"ปึ้ง!"
เสียงกระแทกกระเป๋าเอกสารหนังเทียมสีดำสนิทดังขึ้นบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าในห้องทำงานอับทึบของสำนักงานออกพันธบัตรและหลักทรัพย์ประจำมณฑล กลิ่นอับของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาถูกคละคลุ้งผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลของเจ้าหน้าที่รัฐผู้เบื่อหน่ายโลก
หลินเฟยปรายตามองพนักงานหนุ่มที่นั่งเคี้ยวเมล็ดแตงโมอยู่หลังกระจกบานใหญ่ สายตาคมกริบของอดีตนักลงทุนมือหนึ่งในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทผู้ผ่านสมรภูมิเงินล้านมานับไม่ถ้วนไม่ได้มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันคือสายตาของพญาอินทรีที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะบนหน้าผา
"เจ้าหนู จะซื้อพันธบัตรโครงสร้างพื้นฐานรุ่นห้าปีหรือไง? บอกไว้ก่อนนะว่าขั้นต่ำตั้งสามสิบหยวน เงินเก็บทั้งปีของพวกชาวบ้านอย่างเธอ เอามาละลายทิ้งเปล่าๆ" เจ้าหน้าที่หนุ่มละสายตาจากหนังสือพิมพ์ในมือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันระคนรำคาญ
ในยุคปี 1970 ปลายๆ ท่ามกลางบรรยากาศการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ยังคลุมเครือ พันธบัตรัฐบาลและหุ้นกู้ของวิสาหกิจเริ่มต้นในสายตาของประชาชนทั่วไป มันไม่ต่างอะไรกับกระดาษชำระไร้ค่า ไม่มีใครเชื่อมั่น ไม่มีใครกล้าเสี่ยง ทุกคนต่างกอดเงินสดในไหใส่ข้าวหรือฝังไว้ใต้พื้นบ้านแน่นหนา เพราะกลัวความอดอยาก
ทว่า... นั่นคือ "ความโง่เขลา" ในมุมมองของคนที่ย้อนเวลากลับมาพร้อมกราฟชีวิตในหัว
"ผมไม่ได้มาซื้อแค่สามสิบหยวนครับ..." หลินเฟยแย้มรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้พนักงานหนุ่มถึงกับชะงัก นิ้วมือเรียวยาวของชายหนุ่มหยิบปึกเงินสดที่มัดด้วยยางวงออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างไม่รีบร้อน วางเรียงรายลงบนโต๊ะทีละปึก... ทีละปึก... จนกลายเป็นกองย่อมๆ มูลค่ารวมกันกว่าห้าร้อยหยวน!
เสียงสูดปากด้วยความตกใจดังขึ้นจากรอบด้าน สายตานับสิบคู่ในห้องโถงหันขวับมามองชายหนุ่มรูปร่างผอมบางในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายทันที ห้าร้อยหยวนในยุคนี้ มากพอจะซื้อบ้านชั้นเดียวได้ทั้งหลัง หรือใช้กินอยู่ได้สบายๆ เป็นปีๆ!
"คุณ... คุณเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ?!" พนักงานหนุ่มละล่ำละลักหน้าถอดสี มือสั่นเทาจนเกือบปัดถ้วยชาคว่ำ
"เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่า... เอกสารชุดนี้ ผมต้องการกว้านซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพและพันธบัตรล็อตที่กำลังจะหมดอายุในอีกสามวันข้างหน้าทั้งหมด ใช่ไหมครับ?" หลินเฟยเคาะนิ้วลงบนเคาน์เตอร์เบาๆ สายตากวาดมองเอกสารข้อเสนอการลงทุนที่คนอื่นมองข้ามด้วยความกระหาย
ในชาติก่อน ตระกูลหลินและพวกเฉินเหมยเคยหัวเราเยาะเขาว่าโง่เง่าที่เอาเงินไปจมกับกระดาษไร้ค่าพวกนี้ แต่ในอีกสามปีให้หลัง เมื่อนโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบประกาศออกมา พันธบัตรและหุ้นกู้เหล่านี้จะพุ่งทะยานขึ้นเป็นร้อยเท่า! และตระกูลหลินที่กำลังฮุบสมบัติของเขาในตอนนี้ จะต้องกระอักเลือดตายด้วยความริษยาเมื่อพบว่าเขากลายเป็นเศรษฐีพันหยวนไปเสียแล้ว
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักนายทหารท้ายค่าย เฉินหานกำลังยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกريบจับจ้องไปที่ร่างของเฉินเหมยที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาในเขตบ้านพักส่วนตัว ใบหน้าของหญิงสาวแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเสแสร้งและท่าทีออดอเซาะที่น่าขยะแขยง
"พี่เฉินหานคะ... ฉันหวังดีหรอกนะ ถึงได้เอาซาลาเปาไส้หมูสับร้อนๆ มาฝาก พี่ดูภรรยาของพี่สิครับ วันๆ เอาแต่หายตัวไปไหนก็ไม่รู้ ทิ้งให้สามีรูปหล่อต้องอยู่คนเดียว น่าสงสารจริงๆ..." เฉินเหมยจงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้ ส่งกลิ่นน้ำหอมราคาถูกฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน มือเรียวทำทีเป็นจะเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของชายหนุ่ม
เฉินหานขยับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่าถูกงูพิษฉก ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักไร้ซึ่งความรู้สึก น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแต่ละคำราวกับใบมีดน้ำแข็ง
"ถอยไป... และอย่ามาเหยียบที่นี่อีกถ้าภรรยาของผมไม่อยู่"
"พี่เฉินหาน! ทำไมใจร้ายกับฉันนักล่ะคะ หลินเฟยมันมีดีอะไร นอกจากทำตัวน่ารำคาญไปวันๆ..." เฉินเหมยกัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคือง แววตาริษยาฉายชัดออกมาโดยไม่คิดจะปิดบัง
"ภรรยาผมดีที่สุดในโลก... และต่อให้เธอจะทำอะไร ผมก็สนับสนุนเธอสุดใจ" เฉินหานตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังจนเฉินเหมยหน้าชาดิก กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้า
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อนๆ พร้อมกลิ่นหอมของเนื้อไก่บ้านย่างเกลือจนหนังกรอบสีทองอร่าม ก็ลอยตามสายลมโชยมาแตะจมูกของคนทั้งสองอย่างชัดเจน...
มันเป็นกลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยมาจากห้องครัวเล็กๆ ของบ้านพัก ที่ซึ่งหลินเฟยเพิ่งกลับมาจากธนาคารพร้อมกระเป๋าเงินที่ว่างเปล่า แต่ในมิติลับของเขากลับเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่เตรียมไว้ทำอาหารมื้อเย็นฉลองการกว้านซื้อหุ้นครั้งประวัติศาสตร์!
เฉินหานสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอด นัยน์ตาคู่นคมพลเปลี่ยนเป็นประกายอบอุ่นทันที เขารู้ทันทีว่าภรรยาตัวน้อยของเขากลับมาแล้ว และเย็นนี้... จะต้องมีอาหารรสเลิศรออยู่บนโต๊ะอย่างแน่นอน
หลินเฟยผลักประตูรั้วไม้เข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ในมือถือถุงกระดาษบรรจุวัตถุดิบชิ้นสุดท้าย ทว่า สายตาเจ้ากรรมกลับปะทะเข้ากับร่างของเฉินเหมยที่ยืนหน้าตาบูดเบี้ยวอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดี บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงในพริบตา
"อ้าว สุนัขตัวไหนหลุดเข้ามาในเขตบ้านคนอื่นอีกแล้วล่ะครับเนี่ย?" หลินเฟยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่เชือดเฉือนจนคนฟังอยากจะกรีดร้อง
เฉินเหมยหน้าดำคร่ำเครียด อ้าปากเตรียมจะด่าทอ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ประตูรั้วด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในเครื่องแบบทหารระดับสูงที่สีหน้าเคร่งเครียดจนน่ากลัว และเอกสารลับในมือที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนแทบสะดุด—!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางย้อนเวลาไปสร้างความมั่งคั่งด้วยกันนะครับ
ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 14
ทักษะเซียนหุ้นเริ่มทำงาน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!