"ถ้าพวกแกกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว น้ำพริกกระปุกนี้จะไม่ใช่แค่ลวกปากพวกแกแน่!"
เสียงกรีดร้องของหลินเฟยดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุน ฝุ่นตลบอบอวลหน้าบ้านพักทหาร กลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนคั่วเกลือและกระเทียมเจียวใหม่ๆ ลอยฟุ้งเตะจมูกจนคนที่มุงดูอยู่รอบข้างถึงกับสำลักน้ำลาย หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านยืนหลังพิงกรอบประตู มือข้างหนึ่งถือขวดแก้วบรรจุน้ำพริกสูตรลับหน้าตาประหลาด ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เบื้องหน้าของเธอคือเฉินเหมย ลูกพี่ลูกน้องจอมปลอมที่สวมเสื้อผ้าเนื้อดีเกินหน้าชาวบ้านทั่วไป ใบหน้าของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมจมูกที่เกือบจะโดนขวดน้ำพริกปาใส่เมื่อครู่
"หลินเฟย! นังสารเลว กล้าดียังไงถึงเอาของโสโครกนี่มาปาใส่หน้าฉัน!" เฉินเหมยกรี๊ดลั่น สภาพของเธอยามนี้ไม่ต่างอะไรกับไก่ถูกเชือดคอ ทรงผมที่เคยจัดแต่งมาอย่างดีหลุดลุ่ย ใบหน้าแดงก่ำด้วยความแค้น "แกมันก็แค่ตัวซวย เกาะสามีทหารกินไปวันๆ สมบัติพวกนั้นของตระกูลหลิน สมควรเป็นของฉันตั้งแต่แรกแล้ว!"
บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบ เสียงซุบซิบของเหล่าแม่บ้านทหารที่ยืนมุงดูอยู่หยุดชะงักลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปยังสองสาวที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ในตลาดหุ้น ยามที่กราฟดิ่งลงเหวอย่างไร้เหตุผลคือนาทีชีวิตที่นักลงทุนต้องตัดสินใจเฉียบขาด เช่นเดียวกับตอนนี้ หลินเฟยรู้ดีว่าหากเธอยอมถอยเพียงก้าวเดียว เฉินเหมยและพวกหน้าหนาจะเกาะติดเป็นปลิงดูดเลือดไม่เลิกรา ชาติก่อนเธอโง่เขลาปล่อยให้คนพวกนี้สูบกินหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรีจนหมดตัว ชาตินี้... อย่าได้หวังเลย!
"สมบัติของตระกูลหลินงั้นหรือ?" หลินเฟยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันเย้ยแฝงความเย็นชาบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ของที่พวกแกปล้นชิงและเหยียบย่ำมาตลอดหลายปี แกยังมีหน้ามาทวงความเป็นเจ้าของอีกหรือเฉินเหมย? ถ้าอยากได้นัก... ก็เข้ามาเอาสิ ฉันอยากรู้นักว่าหน้าหนาๆ ของแกจะทนน้ำพริกสูตรพิเศษกระปุกนี้ได้สักกี่น้ำ!"
ว่าแล้วหลินเฟยก็ทำท่าจะเปิดฝาขวดแก้วจริงๆ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนที่ทะลักออกมาอีกระลอกทำให้เฉินเหมยผถดถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีด้วยความตื่นกลัว นังนี่มันบ้าไปแล้ว! ปกติหลินเฟยเป็นคนอ่อนแอหัวอ่อนให้รังแกง่าย เหตุใดวันนี้ถึงได้ดุร้ายราวกับพยัคฆ์สาวเช่นนี้
"อวดดีนักนะ!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางความตึงเครียด ราวกับอสุนีบาตฟาดลงกลางวง
ฝูงชนที่มุงดูอยู่รีบแหวกทางให้อย่างรวดเร็ว เฉินหานก้าวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างและแผ่นหลังหนาในชุดเครื่องแบบทหารรีดเรียบดูทรงพลังจนน่าเกรงขาม รังสีความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านออกมาราวกับนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทั้งหลายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เฉินเหมยด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
หัวใจของหลินเฟยกระตุกวูบ ความอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของสามีขยับเข้ามาบังร่างเธอไว้มิดชิด กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ และความสะอาดทำให้ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
"ผู้กองเฉิน..." เฉินเหมยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะพยายามเชิดหน้าขึ้นสู้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคู่นั้นของเฉินหาน เข่าเธอกลับพาลจะอ่อนแรงลงเสียดื้อๆ "ภรรยาของคุณเกือบจะทำร้ายฉัน ดูสิคะ... เธอนิสัยก้าวร้าวไร้มารยาทแบบนี้ คุณทนอยู่ด้วยได้ยังไง!"
เฉินหานไม่แม้แต่จะชายตามองสภาพน่าสมเพชของเฉินเหมย เขาก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความอดทนของเขา
"ภรรยาผมเป็นคนอย่างไร ผมย่อมรู้ดีที่สุด" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวน้ำหนักพันชั่ง "แต่คนที่บุกรุกเข้ามาในเขตบ้านพักทหาร สร้างความวุ่นวาย และยังมีหน้ามากล่าวหาคนในครอบครัวผม... คือพวกแกต่างหาก"
"ผู้กองเฉิน พูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ!" หญิงวัยกลางคนอีกคนซึ่งเป็นสมุนของเฉินเหมยรีบโพล่งขึ้นมาเพื่อแก้หน้า "พวกเราแค่มาเยี่ยมเยียน..."
"เยี่ยมเยียนด้วยการส่งเสียงโวยวายและพยายามแย่งชิงทรัพย์สินอย่างนั้นหรือ?" เฉินหานปรายตามองนิ่งๆ ประโยคเดียวทำเอาหญิงวัยกลางคนสะอึกจนพูดไม่ออก รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มทำให้รอบบริเวณเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม "จำเอาไว้ให้ดี... หลินเฟยคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเฉินหานคนนี้ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
คำพูดประกาศกร้าวที่หนักแน่นจริงจัง ทำเอาหัวใจของหลินเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผู้ชายคนนี้... ช่างเผด็จการความรักเสียจริง แต่มันกลับทำให้คนฟังรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
เฉินเหมยหน้าซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำด้วยความแค้นและอับอายขายหน้า ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาอย่างดูแคลน เธอรู้ดีว่าหากยังดันทุรังอยู่ต่อ มีหวังได้โดนข้อหาบุกรุกและสร้างความเสื่อมเสียแก่กองทัพแน่
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังหลินเฟย!" เฉินเหมยกัดฟันกรอด ขู่ทิ้งท้ายด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและลากพวกพ้องถอยร่นออกไปอย่างไม่เป็นท่า
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นรอบด้าน เหล่าแม่บ้านต่างพากันแยกย้ายเมื่อเห็นว่าเรื่องราวจบลงแล้ว ทิ้งให้สามีภรรยาตระกูลเฉินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบอีกครั้ง
หลินเฟยผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ขวดน้ำพริกในมือถูกลดระดับลง เธอกำลังจะหันไปเอ่ยปากขอบคุณสามี แต่ทว่า...
หมับ!
เอวบางถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบเข้าไปประชิดแนบกายอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณเตือน เฉินหานก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นอายความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาอ่อนโยนล้ำลึกที่มองมาที่เธอราวกับเธคือสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในโลก
"ใครใช้ให้เธอเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นกัน หืม?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงเจือความดุเล็กน้อยแต่กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความห่วงใยจนหัวใจคนฟังอ่อนยวบ
"ฉันจัดการเองได้น่า..." หลินเฟยพึมพำเสียงเบา ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหู มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างเบาๆ "ปล่อยก่อนค่ะ คนอื่นมองอยู่..."
"ให้มองไปสิทธิของพวกเขา ฉันกำลังสั่งสอนภรรยาที่ดื้อรั้นต่างหาก" เฉินหานกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เขาจะก้มหน้ากระซิบประโยคถัดมาข้างริมฝีปากอิ่ม "จัดการคนข้างนอกเสร็จแล้ว... คราวนี้ถึงตาเธอยอมรับบทลงโทษจากฉันบ้างแล้วล่ะ หลินเฟย"
พูดจบ นิ้วเรียวหนาก็ค่อยๆ เอื้อมไปหยิบขวดน้ำพริกสูตรเผ็ดร้อนออกจากมือภรรยาอย่างนิ่มนวล ก่อนจะดึงร่างบางให้เดินตามเข้าบ้านไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ทว่าในจังหวะที่ประตูกำลังจะปิดลงนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนหอบเหนื่อยของทหารยามหน้าค่ายที่ดังแทรกเข้ามา
"ผู้กองเฉิน! ด่วนครับ! มีโทรศัพท์ทางไกลมาจากเมืองหลวง แจ้งว่า... พบเบาะแสของคนกลุ่มนั้นที่ท่านตามหาอยู่แล้วครับ!"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเฉินหานแข็งค้างไปชั่วพริบตา นัยน์ตาสีคมกริบเปลี่ยนเป็นวาบแสงวับโรจน์ขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและอันตรายในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ
ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 8
เฉินหานออกโรงปกป้อง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!