เสียงกระแทกของรองเท้าบูทหนังเก่าๆ ย่ำลงบนพื้นดินอัดแน่นหน้าประตูกระท่อมไม้ไผ่ดังปึกๆ สะท้อนก้องในโสตประสาทที่ยังคงมึนงง หลินเฟยสะดุ้งเฮือก ปอดเฮือกใหญ่สูบเอาอากาศกลิ่นฝุ่นดินและควันฟืนอันคุ้นเคยเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายนี้... มันเบาราวกับไม่เคยแบกรับภาระหนี้สินอันมหาศาลและความตรอมตรมในช่วงบั้นปลายชีวิต ผิวหนังที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาในโลกอนาคตกลับมาเต่งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวด้วยความตื่นตะลึง
นี่มัน... ปี 1978 ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของตระกูลหลิน!
"จะเอายังไงล่ะพ่อมหาจำเริญ นั่งเหม่อเป็นคนปรกแบบนี้ ทางการเขาประกาศจัดสรรที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านใหม่แล้วนะ ที่ดินแปลงติดลำธารของบ้านพวกแกน่ะ มันอยู่ในขอบเขตโครงการพัฒนาที่จะได้เงินชดเชยตับโต ถ้าพวกแกยังไม่มีปัญญาใช้หนี้เก่าที่ยืมพ่อฉันไปเมื่อสามปีก่อน ก็รีบเซ็นโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตรงนั้นมาให้บ้านฉันเสียโดยดี!"
เสียงแหลมสูงของ "เฉินเหมย" ลูกพี่ลูกน้องหน้าเนื้อใจเสือดังแผดขึ้นทำลายความเงียบ เธอยืนเท้าสะเอวอยู่กลางห้องโถงคับแคบ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาเป็นประกายโลภโม่งจนปิดไม่มิด ด้านข้างมีลุงใหญ่ผู้เป็นพี่ชายของพ่อพยักหน้ารับสมอ้าง ใบหน้าแก่กร้านเต็มไปด้วยความกดดัน
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สมองที่ผ่านการเคี่ยวกรำในตลาดหุ้นระดับโลกมาหลายสิบปีหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าในเสี้ยววินาที
ในชาติก่อน... เขายังเป็นไอ้โง่ที่อ่อนต่อโลก หลงเชื่อคำหวานและคำขู่ของคนหน้าไหว้หลังหลอกพวกนี้ ยอมเซ็นยกที่ดินแปลงมรดกให้พวกมันไปฟรีๆ ด้วยความกลัวเรื่องหนี้สินทิพย์ที่พวกมันกุขึ้นมาเอง สุดท้ายครอบครัวของเขาต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน แม่ต้องตรอมใจตาย ส่วนเขาก็ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในยุคเปลี่ยนผ่านอันโหดร้าย
แต่วันนี้... ปี 1978 คนคนเดิมที่ชื่อหลินเฟยได้ตายไปแล้ว!
หลินเฟยค่อยๆ พยุงร่างของตัวเองลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บแปล๊บที่ขมับจางหายไปแทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเฉินเหมยตรงๆ รอยยิ้มเหยียดหยามผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
"หนี้สามปีก่อนงั้นหรือครับ คุณน้องสาว..." หลินเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนที่กำลังจะได้ใจถึงกับชะงัก "ไหนล่ะสัญญาเงินกู้? ไหนล่ะลายมือชื่อของพ่อฉัน? เอาออกมาให้ฉันดูให้เป็นบุญตาหน่อยสิครับ หรือว่าหมึกพิมพ์ในยุคนี้มันจางหายไปพร้อมกับความละอายใจของคนบ้านพวกเธอหมดแล้ว"
เฉินเหมยหน้าถอดสีทันที นางไม่คาดคิดว่าคนอ่อนแอขี้ขลาดอย่างหลินเฟยกล้าต่อปากต่อคำ นางแผדเสียงกลบเกลื่อนความตกใจ "ไอ้หลินเฟย! แกกล้าหาญชาญชัยมาจากไหน ถึงมาทวงสัญญาบ้าบออะไรตอนนี้ พ่อฉันเป็นถึงอาของแกนะ แกจะบอกว่าพวกฉันโกหกอย่างนั้นรึ!"
"เปล่าเลยครับ ผมไม่ได้บอกว่าพวกคุณโกหก..." หลินเฟยสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้เฉินเหมยทีละก้าว แรงกดดันจากนักลงทุนมือฉมังผู้กุมเม็ดเงินมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้ในยามนี้เขาจะสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ แต่ออร่าความน่าเกรงขามกลับทำให้เฉินเหมยต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ "...ผมแค่บอกว่า 'พวกคุณมันปลอม' ตั้งหากล่ะครับ"
บรรยากาศในกระท่อมเงียบกริบลงทันที ลุงใหญ่ที่ยืนเงียบมานานตบโต๊ะเสียงดังปัง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ชี้หน้าหลินเฟยเนื้อตัวสั่นเทา
"ไอ้หลินเฟย! อกตัญญู! แกกล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับผู้หลักผู้ใหญ่ วันนี้ถ้าแกไม่เซ็นยกที่ดินแปลงนั้นให้ อย่าหวังว่าจะได้เหยียบออกจากบ้านหลังนี้อย่าง The living man!"
หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมฉายแวววาววับ ช่างน่าขันสิ้นดี คนพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อบ้านเขามานานเกินพอแล้ว ในมิติในหัวของเขาตอนนี้ "ระบบคลังแสงเศรษฐี" และหน้าจอข้อมูลสินทรัพย์ยุคโบราณกำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับแผนผังราคาที่ดินในอีกสิบปีข้างหน้าที่จะพุ่งทะยานขึ้นเป็นร้อยเท่า ที่ดินตรงนั้นไม่ใช่แค่ที่ดินเปล่า แต่มันคือขุมทองคำแท้ๆ ที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้ปลิงเหล่านี้มาสูบเด็ดขาด
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม
ปัง!
ประตูไม้ไผ่ที่ผุกร่อนถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความดุดันสนามรบและบรรยากาศอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หลินเฟย
"ใครบอกว่า... จะทำอะไรภรรยาผมนะ?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ "เฉินหาน" สามีหนุ่มนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความคลั่งภรรยาและเด็ดขาด ย่างสามขุมเข้ามาขวางตรงหน้าหลินเฟยราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย
หลินเฟยเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย หัวใจที่เคยด้านชาอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใดต่อ เฉินหานก็คว้ากระดาษสัญญาปลอมในมือลุงใหญ่มาขยำขยี้จนแหลกคามือ สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังสองลุงหลานด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ถ้ายังไม่อยากกระดูกหักออกจากที่นี่ไป ก็ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะใช้กฎทหารจัดการพวกปลิงสังคมอย่างพวกคุณ!"
รี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านครับ เตรียมตัวรับมือกับความสะใจขั้นสุดในบทถัดไปได้เลยนะครับ!
ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมซอมซ่อ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!