เสียงเคาะสามครั้งเป็นจังหวะหนักแน่นที่หน้าประตูดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลินเฟยหรี่ตาลงทันที ไอสังหารแผ่ออกมาจากสัญชาตญาณของนักลงทุนผู้ผ่านตลาดหุ้นมาอย่างโชกโชน ในชาติก่อนตระกูลหลินและญาติฝ่ายมารดาต่างรุมทึ้งทรัพย์สินของนางจนแทบไม่เหลือซาก ทว่าในเวลานี้ นางย้อนเวลากลับมาพร้อมกับมิติลับและความทรงจำระดับเซียนหุ้น ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาเคาะประตูบ้านนางด้วยท่าทีลึกลับเช่นนี้อีก!
มือเรียวบางของหลินเฟยวางหม้อดินเผาลงบนโต๊ะไม้เก่าอย่างเบามือ นางขยับเท้าก้าวเข้าไปใกล้ประตูก่อนจะคว้าท่อนไม้ฟืนที่วางอยู่ข้างเตาขึ้นมาถือไว้มั่น สายตาคมกริบจับจ้องรอยแยกของบานประตูไม้ที่ผุกร่อน
- ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! -
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มาพร้อมกับเสียงกระซิบต่ำทุบกังวานผ่านร่องประตูด้านนอก "หลินเฟย... เปิดประตูเถอะครับ ผมเอง... เฉินหาน"
ร่างบางชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นระส่ำด้วยความระแวดระวังพลันกระตุกวูบ ชื่อนี้... ชื่อของนายทหารหนุ่มผู้ถูกส่งมาประจำการยังหมู่บ้านแห่งนี้ในยุคแปดศูนย์ ชายผู้ซึ่งในชาติก่อนเคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางในยามที่ตกอับที่สุด ชายผู้ซื่อสัตย์และมั่นคงดั่งขุนเขา แต่กลับต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ความเป็นธรรมจากแผนชั่วของคนตระกูลเฉิน!
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ นางค่อยๆ องอาจดึงสลักไม้ออกแล้วผลักบานประตูให้เปิดกว้างขึ้น
แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องกระทบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าบ้าน เฉินหานในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ดูสะอาดสะอ้าน แม้จะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและรอยเปื้อนฝุ่นควันอยู่บ้าง แต่ไหล่ทั้งสองข้างกลับตั้งตรงสง่างาม ใบหน้าคมคายดั่งได้รับการแกะสลักจากช่างฝีมือ ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร ทว่าในยามที่มองมายังหลินเฟย แววตานั้นกลับฉายประกายความห่วงใยและความอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิด
"คุณ... เฉินหาน?" หลินเฟยเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความระแวงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย
เฉินหานขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลบมุมแดดที่ส่องแยงตาหญิงสาว เขาชูห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าที่บรรจุสิ่งของบางอย่างไว้อย่างระมัดระวังขึ้นมา "ผมได้รับมอบหมายให้มาตรวจตราความเรียบร้อยแถบนี้... และบังเอิญเห็นคุณกำลังมีปัญหากับพวกญาติที่มาโวยวายหน้าบ้านเมื่อครู่ เกรงว่าคุณอาจจะตกใจ ก็เลย... แวะเอาสมุนไพรลดอาการช้ำกับลูกอมน้ำตาลแดงมาให้"
คำพูดของเขาเรียบง่ายและจริงใจจนน่าประหลาด หลินเฟยกวาดสายตาวิเคราะห์ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—นี่คือทักษะ "อ่านกราฟพฤติกรรมมนุษย์" ที่นางใช้ทำกำไรในตลาดหุ้นมานับไม่ถ้วน อัตราการเต้นของชีพจรผ่านเส้นเลือดที่ลำคอ การกะพริบตา ความมั่นคงของน้ำเสียง และภาษากายที่ไม่มีท่าทีคุกคามแม้แต่น้อย ทุกอย่างบ่งบอกว่าชายผู้นี้ไร้ซึ่งพิษภัย และที่สำคัญ... เขามีความจริงใจต่อตนนับตั้งแต่แรกพบ
"ขอบคุณครับ... เอ๊ย ขอบคุณค่ะ... เอ่อ ขอบคุณค่ะ" หลินเฟยเกือบเผลอหลุดคำพูดเคยชินออกมา นางรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ "เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิคะ คุณเฉิน"
เฉินหานชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินสรรพนามที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยของหญิงสาว แต่เขาก็ยอมก้าวยาวๆ ผ่านธรณีประตูเข้ามาในบ้านดินหลังเล็กอย่างนاتอบน้อม แม้บ้านหลังนี้จะทรุดโทรมและคับแคบ แต่ด้วยความสะอาดสะอ้านที่หลินเฟยเพิ่งจัดการปัดกวาดเช็ดถู ทำให้มันดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา
ทันทีที่เฉินหานก้าวเข้ามา กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งหมี่และเครื่องเทศที่หลินเฟยแอบหยิบออกมาจากมิติลับเมื่อครู่ก็ลอยเข้าจมูก นายทหารหนุ่มผู้ผ่านการกินอาหารแห้งและเสบียงสนามมารabแรมเดือนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมเหลือบไปเห็นหม้อดินเผาบนเตาและถาดแป้งที่นวดไว้เนียนละเอียด
"คุณ... กำลังจะทำอาหารหรือครับ?" เฉินหานเอ่ยถามด้วยความเกรงใจ พร้อมกับวางห่อกระดาษลงบนโต๊ะไม้
"ค่ะ พอดีฉันตั้งใจจะทำ 'บะหมี่เนื้อตุ๋นน้ำแดง' ทานประทังชีวิตสักหน่อย" หลินเฟยตอบพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของเขา นางรู้ดีว่าในยุคนี้เนื้อสัตว์เป็นของหายากและมีราคาแพง การที่ผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวแล้วมีเนื้อตุ๋นหม้อใหญ่เตรียมไว้ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าสงสัย แต่เฉินหานกลับไม่มีแววตาโลภโม่งใดๆ มีเพียงประกายความชื่นชมและห่วงใยที่ฉายชัดขึ้นมาแทน
"ถ้าอย่างนั้น... ให้ผมช่วยก่อไฟดีไหมครับ?" เฉินหานเสนอตัวอย่างกระตือรือร้นโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าหน้าเตาไฟอย่างคล่องแคล่ว มือหนาหยิบฟืนขึ้นมาจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ทักษะการเอาตัวรอดในป่าและค่ายทหารของเขาทำให้ไฟกองเล็กโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วห้องครัว
หลินเฟยยืนมองแผ่นหลังกว้างของนายทหารหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ในชาติก่อน นางไม่เคยเปิดใจรับใครเพราะมัวแต่จมอยู่กับความแค้นและการถูกหลอกใช้ แต่วันนี้... ท่ามกลางกลิ่นอายความอบอุ่นของฟืนไฟและกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่เริ่มโชยตีจมูก หัวใจที่ด้านชาของนักลงทุนสาวกลับเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
เฉินหานหันกลับมาสบตากับหลินเฟยพอดี รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวยของชายหนุ่ม "มองผมแบบนี้... แสดงว่าบะหมี่ของคุณกลิ่นหอมจนน่ากินมากสินะครับ"
หลินเฟยหน้าแดงขึ้นมาวูบหนึ่ง นางรีบหันไปหยิบเส้นบะหมี่ในมิติลับออกมาใส่ลงในหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆ เสียงเดือดพล่านของน้ำซุปกระดูกวัวเคี่ยวกับเครื่องเทศจีนสิบชนิดส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน จนมั่นใจได้เลยว่าเพื่อนบ้านข้างเคียงคงจะต้องกลืนน้ำลายกันเป็นแถบๆ
"ถ้าฝีมือฉันอร่อย คุณจะยอมทานเป็นเพื่อนสักชามไหมล่ะคะ นายทหารเฉิน?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ" เฉินหานตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด ชีวิตของเขาไม่เคยมีใครใส่ใจเรื่องปากท้องอย่างจริงจังมาก่อน การได้นั่งอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวหน้าตาสะสวยในบ้านหลังน้อย พร้อมกับกลิ่นอาหารหอมกรุ่นเย้ายวนใจ ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากกว่าเงินเดือนทหารทั้งเดือนเสียอีก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและกลิ่นหอมเย้ายวนของบะหมี่เนื้อตุ๋นน้ำแดงที่กำลังเดือดพล่านอยู่นั้นเอง...
ฉับพลัน! เสียงทุบประตูดังโครมใหญ่จากด้านนอกก็ทำลายความเงียบสงบลงอย่างสิ้นเชิง!
- ปัง! ปัง! ปัง! -
"หลินเฟย! นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงไล่พวกฉันกลับไป แถมยังขโมยสมบัติของตระกูลมาซ่อนไว้ในบ้านนี้ เปิดประตูเดี๋ยวนี้วะ! ไม่งั้นฉันจะพังประตูเข้าไปลากคอแกมารับโทษแน่!" เสียงแหลมปรี๊ดของเฉินเหมยดังแผดลั่นทะลุกำแพงบ้านเข้ามา พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของพวกนักเลงอันธพาลประจำหมู่บ้านที่ถูกจ้างวานมาสมทบ
หลินเฟยขมวดคิ้วแน่น ไอสังหารพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง พวกสวะพวกนี้ช่างไม่รู้จักจำเสียเลย!
เฉินหานค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีคุกคามแบบฉบับนายทหารสนามรบแผ่ซ่ายออกจากร่างของเขาทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองบานประตูที่สั่นสะเทือนจากการถูกกระแทก ก่อนจะก้มลงมองหลินเฟยด้วยแววตานิ่งสงบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา
"ดูเหมือนว่า... อาหารมื้อนี้คงต้องมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วยเสียแล้วสิครับ" เฉินหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบต่ำเรียบเฉย แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าเกรงขาม "คุณอยากให้ผมจัดการพวกมันแบบไหนดีล่ะครับ? แค่ไล่ตะเพิดไป หรือจะให้ผมลากพวกมันไปส่งสถานีตำรวจข้อหาบุกรุกยามวิกาลดี?"
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก นางหันไปปิดเตาไฟแล้วหยิบชามบะหมี่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นส่งให้เฉินหานชามหนึ่ง ก่อนจะหยิบชามของตัวเองขึ้นมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"กินบะหมี่ให้หมดชามนี้ก่อนเถอะค่ะ... เรื่องขยะเปียกหน้าบ้าน เดี๋ยวฉันกับคุณค่อยออกไป 'กวาดล้าง' พร้อมกันทีเดียว!"
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 4
พบเจอกับว่าที่สามี
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!