับยื่นโทรเลขด่วนฉบับหนึ่งให้เฉินหานด้วยมือที่สั่นเทา "ผู้กองเฉิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดในตลาดมืดที่คุณกับภรรยาลงทุนร่วมกันเมื่อวานนี้ ถูกเจ้าหน้าที่กรมการค้าเข้าตรวจสอบและ..." ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%