กลิ่นอายความอับชื้นของตรอกแคบๆ ด้านหลังตลาดสดเทศบาลผสมผสานเข้ากับกลิ่นคาวปลาจางๆ ในยามวิกาล จนแทบทำให้ประสาทสัมผัสของหลินเฟยตึงเครียดถึงขีดสุด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนล้าในอดีตชาติ บัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบราวกับคมมีดที่เพิ่งผ่านการลับ น้ำหนักของหีบไม้ใบเล็กที่ซ่อนสมบัติล้ำค่าและเงินสดก้อนโตจากการค้าขายในตลาดมืด แนบชิดอยู่กับแผ่นอกใต้เสื้อโค้ตตัวหนา
ทว่า เงาร่างที่ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันนั้น... กลับไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็น "เฉินเหมย" ลูกพี่ลูกน้องจอมปลอมผู้มีใบหน้าเคลือบด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภไม่เคยเปลี่ยน
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว พี่สะใภ้รอง... เอ๊ย หลินเฟย เจ้ามาทำลับๆ ล่อๆ อะไรแถวนี้หรือ? ในมือของเจ้าถืออะไรอยู่ ทำไมท่าทางถึงได้ลุกลี้ลุกลนนักเล่า?"
น้ำเสียงแหลมสูงที่จงใจดัดให้ฟังดูน่าเอ็นดู แต่กลับแฝงไว้ด้วยพิษสงรอบตัว ดังขึ้นทำลายความเงียบ เฉินเหมยสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว สายตาดั่งสุนัขล่าเนื้อกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหลินเฟย ราวกับต้องการจะทะลุทะลวงเข้าไปในเสื้อผ้าเพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติ
หลินเฟยสูดหายใจเข้าลึก3 เพื่อเรียกสติ สมองของอดีตนักลงทุนผู้เคยผ่านสมรภูมิหุ้นนับร้อยนับพันครั้งหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว เธอย่อมรู้ดีว่าเวลานี้ หากแสดงพิรุธแม้แต่น้อย ความลับเรื่อง "มิติลับ" ที่ซ่อนอยู่ในแหวนหยกโบราณ รวมถึงแหล่งที่มาของสินค้าแปลกใหม่ที่เธอนำออกไปขาย อาจถูกขุดคุ้ยจนนำมาซึ่งหายนะในยุคที่การค้ากำไรเกินควรยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายและถูกเพ่งเล็งอย่างเข้มงวด
"เจ้าต่างหากเฉินเหมย มาเดินป้วนเปี้ยนอะไรแถวตรอกมืดๆ แบบนี้? หรือว่าแอบสามีมาพบชู้รักกันแน่?" หลินเฟยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจน้ำแข็ง ทิ้งรอยยิ้มเย้ยหยันไว้ที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว
เฉินเหมยชะงักไปชั่วขณะ นางไม่คาดคิดว่าคนอย่างหลินเฟยที่เคยยอมก้มหัวให้ตนมาตลอด จะกล้าเปิดฉากโจมตีกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนเช่นนี้ สีหน้าของลูกพี่ลูกน้องจอมปลอมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเดิม
"ปากคอเราะร้ายขึ้นนี่หลินเฟย... ข้าก็แค่เดินผ่านมาแล้วบังเอิญเห็นเจ้าถือหีบใบนี้ดูมีพิรุธ ว่าแต่... ในหีบนั้นมีอะไรกันแน่? เงินทองมากมายขนาดนี้ เจ้าเอามาจากไหน? สามีที่เป็นแค่นายทหารชั้นผู้น้อยของเจ้า ต่อให้ทำงานจนกระดูกดำก็ไม่มีทางหาเงินได้มากขนาดนี้หรอก หรือว่า... เจ้าแอบไปทำเรื่องชั่วช้าอะไรลับหลังตระกูลเฉินของเรา!"
เฉินเหมยพูดพลางพุ่งมือหมายจะคว้าหีบไม้ในมือของหลินเฟยทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด นางหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องแย่งชิงทรัพย์สินเหล่านี้มาเป็นของตนให้ได้
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วอันสกปรกของเฉินเหมยกำลังจะแตะโดนตัวหีบ เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นและทรงพลังอีกคู่หนึ่งก็ดังสะท้อนก้องกังวานขึ้นจากปากตรอก
*ตึง! ตึง! ตึง!*
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าธรรมดา แต่เป็นจังหวะการก้าวเดินของชายชาติทหารที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง กลิ่นอายความกดดันอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยพลัน จนทำให้เฉินเหมยสะดุ้งเฮือก รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก
เงาร่างสูงใหญ่ของ "เฉินหาน" ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยาด้วยท่าทีนิ่งขรึม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองเฉินเหมยด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันตาเห็น รังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มผู้นี้ทำให้เฉินเหมยถึงกับขาอ่อนแรง ถอยหลังกรูดไปสามก้าวโดยอัตโนมัติ
"เจ้า... เจ้ามาทำอะไรที่นี่..." เฉินเหมยละลำละลักถาม เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
เฉินหานไม่แม้แต่จะชายตามองนางด้วยซ้ำ เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางของหลินเฟยเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นส่งผ่านความห่วงใยมาให้ภรรยาสาวอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก
"ภรรยาของข้า... ข้าเป็นคนอนุญาตให้นางถือของเอง แล้วเจ้ามีปัญหาอะไรกับภรรยาของข้าหรือเปล่า เฉินเหมย?"
คำพูดเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดัน ทำให้เฉินเหมยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้ดีว่าเฉินหานผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและรักภรรยามากเพียงใด หากนางยังดันทุรังเซ้าซี้ต่อ มีหวังคงได้เจ็บตัวกลับไปแน่
"มะ... ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ พี่เขย ข้า... ข้าแค่ผ่านมาทักทายเฉยๆ ดึกมากแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าค่ะ!" เฉินเหมยกล่าวตะกุกตะกักด้วยความลนลาน ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็วราวกับสุนัขจนตรอก
เมื่อแผ่นหลังของเฉินเหมยลับตาไป หลินเฟยจึงถอนหายใจออกมา2ยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ร่างกายที่เกร็งเครียดมาตลอดเริ่มผ่อนคลายลง นางเงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่มผู้มาได้ถูกจังหวะเวลาพอดี ดวงตากลมโตฉายแววซาบซึ้งใจ
"เจ้ามาทันเวลาพอดีเลยนะเฉินหาน..." หลินเฟยเอ่ยเสียงแผ่วเบา
เฉินหานก้มลงมองภรรยา ดวงตาที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและห่วงใยจนแทบหยดย้อย เขาใช้มือหนาปัดเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา
"ข้าบอกแล้วอย่างไร ว่าข้าจะคอยปกป้องเจ้าเอง ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีวันทำร้ายเจ้าได้" เฉินหานเอ่ยกระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นละมุนละไม ทำให้หัวใจของอดีตนักลงทุนสาวเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ เคมีและความผูกพันระหว่างคนทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในค่ำคืนอันหนเหน็บนี้
ทว่า ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก...
เมื่อทั้งคู่เดินทางกลับมาถึงบ้านพักหลังน้อย หลินเฟยรีบนำหีบสมบัติและวัตถุดิบที่เหลือเข้าไปเก็บไว้ในห้องครัว เพื่อเตรียมทำอาหารมื้อดึกบำรุงกำลังสามี กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซี่โครงหมูตุ๋นครีมข้าวโพดหวานหอม" เริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวหลังเล็ก น้ำซุปสีขาวข้นเคี่ยวจนได้ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศชั้นดีที่นางแอบหยิบออกมาจากมิติลับอย่างแนบเนียน
หลินเฟยตักซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้สามีที่นั่งรออยู่
"เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ดื่มซุปนี่เสียหน่อยนะ เร็วเข้า เดี๋ยวจะหายร้อนเสียก่อน" นางเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงสดใส
เฉินหานรับชามซุปมาด้วยรอยยิ้ม ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะตักซุปเข้าปาก สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเศษกระดาษห่อสินค้าชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะ—กระดาษห่อดังกล่าวทำจากวัสดุเนื้อดีพิมพ์ลายภาษาต่างประเทศที่ไม่มีทางหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศจีนยุค 80 นี้อย่างแน่นอน!
ดึงตาสีเข้มของนายทหารหนุ่มหันกลับมามองภรรยาด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นสายตานั้นจดจ้องอยู่ที่เศษกระดาษ
ความลับเรื่องมิติเกือบถูกเปิดเผย... และครั้งนี้ สามีผู้แสนซื่อสัตย์ของเธอกำลังจะจับพิรุธชิ้นใหญ่ได้คาหนังคาเขา!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ
ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 23
ความลับเรื่องมิติเกือบถูกเปิดเผย
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!