เศษกระดาษสีเทาราคาถูกปลิวว่อนลงบนพื้นดินแห้งแล้งราวกับใบไม้ร่วง เสียงขยำกระดาษเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น ลุงใหญ่ตระกูลเฉินหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถסתนออกมาจากเบ้า เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ไอ้หลานเขยทหารบ้านนอกคนนี้ ที่ปกติเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานและพูดน้อยต่อยหนัก วันนี้จะกล้าหักหน้าเขาต่อหน้าชาวบ้านนับสิบชีวิตที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็น
"แก... แกกล้าดียังไงถึงทำลายสัญญาของตระกูลเฉิน!" ลุงใหญ่ชี้หน้าเฉินหานด้วยนิ้วที่สั่นเทา พยายามจะใช้ความอาวุโสข่มขู่ แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุดันคมกริบทรงพลังราวกับพญาอินทรีที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนของชายหนุ่ม เสียงของเขาก็พลانกลืนหายลงคอไปทันที ราวกับมีมือล่องหนบีบลำคอเอาไว้จนหายใจไม่ออก
"สัญญาที่เขียนขึ้นโดยการขู่กรรโชกและปลอมแปลงลายมือ มันไม่ใช่สัญญาครับ แต่มันคือหลักฐานอาชญากรรม" เฉินหานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ก้าวเท้าเข้าไปหาลุงใหญ่ช้าๆ เพียงก้าวเดียว แต่อีกฝ่ายกลับผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวจนเกือบสะดุดขาตัวเองล้ม "ถ้าพวกคุณยังไม่อยากไปนั่งกินข้าวแดงในคุกทหาร ก็ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ! อย่าให้ผมต้องหมดความอดทน"
เฉินเหมยที่ยืนหลบอยู่ด้านหลัง รีบเข้ามาพยุงผู้เป็นพ่อด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง นางจ้องมองหลินเฟยที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังสามีด้วยสายตาริษยาอาฆาต "จำไว้ให้ดีนะนังเฟย แกกับไอ้บ้านนอกนี่จะต้องเสียใจ! ตระกูลเฉินจะไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!" นางกระซิบอาฆาตก่อนจะรีบหิ้วปีกลุงใหญ่วิ่งหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วท่าเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่เริ่มดังเซ็งแซ่
เมื่อร่างของสองลุงหลานลับตาไป ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนบริเวณลานหน้าบ้านอีกครั้ง หลินเฟยถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดในอกคลายลงเล็กน้อย นางหันไปมองสามีที่ยังคงยืนคุมเชิงด้วยท่าทางทะมัดทะแมง หัวใจดวงน้อยพลันอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ในชาติก่อนนางโง่เขลาเพียงใดถึงได้ผลักไสผู้ชายที่ปกป้องนางด้วยชีวิตคนนี้ไป
"เหนื่อยไหมครับ" เฉินหานหันกลับมามองภรรยา แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและห่วงใยในพริบตา มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและทำไร่เอื้อมมาปัดเศษฝุ่นที่ไหล่เสื้อให้อย่างทะนุถนอม "พวกเขาไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหม"
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย ไม่เป็นไรครับพี่เฉิน" หลินเฟยเกือบหลุดปากพูดคำคุ้นชินในยุคก่อน โชคดีที่นางดึงสติกลับมาได้ทันเวลา นางส่งยิ้มหวานละมุนให้สามี "ขอบคุณนะค่ะ... ขอบคุณมากครับพี่ที่ช่วยฉันไว้"
เฉินหานชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มของภรรยา ในรอบหลายปีที่แต่งงานกันมา หลินเฟยแทบไม่เคยส่งยิ้มที่จริงใจและงดงามเช่นนี้ให้เขาเลย มีแต่ความหมางเมินและน้ำตา ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ ด้วยความเขินอาย เขาเกาหัวแก้เก้อ "เรื่องแค่นี้เองครับ คุณเป็นภรรยาผม ผมมีหน้าที่ปกป้องคุณอยู่แล้ว เข้าบ้านกันเถอะ ข้างนอกแดดเริ่มร้อนแล้ว เดี๋ยวคุณจะไม่สบาย"
ภายในบ้านหลังเล็กเก่าคร่ำคร่ากลิ่นอับชื้น ลมพัดโชยกลิ่นฝุ่นจางๆ หลินเฟยกวาดสายตามองไปรอบห้อง สภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาในเวลานี้ช่างยาก Mลำบากเหลือเกิน มีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆ เตียงนอนที่ยุบยวบ และหม้อดินเผาสำหรับทำอาหารที่แทบไม่มีอะไรก้นครัว ทว่า... ทันทีที่นางหลับตาลงและตั้งจิตอธิษฐานถึง "พื้นที่พิเศษ" ในห้วงจิตวิญญาณ ภาพในหัวก็พลันสว่างวาบขึ้น
วูบ!
สติของหลินเฟยวาบหายเข้าไปในมิติลับทันที ร่างกายของนางยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีขาวกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต เบื้องหน้าของนางคือ "คลังเสบียงมหึมา" ที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในศตวรรษที่ 21 ที่นางจากมา!
ชั้นวางสินค้าสูงเสียดฟ้าเต็มไปด้วยกระสอบข้าวสารชั้นดี ข้าวเหนียว ข้าวโพด และแป้งสาลีขาวบริสุทธิ์นับไม่ถ้วน ถัดไปคือโซนเครื่องปรุงรส น้ำมันพืช น้ำปลา ซีอิ๊วชั้นเยี่ยม และเกลือบริสุทธิ์ที่ในยุค 80 นี้หายากยิ่งกว่าทองคำ และที่ทำให้นางหัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก คือโซน "ของมีค่าจากชาติก่อน" กล่องกำมะหยี่สีแดงที่เรียงรายอยู่บนชั้นกระจก บรรจุเครื่องประดับทองคำแท้ เพชรพลอย และเงินสดสกุลต่างๆ ที่นางสะสมไว้ก่อนจะเสียชีวิตในชาติก่อน ทุกอย่างติดตามวิญญาณและห้วงมิตินี้ข้ามเวลาตามนางมาด้วย!
"นี่มัน... สวรรค์ชัดๆ!" หลินเฟยอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสกระสอบข้าวสาร ข้าวสารเม็ดอ้วนขาวสะอาดไหลผ่านปลายนิ้ว ความรู้สึกสมจริงนี้ยืนยันว่านางไม่ได้ฝันไป ด้วยทรัพย์สินและเสบียงในมิตินี้ นางไม่เพียงแต่จะหลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้น แต่ยังสามารถสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งขึ้นมาได้ในชั่วพริบตา!
ขณะที่นางกำลังเพลิดเพลินกับการสำรวจกองสมบัติมหาศาล เสียงทุ้มต่ำของเฉินหานก็ดังแว่วเข้ามาในห้วงสติจากโลกภายนอก "หลินเฟย... น้องเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมยืนนิ่งไปล่ะครับ"
หลินเฟยสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ลืมตาขึ้นมาพบว่าตนเองยังยืนอยู่ในบ้านหลังเดิม โดยมีเฉินหานยืนมองด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย มือหนายื่นมาจับแขนของนางไว้เบาๆ
"ฉัน... เอ๊ย ผมไม่เป็นไรครับ แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย" หลินเฟยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้นางจะอยากบอกความลับเรื่องมิติลับนี้แก่สามีมากแค่ไหน แต่นางรู้ดีว่าเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้หากพูดออกไปตอนนี้ อาจทำให้เฉินหานตกใจหรือมองว่านางสติฟั่นเฟือนได้ นางต้องค่อยๆ หาจังหวะเปิดเผยทีละน้อย
"พี่เฉิน หิวไหมครับ?" หลินเฟยเปลี่ยนเรื่องทันที แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และตื่นเต้น นางยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ (แอบดึงวัตถุดิบชั้นดีออกมาจากมิติลับโดยไม่ให้สามีเห็น) "ดูสิครับว่าผมหาอะไรมาได้"
พริบตาต่อมา บนโต๊ะไม้เก่าๆ ก็ปรากฏ "เนื้อหมูสามชั้นติดมัน" ชิ้นหนาสดใหม่สีแดงฉ่ำ ชิ้นใหญ่เกือบครึ่งกิโลกรัม วางอยู่บนใบตองสะอาด พร้อมด้วยไข่ไก่สดๆ อีกสฟอง และที่สำคัญที่สุดคือ "แป้งสาลีและเนื้อไก่หมักเครื่องเทศ" ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายออกมาทันทีที่สัมผัสกับอากาศภายนอก แม้จะยังไม่ได้เริ่มปรุงอาหารก็ตาม!
เฉินหานเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เขาจ้องมองเนื้อหมูและเสบียงตรงหน้าสลับกับใบหน้าของภรรยาด้วยความไม่เชื่อสายตา "นี่... น้องไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกัน? ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครขายของพวกนี้แน่ๆ หรือว่า..."
หลินเฟยยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้สามี ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน นางเอื้อมมือไปแตะปลายจางๆ ของสามีเบาๆ อย่างหยอกเย้า "ความลับครับ... เอาเป็นว่าวันนี้สามีของผมจะได้กินอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต รับรองว่ากลิ่นหอมของมันจะต้องลอยไปไกลจนคนทั้งหมู่บ้านต้องกลืนน้ำลายคอแห้งผากเลยทีเดียว!"
เฉินหานมองภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งประหลาดใจ มึนงง และหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะกับความน่ารักน่าเอ็นดูของภรรยาที่เปลี่ยนไปราวคนละคน ทว่า... ก่อนที่เฉินหานจะได้เอמהคำถามใดออกมา เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดที่ดังทะลุประตูเข้ามา
"ไอ้เฉิน! นังเฟย! เปิดประตูรับหน้าเดี๋ยวนี้! พวกแกกล้าดีนักนะที่ไปทำร้ายลุงใหญ่จนหลานสาวเขาต้องวิ่งหนีร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับมาฟ้องผู้ใหญ่บ้าน!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกว่าแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่กำลังยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยความแค้นเคืองและพร้อมจะพังประตูเข้ามาทุกเมื่อ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปสร้างความมั่งคั่งและฟาดฟันเหล่าตัวร้ายด้วยกันนะครับ!
ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 2
มิติลับคลังเสบียงทำงาน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!